fbpx

แอบดูห้องตัวอย่างตึกจริง “LIFE SATHORN SIERRA” คอนโดสุดยอดส่วนกลางตระการตา เพียง 150 ม. จาก BTS ตลาดพลู เริ่ม 2.79 ล้าน ฟรีเฟอร์ + เครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด พร้อมเข้าอยู่กันยายนนี้ ​

คอนโด LIFE SATHORN SIERRA

เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี แล้วนะครับ ที่เราต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต อยู่กับบ้าน เว้นระยะห่าง จะไปเที่ยวไหนก็ยากขึ้นโดยเฉพาะต่างประเทศ สิ่งจรรโลงใจที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือกิจกรรมที่บ้านนั่นแหละครับ แต่สำหรับคนอยู่คอนโด นอกจากพื้นที่ในห้องแล้ว มันก็คงดีกว่าถ้ามีส่วนกลางให้ใช้ด้วย ​

วันนี้ครับ ผมจะพาทุกคนไปอัพเดทกับคอนโดหนึ่งซึ่งจะแล้วเสร็จในปีนี้ เป็นโครงการย่าน BTS ตลาดพลู เชื่อมไปสู่สาทร มีส่วนกลางสุดอลังการงานสร้าง ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติระดับโลกให้เราได้อยู่อย่างรื่นรมย์ ร่มรื่นทุกวันกับ “LIFE SATHORN SIERRA” ครับ​

ทำเลและสิ่งอำนวยความสะดวก​

นึกถึงตลาดพลู ท้องก็ฟูแล้วครับ ที่นี่เป็นย่านเก่าแก่ของการค้าขายคู่เคียงไปกับเยาวราช และที่ยังคึกคักมาจนปัจจุบันก็คือเรื่องของ “อาหารการกิน” ไม่ว่าจะเป็น กุยช่ายตลาดพลูนับไม่ถ้วน, ขนมหวานตลาดพลู ที่มีขนมชั้นแสนอร่อยคนต่อคิวซื้อทุกวัน, ขนมเบื้อง, ไอติมไข่แข็ง เอ๊ะ เขียนไปเขียนมามีแต่ขนมหวาน นี่ยังไม่นับอาหารจานเดียวต่างๆ หลากหลาย แถมยังมีบรรยากาศริมทางรถไฟแบบประชิดให้ตื่นเต้นเร้าใจ​

นอกจากร้านค้ามากมาย ที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อย่าง The Mall Lifestore ท่าพระ ที่พลิกโฉมใหม่ในรอบ 30 กว่าปี ปรับพื้นที่ให้ใช้ชีวิตได้ทุกเจน มี Cafe รายล้อม ซึ่งเราได้นำภาพ San Ke Bar คาเฟ่ท่ามกลางแมกไม้สายน้ำสไตล์ญี่ปุ่นที่มีทั้งเครื่องดื่ม ซูชิและขนมเซมเบ้ เพิ่งเปิดไม่นานอยู่ตรงข้ามโครงการมาให้ชมกันด้วยครับ ​

ส่วนเรื่องการเดินทาง นี่ตัวเลือกหลักที่ดีที่สุดก็คือ BTS สถานีตลาดพลู ในระยะสบายๆ 150 ม. ตรงไปสู่สาทร – สยาม ในไม่กี่สถานี ซึ่งในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเทาที่วิ่งมาจากวัชรพล-ทองหล่อ-พระโขนง มาจบที่นี่ครับ หรือถ้าใครใช้รถใช้ถนนอดทนอีกนิด อุโมงค์ทางลอดแยก รัชดา-ราชพฤกษ์ น่าจะเสร็จก่อนคอนโด จะช่วยให้เดินทางจากเส้นรัชดาฯ ไปพระราม 3 สะดวกขึ้นอีกเยอะครับ​

ภาพรวมโครงการ

Life Sathorn Sierra ถือเป็นการ Come back ย่านฝั่งธนในรอบหลายปี เป็นโครงการสูง 40 ชั้น รวม 1,971 ยูนิต บนพื้นที่ราว 8 ไร่ โดยสิ่งที่เค้าทำมาให้เหมาะสมกับการเป็นโปรเจคใหญ่ก็คือ พื้นที่ส่วนกลางเพียบรวมกันกว่า 5 ไร่ โดยเฉพาะการออกแบบ Facilities ให้กลมกลืนไปกับ Landscape เสมือนจำลองทิวทัศน์ขึ้นชื่อทั่วโลกมาไว้ที่นี่ครับ ซึ่งก็มีทั้งทางเดินแบบ Hiking Trail, สระว่ายน้ำยาวสุดถึง 100 ม. ทั้ง Lap Pool, สระเด็ก, Passive Pool และ Scenic Pool จะว่าย จะแช่ จะต่อนยอน Snap ลงโซเชี่ยลก็เลือกใช้ได้ทุกมุม ​

แถมยังมี คอร์ทบาส, Half football field, Jogging Track, Outdoor & Indoor Living Space, Co-working Space, Multi-leisure Room, Private Meeting Room, Gym ขนาดใหญ่ พร้อมห้องส่วนตัว ไล่ไปเลยตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 5 และแถมที่ชั้นบนสุดของอาคารอีกทั้ง Sky Lounge, Co-working Space, Co-living Space, Panoramic Sunken Lounge แค่พิมพ์ยังเหนื่อย ลูกบ้านที่ได้ใช้งานที่นี่ก็คงเอนจอยในการอยู่คอนโดน่าดูเนอะ ​

รูปแบบห้องพัก​

ที่นี่มีห้องหลักๆ 4 Type ครับ ที่ผมว่าน่าสนใจคือ ในแต่ละ Type นั้นยังมี Layout ให้เลือกเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของแต่ละคน แต่ละคู่ หรือแต่ละครอบครัวได้อีก โดยอัพเดทรอบนี้เราพาทุกคนไปดูห้องตัวอย่างจริงที่อยู่บนชั้น 8 ทั้ง 4 ห้องเลยครับ ประกอบด้วย​

  • ​แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 28 ตร.ม. ซึ่งก็มีทั้งรูปแบบที่กั้นห้องนอน และจัดแบบ Open Plan เป็นพื้นที่ Living Area ขนาดใหญ่ สำหรับคนที่อยู่คนเดียว ข้อดีคือได้พื้นที่ครัวเข้ามุมสวยๆ ขนาดใหญ่แบบครัวปิด เริ่ม 2.79 ล้าน*​
  • ​แบบ 1 ห้องนอนใหญ่ ขนาด 32 ตร.ม. มีพื้นที่ใหญ่ขึ้นกว่าห้องแรก ปรับตำแหน่งครัวติดระเบียง และยังได้ห้องนอนแบบกระจกเข้ามุมด้วย เริ่ม 3.29 ล้าน*​
  • ​แบบ 1 ห้องนอนพลัส ขนาด 35 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่มุมโปรดให้ชีวิต จะทำงาน พักผ่อน หรือตอบโจทย์งานอดิเรก ก็ทำได้ในห้องเราเอง เริ่ม 3.49 ล้าน*​
  • ​แบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ เหมาะสำหรับครอบครัว ซึ่งก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้จนกระทั่งลูกเรียนจบสบายๆ เลยครับ จัดสรรพื้นที่ Family Area ที่ใช้ร่วมกันได้ดี พร้อมโซนครัวที่ทั้งจัดการกลิ่นได้และโชว์ได้อย่างสวยงามด้วยผนังกระจก และมีห้อง Master Bedroom ที่สบายมาก เริ่ม 5.79 ล้าน*​

​ทั้งหมดนี้ก็เป็นภาพรวมโครงการก่อนจะเข้าไปชมภาพกันนะครับ โครงการจะจัดงาน Event ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 29-30 มกราคมนี้ เพื่อต้อนรับการเปิดห้องตัวอย่างบนตึกจริงให้ทุกคนชมกันเป็นครั้งแรก พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษ เฟอร์ครบ เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อม เริ่ม 2.79 ล้าน* ผ่อนสบายเดือนละ 5,900 บาท ​ และสามารถรับส่วนลด ก่อนเข้าชมห้องจริงมูลค่าถึง 100,000 บาท* ใครที่สนใจก็ลงทะเบียนรับสิทธิได้ที่ : https://bit.ly/3IGqPDb​

พิเศษ นัดหมายผ่าน LINE OA ของโครงการ รับ On Top เพิ่ม 30,000 บาท* เพียงลงทะเบียนแล้วแอด LINE ผ่านเว็บไซต์ของโครงการได้เลยครับ​

#LivingSneakPeek #SneakReview​ #APThai #LifeCondo #LifeSathornSierra ​ #เปิดชมห้องตัวอย่างบนตึกจริง #คอนโดสวนไต่ระดับ5ชั้น

คอนโด LIFE SATHORN SIERRA

เอาล่ะครับ วันนี้เราจะพามาแอบดูห้องตัวอย่างตึกจริงของ LIFE SATHORN SIERRA กัน ก่อนที่ภายในปีนี้เราจะได้ชมอาคารที่แล้วเสร็จว่าส่วนกลางสุดอลังการนั้น ของจริงจะออกมาสวยงามขนาดไหน

Hiking Trail ไต่ระดับ 5 ชั้น

ภาพสระสวยๆ ของโครงการ

ห้องแรกที่เราจะพาชมคือ ห้องแบบ 28 ตร.ม. ครับ จริงๆ Type นี้มี Layout ที่กั้นห้องนอนด้วย ส่วนห้องตัวอย่างนี้กั้นเฉพาะส่วนครัว พื้นที่ด้านในจะเป็น Open Plan ครับ

จุดเด่นที่ผมชอบนะ คือพื้นที่ครัวสวยๆ ขนาดใหญ่เกินเบอร์มาก เป็นครัวเข้ามุม มาพร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวมาให้พร้อมทั้ง Hob และ Hood จาก Franke มีพื้นที่เก็บของเหนือตู้เย็นเติมมาให้ โดยจุดติดตั้งเครื่องซักผ้าก็อยู่ตรงนี้นี่แหละครับ

เดี๋ยวเข้าไปดูพื้นที่พักผ่อนด้านในกันครับ

มี Digital Door lock ติดตั้งมาให้แล้วด้วย ใช้ได้หลากหลายระบบทั้ง รหัส, Finger scan, Key Card หรือ Bluetooth ผ่านมือถือครับ สะดวกสำหรับใช้งานมาก

ครัวมีบานเลื่อนใสสวยๆ ขนาด 3 ตอน เปิดปิดได้สะดวก กั้นพื้นที่ไว้เพื่อลดกลิ่นไม่ให้เข้ามารบกวนในโซนพักผ่อนได้ในครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่าที่นี่ขายแบบ Fully-Fitted นะ คือจัดครัวและห้องน้ำมาให้ ที่เหลือก็แต่งตามแรงบันดาลใจและ Passion ของผู้อยู่ ห้องนี้ดูด้วยตาก็รู้ว่าทำมาเอาใจสาวรักสุขภาพ มีพื้นที่สำหรับจัดวางอุปกรณ์ออกกำลังได้หลากหลาย

นอกจากไว้ออกกำลังกาย ยังประกอบทำ content ลง Social ได้ด้วยว่าออกกำลังแล้ว

แขวนดีๆ อุปกรณ์ออกกำลังก็เป็นของแต่งห้องได้

ซึ่งเราก็จะมีพื้นที่ว่างๆ บริเวณทางเดินกลางห้องนี่แหละครับ จะคลี่เสื่อโยคะมาเล่นท่ายาก หรือจะขยับออกกำลังกระโดดขึ้นลงก็ได้เลยนะ โครงการจัดตกแต่งตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งให้อยู่ Area เดียวกับห้องน้ำเพื่อให้เป็น Flow เดียวกันในการใช้งาน

ห้องน้ำในซีรีย์ LIFE นี้ก็เป็นห้องน้ำสำเร็จรูปครับ ใช้กันมาจนค่อนข้างวางใจในความเรียบร้อยของระบบงาน แต่งโทนเรียบๆ แต่ใช้อุปกรณ์ดีนะ Faucet, สุขภัณฑ์, Hand Shower เป็นของ Kohler พร้อมกระจกบานยาวเต็มตา เจาะช่องสำหรับใส่อุปกรณ์อาบน้ำ และติดตั้ง Shower Screen มาเรียบร้อยครบทุกการใช้งาน

เจาะช่องไว้แบบนี้ก็สะดวกเลย

ด้านในเป็นพื้นที่ Living Area แบบ Open Plan รวมกัน โดยจัดวางเตียงขนาดใหญ่ไว้ตรงกลาง ส่วนพื้นที่ทำงาน และ Sofa นั่งพักผ่อนเอาไปติดฝั่งกระจก และระเบียงรับแสง ชมวิวกันได้เต็มๆ

พื้นที่แบบนี้วางเตียงแบบลอยตัวมีดีไซน์หัวเตียงสวยๆ ได้เลย หรือจะบิวท์อินแบบติดตั้งไฟซ่อนก็เหลือเฟือครับ

ห้องนี้สำหรับสาว Active แต่พร็อพเป็นหนังสือเตรียมท้องซะแล้ว ฮ่าๆ

ตำแหน่งวางทีวีก็ใช้ร่วมกันทั้งพื้นที่นั่งเล่นและนอนดูบนเตียงก็ได้ ชั้นวางดีไซน์แบบ Multifunction นั่งทำงานด้วยก็ได้ เหมาะสำหรับห้องขนาดเริ่มต้นที่ต้องเน้นใช้ประโยชน์ทุกพื้นที่ และเส้น Stripes ที่เค้าตกแต่งมาก็ทำให้ห้องดูมีลูกเล่นมากขึ้น

ลวดลาย สีสันจัดจ้านสดใสดีจริงๆ

Frame บานเลื่อนสวยดีนะครับ ดูแน่นหนาและมีมือจับให้เปิดได้ง่าย ออกไปสูดลมตรงระเบียงข้างๆ ที่นั่งทำงานนี่แหละ

เราไปต่อกันห้องที่ 2 ครับ

ห้องต่อไปเป็น Type: 1 Bedroom ขนาด 32 ตร.ม. น่าจะถูกใจสายมินิมอล ด้วยการตกแต่งสไตล์ Earth tone และเฟอร์นิเจอร์วัสดุธรรมชาติ เป็นห้องแบบ 1 ห้องนอนที่กั้นสัดส่วนเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ ห้องนี้สามารถจัดโซฟาขนาดใหญ่ได้เลย หรือจะทำตู้แขวนผนังก็มีพื้นที่เหลือเฟือนะ

ผนังนี้ทำอะไรได้อีกโดยเฉพาะตู้แขวน

เปิดประตูเข้ามาเราก็จะเจอกับ Living Area กว้างๆ ชวนให้ผ่อนคลาย ถัดเข้าไปด้านในที่อยู่ติดระเบียงคือพื้นที่ครัวที่กั้นด้วยบานเลื่อนใส ส่วนห้องนอนก็จะเป็นผนังทึบที่เห็นฝั่งขวาครับ

เข้าไปดูครัวกันต่อ

จุดเด่นคือเป็นครัวติดระเบียง ด้วยความที่ห้องหน้ากว้าง ก็ได้พื้นที่ครัวที่เพิ่มมากขึ้นด้วย จนสามารถที่จะจัดวางโต๊ะทานข้าวลงไปได้ ซึ่งที่โครงการออกแบบมาเป็นเชิงเคาน์เตอร์บาร์ก็ประหยัดพื้นที่ดี ดีไซน์ดูเข้ากั๊นเข้ากันกับมู่ลี่ไม้ หรือถ้าใครใช้แบบพับเก็บได้ติดไปกับผนังฝั่งขวาก็เป็นอีกไอเดียเหมือนกัน อยู่ติดระเบียงแบบนี้ระบายอากาศสะดวก ตำแหน่งเครื่องซักผ้าก็อยู่บริเวณระเบียงใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ครับ

Shelf แบบนี้เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ดีเลย

ขนมก็ต้องมีซุกไม่ห่างเนาะ ตู้เย็นอยู่ข้างๆ ซิงค์นี่แหละครับ

ฝั่งตรงข้ามของโซฟามีพื้นที่สำหรับวางตู้เก็บของได้ ตำแหน่งแอร์อยู่เหนือทีวีก็ดู Flow สะดวกดีสำหรับคนนั่งนะครับ ที่นี่แถมแอร์ Sharp แบบ Plasma Cluster ช่วยกรองอากาศได้ด้วยในตัว ห้องน้ำเข้าได้จากห้องนั่งเล่นนี่เลยครับ

ฟังก์ชั่นเดียวกันกับห้องแรกนะ

ถัดเข้าไปในห้องนอน ห้องนี้ได้กระจกเข้ามุม ช่วยเพิ่มมุมมองในการนอนกลิ้งพักผ่อนอยู่ในนี้ได้เห็นวิวเต็มตามากขึ้น

ด้วยระยะความกว้างของห้องนอนฝั่งหัวเตียงนี่ค่อนข้างดี เราจะเห็นว่าเค้าสามารถจัดวางเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าแบบโปร่งซึ่งทำหน้าที่เสมือนฟังก์ชั่น Walk-in Closet ช่วยจัดสรรและตกแต่งพื้นที่ในห้องด้วยภายในตัว ก่อนจะเป็นตำแหน่งบานตู้ปิดอีก แถมข้างเตียงยังมีพื้นที่วางโต๊ะข้างได้ด้วยนะครับ ไม่ต้องเอาเตียงไปชิดจนเกินไป

ฟังก์ชั่นตรงนี้ต้องเลือกเสื้อผ้าเผื่อสำหรับแต่งห้องด้วยนะ ไม่งั้นไม่ออกมาหน้าตาแบบนี

ไปต่อกันอีกห้องแบบ 1Bedroom Plus ขนาด 35 ตร.ม. กันครับ

ห้องนี้มีจัดวางส่วนครัวและห้องน้ำไว้ในโซนเดียวกันบริเวณทางเข้าห้อง กั้นไว้ด้วยกระจกบานเลื่อนก่อนเข้าสู่พื้นที่ด้านใน

ถัดเข้ามาเป็นห้องนอน และห้องนั่งเล่นที่จัดแบ่งไว้ฝั่งซ้ายและขวามือ กั้นด้วยผนังทึบเพื่อความเป็นส่วนตัว และด้านในสุดเป็นพื้นที่ Plus หรือห้องอเนกประสงค์ที่เพิ่มเข้ามาของ Type นี้ ที่กั้นด้วยกระจกบานใสเพื่อให้แสงเข้ามายังส่วนห้องนั่งเล่นได้ดีครับ

ห้องนี้ระยะดูทีวีก็จะขยับเข้ามาหน่อยเพื่อให้ได้ฟังก์ชั่นในห้องเพิ่มขึ้น แต่ได้ระยะแนวกว้างมากขึ้น สามารถทำตู้เพิ่มข้างโซฟาได้เลย

ผมชอบความต่อเนื่องของดีไซน์ในส่วนของฟังก์ชั่นต่างๆ ดูอบอุ่นในห้องนั่งเล่น และก็ผ่อนคลายลงไปบ้างเมื่อเข้าสู่ห้องอเนกประสงค์ จุดสำคัญก็คือการตกแต่งด้วยกระจกแบบนี้ที่ทำให้ห้องดูโปร่งขึ้นครับ

ห้องนี้ตอบโจทย์ทุกคนที่อยากใช้เวลาอยู่ในห้องมากขึ้น ด้วยพื้นที่ที่เราสามารถออกแบบได้เองตามกิจกรรมที่เราทำ

ด้วย Layout ห้องนี้ ตำแหน่งของห้องพลัสจะได้กระจกเข้ามุมยื่นออกไปจากระนาบอาคารนะครับ เหมาะมากสำหรับคนอยากได้ Workstation ที่เอื้อให้หัวแล่น มีพื้นที่สำหรับทำ Sofa ไว้นอนเล่นได้อีกตัว มีแอร์ติดตั้งมาให้แล้วในห้องเรียบร้อย ใครอยากปลูกต้นไม้ เลี้ยงแคคตัส มุมตรงนี้มีแสงรำไรให้ปลูกต้นไม้ที่ต้องการได้ดีเลย

ห้องสุดท้ายไปในห้องนอนกัน

ใครชอบห้องนอนที่อยู่ติดระเบียง เลือกห้องนี้ได้เลยครับ

นอนชมวิวเต็มๆ ตาทุกวัน หรือจะลุกออกไปรับแสงยามเช้าก็เหมาะดี

จบจากห้องนี้เราไปต่อห้องสุดท้ายที่อลังการที่สุดกันครับ

นั่นก็คือห้อง 2 Bedroom 2 Bathroom ขนาด 57.5 ตร.ม. ที่ตกแต่งมาได้เรียบหรู ตามวัยวุฒิผู้อยู่ซึ่งมีครอบครัวแล้ว

Layout ที่นี่จะแบ่งโซนไว้แบบนี้ครับ ส่วนที่เป็น Family Area ที่ใช้งานร่วมกัน อาจจะมีทั้งเสียง และกลิ่นจะอยู่บริเวณด้านหน้า ถัดเข้าไปบริเวณกลางห้องฝั่งซ้ายเยื้องกับครัวจะเป็นห้องน้ำให้ใช้งานสำหรับพื้นที่ด้านนอก ส่วนด้านในจะเป็นโซนสำหรับการพักผ่อน หรือก็คือห้องนอนทั้ง 2 ห้องนั่นเอง โดยมีห้องน้ำให้อีกห้องใน Master Bedroom

Living Area ของห้องประกอบด้วย 2 ส่วน ฝั่งขวามือคือพื้นที่นั่งพักผ่อนดูทีวี ที่อยู่ติดกับระเบียงเลย ได้รับแสงธรรมชาติเต็มๆ ตา ระเบียงนี้เป็นระเบียงที่ใช้ได้เต็มที่เพราะไม่ใช่ที่วางคอมเพรสเซอร์ครับ โดยมีไฮไลท์คือ พื้นที่ครัวผนังกระจก ที่ทำให้ห้องดูโปร่งสบายตา และยังสวยงามลงตัวด้วย

ฝั่งซ้ายมือ เป็นส่วน Dining Area ที่จัดวางได้ถึง 4 ที่นั่งเลยครับ ถัดเข้าไปด้านในนั้นจะเป็นโซน Laundry จัดวางระบบสำหรับเครื่องซักผ้าอยู่ตรงนี้นี่เอง ตำแหน่งแอร์ก็เหมาะสำหรับ Flow อากาศให้เย็นทั่วถึงดีครับ

ที่ผมชอบคือ ครัวห้องนี้กว้างสบายมาก มีทั้งพื้นที่เตรียมอาหารมากขึ้น และที่สำคัญยังระบายอากาศสะดวก เพราะที่สุดทางเดินฝั่งขวาก็มีหน้าต่างเปิดได้ ส่วนฝั่งซ้ายถัดจากตู้เย็นก็มีประตู Service เปิดไประเบียงลับที่สำหรับวางคอมเพรสเซอร์แอร์ของห้องครับ ห้องนี้ก็เลยมีตำแหน่งระเบียงถึง 2 จุด

ครัวที่นี่นอกจากจะมีไว้ใช้งาน ก็มีไว้โชว์แบบไฟท์บังคับด้วยนะ แต่งให้สวยๆ หน่อยเป็นพร็อพประกอบห้องได้อีกโซนนึงเลยครับ

ผมชอบผิวสัมผัสของหน้าบานตู้ครัวที่นี่มี Texture ดี

ห้องนอนแรกคือ 2nd Bedroom อยู่ได้จนกระทั่งลูกวัยรุ่นเลย ติดกับกระจกบานใหญ่

และสามารถเข้าห้องน้ำได้ทางนี้ด้วย เป็นห้องน้ำแบบ Double Access ที่ใช้ร่วมกับพื้นที่ด้านนอกได้สะดวกทั้ง 2 ทางครับ

ส่วนด้านในสุดเป็นพื้นที่ห้อง Master Bedroom ขนาดใหญ่

ห้องนี้มีกระจกทั้ง 2 ฝั่งของหัวเตียงเลย ที่สำคัญด้านในสุดก็เป็นกระจกเข้ามุม ให้ตั้งวางโต๊ะเครื่องแป้งรับแสงธรรมชาติแต่งหน้าได้อย่างเพลิดเพลิน

สิทธิพิเศษสำหรับเจ้าของห้องนอนนี้ก็คือมีห้องน้ำให้ใช้ในตัวครับ และไม่ต้องห่วงว่าตำแหน่งด้านในสุดจะอับชื้น เพราะเปิดระบายอากาศได้อีก ซึ่งก็ไปเชื่อมกับตำแหน่งระเบียงลับสำหรับวางคอมเพรสเซอร์แอร์นี่แหละครับ

ก็จบกันครบทุกห้องแล้วนะครับสำหรับห้องตัวอย่างที่นี่ 4 ห้อง 4 สไตล์ ใครที่สนใจก็แวะมาชมกันได้เลยครับ ก่อนกลับผมจะพาทุกคนไปชมบรรยากาศแถวนี้สักหน่อยทิ้งท้าย

อัพเดทแรกกับ The Mall Lifestore ท่าพระที่ปรับปรุงใหม่ในรอบ 30 กว่าปี น่าเดินมากเพราะเค้าจัดโซนยกเครื่องใหม่หมดทั้งห้างตามคอนเซปต์ใหม่ ที่สำคัญ โซนปากท้องอย่าง Gourmet Eats รวมทั้ง Gourmet Market นี่เดินเข้าได้จากหน้าห้างเลย แถมใหญ่สุดๆ มีสินค้าให้ช็อปหลากหลายกว่าเดิมเยอะ

ใกล้ๆ กันที่ไม่ไปไม่ได้คือ ตลาดพลู แหล่ง Street food เก่าแก่สุดคึกคักแห่งหนึ่งของฝั่งธน

ไม่ว่าจะเป็นร้านขนมหวานที่มีภาพคนต่อคิวรอซื้อจนชินตา

และอาหารคาวแบบ จานเดียวอร่อยๆ

ที่นั่งทานในบรรยากาศริมทางรถไฟแบบ Ringside

รวมถึงบรรดาของกินต่างๆ ที่หากินได้ละลานตาโดยเฉพาะ กุยช่าย และขนมเบื้องสุดอร่อย

ร้านกุยช่ายนี่มีเยอะมากจริงๆ ครับ ใครชอบร้านไหนที่สุดบอกกันบ้าง

และใกล้สุดๆ กับร้านเปิดใหม่ “San Ke Bar”

คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นในบรรยากาศสวนสุดชุ่มชื่นรื่นรมย์ ได้นั่งชมปลาคาร์ฟและนกเป็ดน้ำ

ที่นี่มีทั้งเครื่องดื่ม ขนมหวาน ขนมเซมเบ้ แม้กระทั่งซูชิให้เข้ากับคอนเซปต์ร้าน บรรยากาศชิลล์ๆ สบายๆ อยู่ตรงข้ามโครงการนี่เองครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือความน่าสนใจของโครงการ LIFE SATHORN SIERRA ที่เราพาทุกคนมาชมกันในวันนี้นะครับ ย้ำอีกครั้งว่า โครงการจะจัด Event ในวันที่ 29-30 มกราคมนี้ ใครที่สนใจก็เข้าไปร่วมงานกันได้ พร้อมโปรโมชั่นดีๆ ราคาพิเศษ คลิกลงทะเบียนรับสิทธิกันได้ที่นี่เลยครับ https://bit.ly/3IGqPDb