“ทัวร์ขอนแก่น เสียงแคนดอกคูน” บินไป รถไฟกลับ พาไปดูเรื่อง(ไม่)ลับ กับ “รถไฟขบวนใหม่”

เคยไหมครับ ทุกครั้งที่ออกเดินทางไปที่ไหนสักที่

มักจะมีเหตุการณ์บางอย่างให้เราได้จดจำเสมอ

อาจจะเป็น “ภาพความประทับใจ” ที่เราถ่ายเก็บไว้ได้ทัน

หรือไม่ก็ “ภาพความทรงจำ” ที่ติดอยู่ในใจเราจนลืมไม่ลง 

          หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า นอกจากผมจะชอบ “แอบดูคอนโด” แล้ว ผมยังชอบ “แอบหนีเที่ยว” อีกด้วย ซึ่งไม่ใช่การแอบถือรองเท้า แล้วค่อยๆย่องเบาลงมาชั้นล่าง หรือปีนหนีออกทางหน้าต่างตอนดึกดื่นนะครับ ฮ่าๆ แต่เป็นการแอบหนีไปเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ทั้งใหม่และเก่า ไม่ว่าจะตั้งใจไว้หรือด้วยโอกาสพาไปแบบนั้นฮะ

ทุกครั้งที่ได้ออกเดินทาง ไม่ว่าจะไปที่ไหน มักจะมีความประทับใจที่เกิดขึ้น และติดตามกลับมาด้วยอยู่เสมอ เช่นเดียวกับครั้งนี้ …. ในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสหนีไปเที่ยวที่ “จังหวัดขอนแก่น” เป็นการเริ่มต้นด้วยเครื่องบิน และกลับด้วย “รถไฟ”


มา ทัวร์ขอนแก่น ครั้งแรก มันก็จะตื่นเต้นหน่อย ร้านไหนใครเค้าว่าดีเราก็ตามไปลอง ทั้งปากหม้อญวน จั๊บญวน ไข่กระทะ ไปจนถึงตำซั่วปูปลาร้า ที่บอกเลยว่ารสชาติปลาร้าต่างจากกรุงเทพนัก เผ็ดแท้ แต่หอมคัก และข้าเจ้าก็มักหลาย (นี่แหละที่มาของคำว่าสบายปาก ลำบากตรูด ฮ่าๆ)

ตกเย็นผมก็ไปขี่จักรยานฟรีใน ม.ขอนแก่นที่ ofo เค้าจัดเตรียมไว้ให้บริการเพื่อคนรักสุขภาพทุกคน เช่าง่าย ขายคล่อง เอ๊ย คืนคล่อง สะดวกมากทีเดียวครับ สนนราคาก็คิดแค่ 5 บาทต่อครึ่งชั่วโมงเท่านั้น (แต่ที่บอกว่าฟรีเพราะตอนนี้เค้ามีโปร แฮ่!) แลกกับสุขภาพที่ดี มีแต่คุ้มกับคุ้ม

ปั่นพอได้น่องเกร็งจากนั้นก็กลับเข้าที่พัก “มิตรภาพเฮ้าส์” อพาร์ทเม้นท์เปิดใหม่ ราคามิตรภาพสมชื่อ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสายฝน 1 ถนนมิตรภาพ ราคาเริ่มต้น 490 บาท/วัน ที่นี่จึงตอบโจทย์ “ทริปเสียงแคนดอกคูน” ของผม ฮ่าๆ

ยามว่างผมก็ไปหากิจกรรมทำเพิ่ม เริ่มจากเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการไปไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้จิตผ่องแผ้วนพคุณก่อน ผมเดินทางไปที่ “วัดทุ่งเศรษฐี” เป็นวัดที่สวยมาก ถึงแม้วันนั้นแดดจะร้อน ก็ไม่ลังเลที่จะเดินขึ้นไปชมความงามด้านบน ซึ่งภายในวิหารมีองค์พระประทานคือ “หลวงปู่ดำ” ด้านนอกรายล้อมไปด้วยเจดีย์ 4 องค์ ทั้ง 4 ทิศ เป็นตัวแทนความหมาย ดิน น้ำ ลม ไฟ ส่วนบันไดทางขึ้นก็มีลวดลายของสัตว์ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

ตบท้ายทริปแบบสวยๆด้วยการไป “สวนสัตว์ขอนแก่น” หรือ “สวนสัตว์เขาสวนกวาง” เพื่อดูความน่ารักของสัตว์น้อยใหญ่ที่นี่ บนพื้นที่กว่า 3 พันไร่ มีรถพาทัวร์รอบๆ หรือใครชอบความเป็นส่วนตัวก็เช่ารถกอล์ฟขับเองได้ 1 ชั่วโมง ราคา 300 บาท เปิดทุกวัน 08.00 – 18.00 น. ที่ถูกใจผมที่สุดก็คงจะเป็นเจ้าทีโมน ที่กำลังมองหาพุมบ้า อยู่นั่นแหละครับ ฮ่าๆ

          อันที่จริง ความประทับใจในขอนแก่นของผมไม่ได้หมดแค่นี้หรอกนะ ขอนแก่นยังมีสถานที่สวยๆและน่าสนใจอีกมาก แต่เวลามันช่างผ่านไปเร็วนัก ถึงเวลาที่ผมต้องกลับกรุงเทพฯไป “แอบดูคอนโด” ต่อแล้ว

          ขากลับผมเดินทางกลับด้วย “รถไฟรุ่นใหม่” ที่เพิ่งเปิดให้บริการ 4 เส้นทาง จากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่, หนองคาย, อุบลราชธานี และหาดใหญ่ ซึ่งขบวนที่ผมจะขึ้นนั้นคือ ขบวนรถด่วนพิเศษอีสานมรรคาที่ 25/26 กรุงเทพ – หนองคาย – กรุงเทพ รถนอนปรับอากาศชั้น 1

และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นรถไฟชั้น 1!! 

ตู้นอน!!

ปรับอากาศ !!

อยู่ชั้น 1 ครั้งสุดท้ายก็ตอน ป.4 นี่ครับ มันก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา

เย้ย! นั่นมันคนละชั้น ฮ่าๆ

โอเคครับ รวบรวมสติแล้วไปต่อกัน ….

ผมมารอที่ “สถานีรถไฟชั่วคราวขอนแก่น” รอรถไฟรอบเวลา 3 ทุ่ม 30 นาที ซึ่งรถไฟเค้ามาตรงเวลานะครับ ก่อนอื่นเลยถ้าไม่ชัวร์ กลัวขึ้นผิดตู้ ก็ถามพี่ๆเจ้าหน้าที่ประจำสถานีดูก่อน ว่าเราควรยืนรอตรงไหนถึงจะขึ้นพอดีตู้เรา จะได้ไม่ต้องหอบหิ้วของวิ่งกันให้วุ่นวาย

ขึ้นมาบนรถ แค่เห็นทางเดินผมก็ชอบแล้วครับ เพราะมันค่อนข้างดูดีเลยทีเดียว ผิดกับรถไฟแบบเดิมๆ ที่เรามีภาพจำกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เห็นแล้วก็ต้องร้องว่า “เดี๋ยวนี้เค้าพัฒนาแล้ววว” (ใครทันโฆษณา Cellular 900 ต้องร้องอ๋อ ฮ่าๆ) 

ตู้นอนชั้น 1 นี้จะมีทั้งหมด 12 ห้อง ก็ถือว่าส่วนตัวพอสมควร ในห้องนอนได้ 2 คน เตียงบนจะอยู่ที่ราคา 1,157 บาท และเตียงล่างราคา 1,357 บาท (เพราะเตียงล่างใหญ่กว่าครับ)

เตียงนอนก็จะหน้าตาประมาณนี้ มีปลั๊กไฟและไฟอ่านหนังสืออยู่ที่หัวเตียงทั้ง 2 ที่เลย มีปุ่มกดเปิด-ปิด ไฟได้โดยไม่ต้องลุกไปกดเองที่ประตู ปุ่มกดเรียกพนักงาน รวมถึงช่องเสียบ USB และ wifi ฟรี 45 นาที พร้อมผ้าขนหนูและผ้าห่มเตรียมไว้ให้อย่างดี

อ่ะ! ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว วันนี้ก็เปลี่ยนจาก “รีวิวคอนโด” มา “รีวิวรถไฟ” เลยแล้วกัน

เริ่มจาก จอ LCD ส่วนตัว (Touch Screen) ทั้งเตียงบนเตียงล่าง บอกทั้งสถานีที่อยู่ปัจจุบัน สถานีถัดไป (กันลงผิดป้าย) ดูหนัง สั่งอาหาร แถมยังบอกสถานะของห้องน้ำ ห้องอาบน้ำให้ด้วย ว่าตอนนี้ว่าง หรือมีคนใช้อยู่ จะได้ไม่ต้องนุ่งผ้าเดินออกไปให้เขินกัน อันนี้เรียกว่าคิดเผื่อคนเดินทางจริง ๆ

หรือใครสะดวกจะไม่อาบน้ำ (เหมือนผม) ก็ล้างหน้า แปรงฟันได้ที่อ่างล้างมือในห้องได้เลย แต่พื้นมันก็จะเปียกๆหน่อย ด้านบนมีตู้กระจกไว้ให้สาวๆแต่งหน้าได้ด้วย ด้านในก็สามารถเก็บของกระจุกกระจิกได้อีกนิด แถมแก้วให้อีก 2 ใบ

มีโต๊ะเล็กๆยื่นออกมาข้างเตียงล่าง พร้อมน้ำดื่มฟรีให้ 2 ขวด วางของบนโต๊ะนี้ได้เลยนะครับ ผมลองแล้วไม่มีชิ้นไหนร่วงเลย

จากนั้นก็ขอแอบไปดูห้องน้ำสักหน่อย ประตูทางเดินทั้งหมดเป็นระบบอัตโนมัติ กดปุ๊บ ปิดปั๊บ ไม่ต้องกลัวโดนซอมบี้กัดเลย (คิดสะว่าตัวเองเป็น กงยู)

ห้องน้ำที่นี่เป็นระบบสุญญากาศ หมดกังวลเรื่องกลิ่น พื้นกันลื่น มีห้องน้ำแบบชักโครก 2 ห้อง แบบโถปัสสาวะ 1 ห้อง และห้องอาบน้ำ พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น แถมมีสบู่เหลวกับแชมพูให้พร้อม!! อื้อหือ อะไรจะครบปานนี้

ก่อนจะเดินต่อไปยังตู้เสบียงเพื่อหาอะไรรองท้อง ผมก็ได้เดินผ่านรถไฟชั้น 2 ซึ่งก็ดูดีไม่แพ้กันนะครับมีปลั๊ก มีไฟอ่านหนังสือที่หัวเตียงให้เช่นกัน ใครพร้อมนอนก็แค่รูดม่านปิด เดินไปอีกนิดก็จะเป็นอ่างล่างมือ พร้อมกระจกบานใหญ่ ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องห่วง เค้ามีกล้องวงจรปิดและพนักงานอยู่ทุกขบวนรถครับ

และแล้วก็เดินมาถึงตู้เสบียงเบาะสีเขียวดูสะอาดสะอ้าน มีขนมขบเคี้ยว นม น้ำเปล่า น้ำผลไม้ และน่าจะมีเมนูอาหารด้วย แต่เนื่องจากครัวปิด 4 ทุ่ม ผมจึงกินได้แค่ป๊อกกี้ ฮ่าๆ ส่วนคอแป๊บ คอทองแดงทั้งหลาย อดนะครับ ที่นี่เค้างดจำหน่ายสุรา และบุหรี่ทุกชนิด

          Sneak จนหนำใจ ก็ได้เวลาเข้านอน ขบวนรถมีการโยกเยกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ตลอดการนอนในค่ำคืนนั้นของผม ถ้าไม่นับเสียงเจ้าตัวเล็กที่ร้องไห้ โยเยอยู่ประมาณ 10 นาที ก็เห็นจะมีแค่เสียงรถไฟ ฉึก ฉัก ฉึก ฉัก กับแสงไฟจากด้านนอก ที่ส่องกระทบเข้ามาในห้องเป็นครั้งคราว คืนนั้นผมแทบไม่ได้นอนเลยครับ นั่งมองวิวด้านนอก ที่แม้จะมองเห็นแค่เงาไวไวของต้นไม้สูงใหญ่ แต่มันก็เป็น Feeling ที่ดีมาก อย่างบอกไม่ถูกจริงๆครับ

              ผมจึงขอยกให้ Moment ในการเดินทางกลับกรุงเทพด้วย “รถไฟขบวนใหม่” ครั้งนี้ เป็นเรื่องราวที่ประทับใจที่สุดของผม ทั้งสะอาด สะดวกและปลอดภัยแบบนี้ ถ้ามี Fitness อีก ก็ “คอนโด Long Rise ดีดี นี่เองแหละครับ ฮ่าๆ

เอ้อ! ลืมบอกไป กำหนดการผมต้องถึงปลายทาง (หัวลำโพง) เวลา 6 โมงเช้า ตอนประมาณเกือบๆตี 5 จะมีเสียงประกาศจากเจ้าหน้าที่ แจ้งเตือนว่าถึงสถานีไหนแล้ว ถึงจุดหมายปลายทางของใครก็ให้เตรียมข้าวของให้พร้อมลงจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะเดินมาทำการเก็บที่นอนให้เรา (อย่างคล่องแคล่วว่องไว) กลายมาเป็นที่นั่งแทนครับ

          สำหรับใครที่พอจะมีเวลา ลองออกไปใช้ชีวิต ออกไปเจอเพื่อนใหม่ ออกไปท่องเที่ยวในที่ใหม่ๆกันดูนะครับ เผื่อจะเจอเรื่องราวดีๆ จะเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ไม่สำคัญ จะเที่ยวถูก เที่ยวแพงไม่ใช่ประเด็น แต่มันอยู่ที่ เราได้หอบความทรงจำ และรอยยิ้มกลับบ้านมาด้วยต่างหาก จริงไหมละครับ ?

ติดตามเราได้ที่ : facebook

ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้