fbpx

“มั่นคงฯ” เผย “Bangkok Free Trade Zone” สร้างรายได้กว่า 340 ลบ. พร้อมโตเป็น 580 ลบ. หรืออีก 70% ภายในปี 2564

บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย ภายใต้แบรนด์ “ชวนชื่น” รุกตลาดเช่าและการบริการ มุ่งเป้าขยายธุรกิจเพื่อเช่าและการบริการ หรือ Recurring income เพื่อเสริมดันสัดส่วนกำไรอยู่ที่อัตราส่วน 50:50 ตามแผนธุรกิจ 5 ปี เผยถึงความคืบหน้าธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า Bangkok Free Trade Zone ย่านบางนา-ตราด กม.23 ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัทในเครือ ที่สามารถสร้างรายได้สะสมถึง 730 ล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2559 – 2561 โดยคาดว่าในปีนี้จะสามารถสร้าง รายได้เพิ่มอีก 340 ล้านบาทพร้อมขยายพื้นที่ให้เช่าเต็ม 350 ไร่ ในปี 2563 ซึ่งจะส่งผลให้รายได้เติบโตขึ้นอีก 70% หรือคิดเป็น 580 ล้านบาทในปี 2564 เล็งพื้นที่ข้างเคียงเตรียมขยายเฟสใหม่ รองรับลูกค้าที่มาใช้บริการเช่าพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด 

เผยว่า ธุรกิจโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า โครงการ Bangkok Free Trade Zone นับได้ว่าเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับMK ได้เป็นอย่างดีและต่อเนื่อง โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ได้มากถึง 730 ล้านบาท  โดยในปี 62 นี้  มีแผนพัฒนาเพิ่มเป็น 200,000 ตารางเมตร และมีแผนพัฒนาให้มีพื้นที่เช่าเต็ม 285,000 ตารางเมตร ในปี64 คาดการณ์รายได้จะเติบโตขึ้นอีก 70% หรือ คิดเป็น 580 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้เช่าหลักจะเป็นชาวต่างชาติ  ได้แก่  ญี่ปุ่น 27% , อันดับ 2 ยุโรป 24% , อันดับ 3 ไทย 21% รองลงมา คือ ลูกค้าเอเชีย (ไม่รวมไทยและญี่ปุ่น)19% และสุดท้าย คือ โอเชียเนีย-อเมริกา อีก 9%

“การดำเนินงานของเราในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นช่วงทำการตลาด ซึ่งทั้งหมดทยอยเห็นผลในปีนี้ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เข้ามาจากทางเวปไซต์,  Agent และเป็นลูกค้าที่เราได้พบระหว่างที่ไปออกบูธ ทำให้โครงการของเราเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี จากประมาณการด้านการดำเนินงานที่ผ่านมาของทางบริษัทฯพบว่าที่นี้มี Occupancy Rate อยู่ไม่ต่ำกว่า 90% ทำให้เรามั่นใจว่าโครงการจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติอย่างแน่นอน”

โครงการ Bangkok Free Trade Zone ตั้งอยู่ที่ บางนาตราด กม.23  เป็นพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าที่มีการขออนุญาตให้เป็น Free Zone สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาเช่าพื้นที่ โดยสามารถเลือกได้ทั้งส่วนที่เป็น Free Zone หรือ ส่วนที่เป็น General Zone  ซึ่งภายใน Bangkok Free Trade Zone นี้ เรามีอาคารให้เช่าแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1) อาคารคลังสินค้า และ 2) อาคารโรงงาน เนื่องจากบริเวณที่ตั้งโครงการเป็นพื้นที่สีม่วง ทำให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างโรงงานในพื้นที่นี้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขออนุญาต สำหรับ Bangkok Free Trade Zone พื้นที่ทั้งหมดในโครงการมีทั้งสิ้น 1,000 ไร่ ซึ่ง 700 ไร่ เป็นพื้นที่เพื่อการเช่า หรือ  Leasable Area  โดยอีก 300 ไร่ คือ พื้นที่เพื่อการสาธารณูปโภค อาทิ ถนนสาธารณะ โรงบำบัดน้ำเสีย และส่วนการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการ เป็นต้น  

DCIM\100MEDIA\DJI_0024.JPG

จุดเด่นของโครงการ Bangkok Free Trade Zone คือ เป็นโครงการที่มีทั้งส่วนที่เป็น Free Zone และ General Zone มีพื้นที่ในการบริการทั้งในส่วนที่เป็นคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า มีระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ บนพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 1,000 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีม่วงที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ สามารถเดินทางเข้าออกได้ 2 เส้นทาง คือ ถนนบางนา-ตราด กม.23 และ ถนนบางนา-ตราด กม.19  และมีการคมนาคมที่สะดวก โดยห่างจากท่าเรือคลองเตยเพียง 23 กิโลเมตร ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 17 กิโลเมตร และห่างจากท่าเรือแหลมฉบังเพียง  90 กิโลเมตร ทั้งนี้เมื่อเดินทางไปยังเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพียง 50 กิโลเมตร มีบริการเสริมอำนวยความสะดวกที่เตรียมไว้สำหรับผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ อาทิ Consulting Service ที่บริการให้คำปรึกษาเรื่องการขออนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทย ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมในการทำธุรกิจ เอกสารประกอบ และให้คำปรึกษาด้านการขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบกิจการในเขตปลอกอากร (กศก. 185) เป็นต้น นอกจากนี้ทางโครงการยังมีระบบสาธารณูปโภคภายในโครงการอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบการบำบัดน้ำเสีย ระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบรักษาความปลอดภัยและดูแลความสะอาดภายในโครงการ และ ยังมีโซนร้านค้า ร้านอาหาร และบริการด้านศุลกากรสำหรับการบริการผู้เช่าอีกด้วย 

DCIM\100MEDIA\DJI_0030.JPG

“ถ้ามองในด้านความเสี่ยงและการแข่งขัน เรามองว่า Bangkok Free Trade Zone เป็นโครงการที่ยังมีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีจุดเด่นครบ มีโลโคชั่นที่ดี ทำให้เราไม่ได้กังวลเรื่องลูกค้าที่เข้ามาเช่านัก แต่หากมองในด้านการเติบโตของธุรกิจนี้ เรายังคงต้องหาที่ดินเพื่อพัฒนาเป็นโครงการประเภทคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายการเติบโตของธุรกิจและการเติบโตของเราได้ในแง่ของการสร้าง Recurring Incomeให้กับบริษัทแม่ ดังนั้น  เรายังคงมองหาโอกาส มองหาที่ดินที่เหมาะสมเพื่อขยายธุรกิจนี้ต่อไป” นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กล่าวปิดท้าย

DCIM\100MEDIA\DJI_0174.JPG

สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ทำรายได้ 2,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 323 ล้านบาท กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 258.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรเพิ่ม 51.5% โดยพบว่าธุรกิจให้เช่าและบริการเติบโตร้อนแรงและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีสัดส่วนกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจให้เช่าและธุรกิจบริการในไตรมาส 2 ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็น 30.3% โดยคาดว่าสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจฝั่งเพื่อขายกับฝั่งเพื่อเช่าและการบริการ จะมีสัดส่วนเป็น 50:50 ตามแผนธุรกิจ 5 ปี