เอสซีจี เผยเทคนิคปรับปรุงบ้านรับมืออากาศร้อนและฝุ่น PM 2.5 ด้วยนวัตกรรมที่อยู่อาศัย พร้อมชวนมาเปลี่ยนบ้านให้เป็นพื้นที่ในการใช้ชีวิตที่ปลอดภัย อยู่สบายได้ในทุกๆ วัน

ปัญหาด้านอากาศที่คนไทยต้องเจอเป็นประจำคงหนีไม่พ้น ‘อากาศร้อน’ โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมและเมษายนที่มีอุณหภูมิสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แม้ไม่ได้มีผลเสียต่อสุขภาพร้ายแรงแต่ก็ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และอ่อนเพลีย

ขณะเดียวกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนไทยในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังต้องเจอกับ ‘วิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก’ หรือ PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอันตรายของเจ้าฝุ่น PM 2.5 ไม่เพียงทำลายสุขภาพแบบเฉียบพลัน เช่น เกิดอาการไอ จาม หรือแสบตา แต่สํานักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (International Agency for Research on Cancer, IARC) ยังระบุว่ามลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ได้*

ซึ่งหลายคนคิดว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่ออยู่ภายนอกบ้าน แต่จะปลอดภัยเมื่อเราอยู่ภายใน ‘บ้าน’ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 สิ่งนี้สามารถรุกรานเข้าสู่ภายในบ้านได้เช่นกัน ในโอกาสนี้ เอสซีจี ในฐานะผู้นำนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างครบวงจร จึงขอแนะนำเทคนิคในการสร้างเกราะกำบังให้บ้าน ด้วยการนำนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัยมาใช้กับบ้านสร้างใหม่ หรือบ้านที่ต้องการรีโนเวทเพื่อให้บ้านปลอดภัย และอยู่สบายตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายคนต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในบ้าน เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวมีคุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัยที่ดีในทุกๆ วัน

นายเจือ คุปติทัฬหิ Consult and Design Solution Business Lead จากเอสซีจี กล่าวว่า “จากปัญหามลภาวะทางอากาศ ฝุ่นละออง และสภาพอากาศที่ร้อนที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน ทำให้ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไป ทุกวันนี้หลายคนต้องการ ‘บ้าน’ ที่เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่ต้องเป็นบ้านที่เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน มีฟังก์ชันที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์และตอบโจทย์การอยู่อาศัยได้ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงาม ทันสมัย อยู่สบาย ปลอดภัย

และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยเหตุนี้ เอสซีจี จึงมุ่งมั่นนำความเชี่ยวชาญมาพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม และเซอร์วิสโซลูชันให้สามารถเติมเต็มทุกความต้องการเรื่องบ้านได้อย่างครอบคลุมและครบถ้วน รวมถึงตอบปัญหาด้านอากาศที่ได้กล่าวมาข้างต้นด้วย ทั้งนี้จึงได้รวบรวมนวัตกรรมเพื่อที่อยู่อาศัย และวัสดุก่อสร้างที่สามารถนำมาปรับพื้นที่บ้านเก่า หรือใช้สร้างบ้านใหม่ เพื่อช่วยให้บ้านมีคุณภาพอากาศที่ดี ถ่ายเท ปลอดฝุ่น รวมถึงช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน รวมถึงได้ประโยชน์เรื่องการประหยัดไฟเป็นของแถมอีกด้วย” 

นวัตกรรมเพื่ออากาศที่บริสุทธิ์ สดชื่น และช่วยให้อากาศถ่ายเทตลอดทั้งวัน

ภาพประกอบ พี่กิ๊ฟ

ระบบ Active AIRflow™ System เดิมทีเจ้าของบ้านจะถ่ายเทอากาศและความร้อนภายในบ้านด้วยการเปิดหน้าต่างและประตูทิ้งไว้ แต่ปัญหาด้านมลภาวะและฝุ่น PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความร้อน อากาศเสียและฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้เข้ามาภายในตัวบ้านระหว่างที่เปิดประตูและหน้าต่าง หรือเล็ดลอดผ่านกรอบประตูหน้าต่าง รอยผนังที่ไม่มิดชิดได้อีกด้วย แต่เราสามารถเปลี่ยนบ้านให้อยู่สบายและลดฝุ่นได้ด้วยระบบ Active AIRflow™ System นวัตกรรมเร่งกลไกการถ่ายเทอากาศและระบายความร้อนออกจากตัวบ้าน และโถงหลังคา

ซึ่งมีระบบการทำงาน 3 ขั้นตอน ได้แก่ 

1. เติมอากาศใหม่เข้าสู่ตัวบ้านผ่านช่องเติมอากาศติดผนัง ซึ่งจะมีแผ่นฟิลเตอร์สำหรับป้องกัน PM 2.5 และแมลง ทำให้บ้านมีอากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนตลอดเวลา แม้จะปิดประตูหน้าต่างไว้อย่างมิดชิดทุกบานก็ตาม 

2. มีชุดระบายอากาศและถ่ายเทความร้อนจากภายในบ้านขึ้นไปยังโถงหลังคา 

3. เร่งระบายอากาศและความร้อนจากโถงหลังคาออกนอกตัวบ้านด้วยชุดกระเบื้องระบายความร้อนในโถงหลังคา ดังนั้นระบบนี้จึงช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้ 2-5 องศา และ 10 องศาในโถงหลังคา ช่วยประหยัดค่าไฟและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ทำให้บ้านเย็นเร็วขึ้นและลดการใช้พลังงานเครื่องปรับอากาศได้ถึง 16-20% เมื่อเทียบกับบ้านธรรมดา  ขณะเดียวกันยังเติมอากาศใหม่เข้าสู่ตัวบ้านอย่างสม่ำเสมอ จึงลดความร้อนสะสม ลดความอับชื้น และลดความเสี่ยงจากการเกิดภูมิแพ้

ภาพประกอบ พี่กิ๊ฟ

นอกจากนี้เพิ่มฟังก์ชันให้บ้านประหยัดพลังงานด้วยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ SCG Solar Roof Solutions ตอบโจทย์การใช้พลังงานเพื่อการอยู่อาศัยที่ดีขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ ที่ครบ จบในที่เดียว มั่นใจได้ในความเป็นมืออาชีพที่มากกว่า โดยทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านหลังคา และระบบโซลาร์ที่ยาวนาน อีกทั้งมีบริการตรวจเช็คหลังคาก่อนติดตั้งระบบโซลาร์ พร้อมโซลูชันแก้ทุกปัญหาหลังคา เพื่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน และหมดกังวลกับปัญหาหลังคารั่วด้วยนวัตกรรม Solar FIX ซึ่งหากผนวกนวัตกรรมทั้ง 2 ตัวเข้าด้วยกัน จะช่วยเรื่องการประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาวได้อย่างเป็นอย่างดี

นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างที่ช่วยป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน

ภาพประกอบ พี่กิ๊ฟ
  • หลังคา เป็นปราการด่านแรกที่ต้องรับความร้อนถึง 70% ดังนั้นจึงควรเลือกหลังคาที่สามารถสะท้อนความร้อนได้เป็นอย่างดี เคล็ดลับง่ายๆ คือ เลือกหลังคาที่ได้รับ ‘ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง’ จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งในปีที่ผ่านมา หลังคาเอสซีจีได้ฉลากรับรองมากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 16 รุ่น และครอบคลุม 3 วัสดุหลังคาที่คนไทยนิยมใช้ ได้แก่ หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ หลังคาคอนกรีต และหลังคาเซรามิก โดยหลังคาเอสซีจีที่ได้รับฉลากรับรองดังกล่าวมีค่าการสะท้อนรังสีแสงอาทิตย์ (Solar Radiation Reflectance) ได้มากกว่า หรือเท่ากับร้อยละ 45 (อ้างอิงมาตรฐานวิธีการทดสอบ ASTM E903) จึงสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าหลังคาทั่วไป ทำให้ช่วยประหยัดค่าไฟจากเครื่องปรับอากาศได้มากขึ้นด้วย
  • ฉนวนกันความร้อน ตัวช่วยสำคัญในการสกัดกั้นความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ฉนวนกันความร้อนสามารถติดตั้งได้บริเวณฝ้าเพดาน ยิ่งความหนามากจะยิ่งช่วยให้มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้ดียิ่งขึ้น สามารถลดความร้อนได้ประมาณ 3-5 องศา และลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้สูงสุด  47% ทั้งนี้ ควรเลือกฉนวนที่ผลิตจากใยแก้ว เพราะเป็นวัสดุที่ไม่ลามไฟ และที่สำคัญไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • ระบบฝ้าชายคา การติดตั้งระบบฝ้าชายคาระบายอากาศ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้อากาศเย็นภายนอกไหลผ่านเข้าแทนที่อากาศร้อนภายใต้หลังคา ลดความร้อนภายในตัวบ้านได้ โดยควรเลือกฝ้าที่มีรูหรือช่องทางระบายอากาศและมีตาข่ายเพื่อป้องกันแมลงเข้าสู่ตัวบ้าน แข็งแรง และทนน้ำทนชื้นได้ดี ปัจจุบัน ฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี รุ่นโพรเทคชั่น สามารถป้องกันแมลงเพราะติดตาข่ายไฟเบอร์กลาสมาจากโรงงาน ช่วยให้มั่นใจได้ในคุณภาพทั้งแผ่นและตาข่าย อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนในการติดตั้งอีกด้วย รวมทั้ง บ้านเย็นเพราะมีรูระบายอากาศ มีหลากหลายรูปแบบ ทำให้สามารถสร้างแพทเทิร์นลวดลายต่างๆ ตามความชอบของเจ้าของบ้านได้อีกด้วย

นอกจากนวัตกรรมวัสดุและโซลูชันเพื่อที่อยู่อาศัยที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว การเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบริเวณบ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีอันแสนง่ายในการดักจับฝุ่น คลายอากาศร้อน และเพิ่มควายสวยงามภายในบ้านได้อีกด้วย โดยแนะนำให้เลือกต้นไม้ที่มีลักษณะใบเล็กแหลมและแน่น หนา ผิวใบหยาบสาก หรือใบมีขน เพื่อให้สามารถดักจับฝุ่นละอองได้ดี อาทิ พลูด่าง หมากเหลือง เศรษฐีเรือนใน อัญชัน วาสนา โดยต้นไม้เหล่านี้สามารถนำมาจัดสวนแนวตั้งด้วย SCG Modular Green Hiveหรือปลูกในกระถางเล็กๆ ตั้งไว้ภายในบ้าน

“ด้วยนวัตกรรมดังกล่าว เจ้าของบ้านสามารถเปลี่ยนปัญหาเรื่องบ้าน ให้กลายเป็นความสุขในการอยู่อาศัยที่เหมาะกับคนยุคใหม่ได้ง่ายๆ ซึ่งเอสซีจี มีบริการครบวงจร ที่พร้อมให้บริการตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้งอย่างมีมาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งลูกค้ามั่นใจและเชื่อถือได้ว่าจะได้สินค้าและบริการที่มีมาตรฐานคุ้มค่า แข็งแรงทนทาน และงบไม่บานปลายแน่นอน” นายเจือ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจทำบ้านหรือปรับพื้นที่ความสุขภายในบ้าน สามารถติดตามข่าวสาร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SCG HOME Contact Center 02-586-2222 หรือ https://bit.ly/3do5uzs หรือ Facebook Page : SCG Brand และสามารถติดตามรายการ “สุขสร้างได้” by เอสซีจี รายการสาระบันเทิงที่จะทำให้เห็นว่าการปรับบ้านไม่ยากอย่างที่คิด ได้ทาง Facebook, Youtube ของ SCG Brand และ Facebook, Youtube และ Instagram ของ Amarin TV

ข้อมูลอ้างอิง* http://envocc.ddc.moph.go.th/uploads/downloads/do_manual_PM2.5.pdf

ข่าวสารน่ารู้

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จัดทัพเดินหน้าธุรกิจ ปูพรมขึ้นแท่นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และ พาณิชยกรรม