แอบดูห้องตัวอย่าง Supreme Legend คอนโด Luxury ที่ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีจากรุ่นสู่รุ่น

“จิ๊บๆๆ กุ๊กกรู๊ว กุ๊กกรู๊ววว~” อันนี้ไม่ใช่เสียงทักทายแฟนเพจนะ ฮ่าๆ แต่นี่เป็นเสียงแรกที่แอบดูได้ยินหลังจากออกไปยืนบนระเบียงห้องชั้น 5 ของห้องตัวอย่างที่ “ Supreme Legend ” ที่ตั้งอยู่ในซอยอมร บริเวณถนนนางลิ้นจี่ จริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่เวลาเปิดระเบียงออกไปมักจะได้ยินเสียงความวุ่นวายจากชุมชน หรือการจราจรรอบข้างมากกว่า และพอปิดกลับเข้ามาในห้องก็พบกับความกว้างขวางของห้องขนาด 130 ตร.ม. ที่อบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้าน… ครับ ฟังไม่ผิดหรอกเพราะขนาดนี้จริงๆ แทบจะเรียกได้ว่าเอาห้อง 1Bed ที่นิยมกันในทุกวันนี้คูณสี่ไปเลย

“เราเน้นความสงบร่มรื่นค่ะ” แว่วเสียงที่สองจากน้องคนสวยผู้ดูแลโครงการ ที่ฟังแล้วก็ดูจะไม่เกินเลยเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่ประตูทางเข้าที่แอบดูเดินผ่านคุณปู่ต้นใหญ่อายุหลายปี ก็พบกับความร่มรื่น เขียวขจีของต้นไม้นานาชนิดที่โครงการบำรุงรักษา รวมถึงจัดตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับมาอยู่ในความสงบ หลังจากหลบการจราจรจากในเมืองเข้ามาถึงบ้าน ที่เน้นการอยู่ร่วมกันของครอบครัวใหญ่ทุกเพศทุกวัยอย่างมีความสุข

“เรามีทางลาดที่วางคู่ไปกับทางเดินและบันไดทั่วโครงการด้วยนะคะ” เสียงจากน้องคนเดิมสำทับสิ่งที่แอบดูสังเกตเห็นด้วยตาว่า ตั้งแต่ที่จอดรถก็จะมีทางลาดสำหรับรถเข็นให้ใช้ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะลงไปที่สวน หรือขึ้นไปยังพื้นที่ส่วนกลางในชั้น 2 ที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ห้องอเนกประสงค์ (ที่เค้าเรียกกันโก้ๆว่า มัลติเพ้อเพิ่สรูม) ฟิตเนส และซาวน่า นี่คือสิ่งที่ดีที่ทำให้เราไม่ต้องทิ้งคนข้างหลังที่อุ้มชูเรามาจนเค้าแก่ชราไว้เพียงแค่ที่ใดที่หนึ่งด้วยเหตุผลเพียงเพราะว่าเดินทางไม่สะดวก

ที่ฝอยมาคือบรรยากาศและความรู้สึกที่แอบดูได้จากการเข้ามาที่นี่ฮะ ห้องตัวอย่างที่ได้ไปดูมีทั้งแบบ 2Bed ขนาด 130 ตร.ม. และ 3Bed ขนาด 300 ตร.ม. (อื้ม..คูณสี่ไม่พอ คูณสี่ไปเลยลูกพี่) ที่มีการจัดวางพื้นที่ส่วนห้องนอนที่ต้องการความสงบแยกกับพื้นที่ส่วน Living ทำให้จะอยู่ตรงไหนก็ไม่กวนกัน และพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ก็ทำให้เราไม่ต้องใช้ความพยายามในการจัดสรรพื้นที่ให้เหนื่อย จะจัดวาง หรือตกแต่งอะไรก็ง่ายเหมือนบ้าน ซึ่งโครงการให้ห้องมาแบบ Fully-Fitted คือ

– พื้น เป็นแบบไม้เอ็นจิเนียร์หน้าไม้โอ๊ค
– ระบบปรับอากาศ ใช้แอร์ฝังฝ้าของ Mitsubishi ระบบ VRF ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแบบทั่วไป และมีตำแหน่งคอยล์ร้อนเพียงตำแหน่งเดียว ทำให้ไม่กินพื้นที่บนระเบียง
– สุขภัณฑ์ในห้องน้ำจาก Toto และ Grohe
– ชุดครัวบิวท์อินแบบ Soft close, ซิงค์จาก Teka, ชุด Hob และ Hood จาก Kuppersbusch ที่ดูสวยงามน่าใช้มากก

สุดท้ายคือเรื่องของราคา ห้องขนาดเล็กสุดที่นี่คือ แบบ 2Bed ขนาด 121 ตร.ม. เริ่มต้นที่ 15.9 ล้านบาท หรือราคาเฉลี่ยประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งตอนนี้ที่โครงการจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ และฟรีค่าธรรมเนียมการโอน ไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ครับ เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ >> http://bit.ly/2p05P3a

วันนี้แอบดูคอนโดเก็บภาพมาฝากเช่นเคย ตามไปชมความอลังการของกระจกขนาดใหญ่ และความโอ่โถงแบบไม่ต้องลุ้นกันได้เล้ยย

วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่าง ซึ่งก็คือห้องจริง ที่โครงการจัดตกแต่งให้เห็นเป็นไอเดียให้เราได้เห็นว่าจะจัดยังไงได้บ้าง แต่บอกเลยว่าจัดยังไงก็โล่ง จัดยังไงก็กว้างงง จริงๆ

ขอเริ่มกันมาที่ทางเข้าโครงการก่อน นี่คือต้นไม้ใหญ่ที่แอบดูเคยเล่าให้ฟัง ดีใจที่โครงการเก็บรักษาไว้ เสียอย่างเดียวก็คือสายระบบต่างๆ ของ กทม. ในซอยอมร ถ้าจัดการดีกว่านี้อีกนิดจะทำให้ทัศนวิสัยดีขึ้นเยอะเล

ตัวโครงการมี 2 อาคารครับ ตอนนี้เค้าขายอาคารแรกอยู่ซึ่งมีประมาณ 38 ยูนิต ทั้งแบบ 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอนครับ ตัวล็อบบี้เน้นความโปร่งให้แสงสว่างเข้าถึงและสัมผัสความร่มรื่นของสวนด้านนอกได้อย่างเต็มที่

ตรงกลางสวนก็ยังมีต้นไม้ใหญ่อีกต้นแผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นชื่นใจ

ขึ้นมาที่ห้องแรกของเราเป็นแบบ 3 ห้องนอน ขนาด 300 ตร.ม. ครับ จะเห็นว่าประตูทางเข้ามี 2 ทาง
– ฝั่งขวาเป็นประตูหลัก แต่ที่เห็นนี้คือประตู้ชั้นนอกนะครับ จะมีลักษณะเปิดเป็นช่องๆ ไว้ก็เพื่อความโปร่ง และประตูนี้มือจับเป็นแบบ Key-less นะ คือมีกุญแจไว้กับตัวกดเปิดเข้าไปได้เลย
– ฝั่งซ้ายเป็นประตูเข้าด้านหลังไปยังส่วนครัว และห้อง Maid ตรงส่วนนี้ก็ให้แม่บ้านใช้ได้โดยไม่ต้องเดินผ่านทางหน้าบ้าน ประมาณนั้นฮะ

เปิดเข้ามาก็จะมีเหมือนหน้าบ้านส่วนตัว ให้มีที่นั่งออกมารับลม รดน้ำต้นไม้บ้าง

นี่ก็คือประตูอีกขั้นที่กั้นไว้ก่อนจะเข้ามาในห้องครับ ทางเดินที่ลาดยาวนี้จะนำไปสู่ห้องนั่งเล่นที่สุดทาง ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็นห้องนอนต่างๆ พร้อมห้องน้ำ

เดินมาถึงห้องนี้ก็ต้องร้องอู้ว เพราะกว้าง และสว่างเต็มตา เห็นกระจกทั้งสองฝั่งใช่มั้ยครับ นั่นแหละที่มาของแสงนี้ พื้นที่ห้องนี้จัดวางร่วมกันได้เป็นพื้นที่ใช้สอยทั้งนั่งเล่น กินข้าว และทำอาหาร

พื้นที่นี้บอกเลยว่ายังไงก็เหลือเฟือ ของจริงเปลี่ยนจากทีวีใส่เป็นโปรเจกเตอร์ยังได้เลย

ให้ภาพเล่าเรื่องก็แล้วกันครับ

ครัวตรงนี้ได้ตู้บิวท์อินแบบ Soft-close, Sink ของ Teka พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Kuppersbusch ทั้งเตาเซรามิค, เครื่องดูดควัน, เตาอบ, เตาไมโครเวฟ เครื่องล้างจาน และตู้เย็นครับ
ด้านหลังครัวนี้เป็นประตูออกไปด้านนอก และประตูที่เห็นข้างๆ รูปบนผนังสีแดงนั้นเป็นทางเข้าไปยังห้องแม่บ้านที่มีห้องน้ำในตัว รวมไปถึงส่วนที่เชื่อมไปยังโซนซักล้างและระเบียงสำหรับตากผ้าครับ

พื้นที่ขนาดนี้ถูกใจคนชอบทำครัวแน่นอน สวยงาม และฟิตติ้งของตู้ก็ให้ความรู้สึกที่ดี ต่อให้ทำไม่เป็น หันมาเห็นครัวนี้ผมก็ยังรู้สึกมีพลังแฝงขึ้นมาเลย ฮ่าๆ

ตรงส่วนครัวนี้สามารถทำบานเลื่อนเพื่อปรับเป็นครัวปิดเฉพาะกิจเวลาทำอาหารไทยได้นะครับ ก็เป็นไอเดียให้ห้องมีความยืดหยุ่นในการใช้งานจริงมากขึ้น

ระเบียงด้านนอกกว้างขวางมาก นอกจากวางกระถางต้นไม้จะวางโต๊ะเพิ่มก็ยังได้ ตรงสุดท้างเป็นที่วางตัวคอมเพรสเซอร์ ซึ่งแอร์ฝังระบบ VRF นี้มีจุดวางคอยล์ร้อนตำแหน่งเดียวครับ ไม่เกะกะพื้นที่

สำหรับพื้นที่ของห้องนอนก็กว้างขวางเหมือนเดิม โดยเฉพาะห้องนอน Master

ได้มุมของกระจกที่มากขึ้น และระเบียงยาวทางด้านนอก

ส่วนห้องนอนอื่นๆ อันนี้เอามาให้ดูว่ามีไอเดียในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งอย่างไรบ้าง หลากหลายรูปแบบครับ

ตำแหน่งระเบียงด้านนอกจะมีกริลบังตาที่เป็นลักษณะลวดลายของตัวอาคาร พร้อมตำแหน่งที่วางเครื่องทำน้ำร้อน ซึ่งห้องขนาดใหญ่นี้จะมีจุดให้วางได้หลายจุดครับ แต่ไม่ได้เกะกะระเบียงเพราะอยู่ในช่องผนังพอดี

นี่อีกจุดนึงในส่วนของห้องซักล้างครับก็เอาไว้วางเครืองซักและอบผ้าได้ด้วย

มีระเบียงขนาดใหญ่ด้านหลังอีกสำหรับตากผ้าได้ ใกล้กับห้องนอนแม่บ้าน ซึ่งเค้าจะทำงานได้สะดวกครั

อันนี้พามาชม 3ฺBed ที่ตกแต่งอีกสไตล์นึงครับ

โต๊ะนี้นอกจากทานข้าวแล้ว เหมาะมานั่งประชุมมาก น่าจะคิดงานได้ง่าย

เค้าจัดอีกรูปแบบเป็นลักษณะครัวปิดแยกเข้ามาเฉพาะด้านในครับ

ห้องนอน Master ในอีกโทนนึง

ส่วนทางเข้าห้องน้ำนั้นก็ทำเป็นลักษณะ Walk-in Closet ได้ครับ อาบน้ำเสร็จแล้วแต่งตัวจบในโซนนี้เลยทีเดียว

ส่วนห้องอาบน้ำมีทั้งที่เป้น Shower (มี Rain shower มาด้วย) และส่วนที่เป็นอ่างอาบน้ำ แยกกันไปเลย

ห้องนอนอื่นๆ สามารถจัดทำเป็นลักษณะของห้องทำงานก็ได้ครับ

หรือจะทำเป็นห้องนอนรับรองแขกก็ได้

ห้องสุดท้ายที่จะพาชมคือห้อง 2Bed ขนาด 121 ตร.ม. ฝั่งซ้ายมือของทางเดินคือจะแยกไปยังส่วนพักผ่อน คือห้องนอนทั้ง 2 ห้อง ส่วนฝั่งขวามืก็จะไปยังส่วนของครัวและห้องนั่งเล่นครับ

ด้วยพื้นที่ขนาดนี้การวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวทำได้ง่ายมาก เลือกที่ชอบได้เลย

ระเบียงใหญ่แบบที่วางโต๊ะปิงปองได้

ครัวของแบบ 2Bed ก็มีพื้นที่ทั้งซ้ายขวาสำหรับเตรียมและทำอาหาร ข้อดีคือเป็นครัวปิดด้วยบานสวิง (ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของผม) ทำเสร็จยกออกไปเสิร์ฟก็สะดวก ส่วนที่อยู่ด้านนอกคือส่วนสำหรับซักล้างครับ

ตัวอย่างการตกแต่งห้องนอน กระจกของห้องนอนที่ 2 ก็จะเล็กกว่า ห้องนอน Master ครับ แต่พื้นที่ในการจัดวางที่นอนและโต๊ะทำงานก็ยังเหลือเฟื

และทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมห้องตัวอย่างที่นี่ครับ จริงๆ แล้วแอบดูถ่ายไว้เยอะมาก เอามาลงไม่หมด ที่เหลือก็ให้แฟนเพจที่สนใจเข้าไปชมด้วยตาตัวเองอีกทีก็แล้วกัน แล้วจะรู้ว่าคอนโดที่ให้อารมณ์บ้านเป็นยังไง บรรยากาศคือสิ่งเดียวที่คุณต้องไปสัมผัสด้วยตัวเองครับ

ติดตามเราได้ที่ : facebook

ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้