แอบดูห้องตัวอย่าง The Tree ลาดพร้าว 15

สำหรับโพสต์นี้แอบดูพามาชมกันต่อกับห้องตัวอย่างจาก The Tree ลาดพร้าว 15 สรุปภาพรวมสั้นๆ กันสักรอบ โครงการมีทั้งหมด 8 ชั้น รวม 214 ยูนิต (ที่จอดรถประมาณ 31%) พร้อมส่วนกลางทั้ง Lobby และ Lounge สไตล์ glass house, สวนส่วนกลางมากมายทั้งบริเวณชั้นล่าง ด้านบน Club house และชั้น rooftop, Co-working space, สระว่ายน้ำ พร้อม jet pool และ ฟิตเนสครับ

Type ของห้องพักมีจุดเด่นเหมือนกันคือทุกห้องเป็นครัวปิด และอยู่ติดกับระเบียงหมด เหมาะกับคนชอบทำอาหารไทย ไม่ว่าห้องไหนก็สามารถต้ม ผัด แกง ทอด หอมอร่อยในพริบตาได้ รวมถึงห้องน้ำของทุก layout จะอยู่ด้านนอกทั้งหมด ทำให้มีความเป็นส่วนตัวไม่ต่างกันครับ ห้องมีทั้งหมด 4 Type คือ Superior 22.30-23.35 ตร.ม./ Deluxe 24.35 ตร.ม./Premier 25.90-27.25 ตร.ม./Suite 29.30-30.30 ตร.ม. โดยพื้นที่ที่แตกต่างกันส่วนใหญ่จะเป็นขนาดของพื้นที่ตรงห้องนั่งเล่น และห้องแบบ Superior คือ Type เดียวที่เป็นห้องแบบ Studio ครับ

ห้องทั้งหมดแบบ Fully-Fitted คือ ได้ชุดครัวซึ่งโครงการกรุผนังกันเปื้อนมาให้ด้วย พร้อมเครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้า ตู้เสื้อผ้า และแอร์ครับ (Studio ได้ 1 เครื่อง / 1Bed ได้ 2 เครื่อง) สเปคคร่าวๆ สำหรับภาพรวมทุกห้องคือ ระยะเพดานสูง 2.5 เมตร / พื้นไม้ลามิเนต 8 mm. สำหรับห้องนั่งเล่น และพื้นกระเบื้องสำหรับครัว / ห้องน้ำสำเร็จรูป / สุขภัณฑ์จาก Mogen / Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ คร้าบ

ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้นที่ 1.49 ล้านสำหรับห้อง Superior 5 ห้องพิเศษซึ่งจะใช้การจับสลากให้กับลูกค้าที่จองไปกันแล้วครับ ส่วนคนที่จองและทำสัญญาในวันเดียวกัน ก็จะได้ gift voucher สูงสุด 15,000 บาทจากเซ็นทรัลด้วย โครงการให้ผ่อนเริ่มต้นอยู่เบาๆที่ 1,999 บาท/เดือนรวมทั้งหมด 14 งวด (บอลลูน 2 งวดสุดท้ายงวดละ 30,000 บาท) จนกว่าจะเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม ปีหน้า

สำหรับราคาเฉลี่ยของโครงการอยู่ที่ประมาณ 87,000 บาท/ตร.ม. ใครที่สนใจลงทะเบียนรับส่วนลดได้ที่ >> https://goo.gl/S7bQNz

สำหรับห้องตัวอย่างที่เราจะพาชมมีขนาดเดียวคือ 30.3 ตร.ม. ซึ่งถ้าเป็นห้องไซส์อื่นก็จะแตกต่างกันนิดหน่อยในพื้นที่ห้องนั่งเล่นครับ เอาเป็นว่า Layout เดียวนี้ก็ทำให้เห็นภาพห้องอื่นๆ ด้วยเหมือนกัน ตามไปชมกันเล้ย

วันนี้แอบดูพาชมห้องตัวอย่าง The Tree ลาดพร้าว 15 ซึ่งมีอยู่ Type เดียวคือห้อง Suite หรือ 1Bed ขนาด 30.3 ตร.ม. ครับ

 

มาชม Layout กันก่อน จริงๆ แล้วห้องที่นี่ Layout คล้ายกันหมดนะครับ คือเข้ามาจะเจอส่วนของ Living ก่อน ซึ่งห้อง 30.3 ตร.ม.นี้จะเป็นห้องที่มีส่วน Living กว้างงงที่สุดในทุก type ครับ

 

เมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะเป็นส่วนของโซฟาสำหรับนั่งเล่น และมีพื้นที่ตรงกลางเหลือไว้สำหรับจัดวางโต๊ะกลางได้ใหญ่กว่านี้อีก และระยะดูทีวีก็ห่างพอสำหรับจัดวางทีวี 49 นิ้วขึ้นไปได้ครับ

ห้องขนาด 30.3 ตร.ม. จะมีพิเศษกว่าห้องอื่นตรงที่มีบานกระทุ้งและพื้นที่หลังโซฟาเพิ่มมาซึ่งห้องอื่นไม่มีครับ ทำให้ได้ช่องแสงในห้องนั่งเล่นเพิ่มขึ้นอีกจุดนึง ซึ่งพื้นที่ตรงนี้ในห้องนั่งเล่นทำเป็นบานสไลด์เปิดปิดให้ดู

พอเลื่อนปิดเข้ามาก็จะเห็นภาพว่าห้อง Type อื่นๆ ตรงห้องนั่งเล่นก็จะเป็นผนังทึบแบบนี้ครับ

ฝั่งตรงข้ามโซฟาก็เป็นพื้นที่สำหรับจัดวางชั้นวางทีวี หรือจะติดตั้งแบบแขวนก็ทำให้มีพื้นที่วางของเพิ่มมากขึ้น แต่ระยะดูทีวีไม่ต่ำกว่า 2 เมตร วางทีวีขนาดใหญ่กว่านี้ก็ยังดูได้สบายตาครับ ส่วนห้องน้ำก็สามารถเข้าได้จากห้องนี้เลย จะสังเกตเห็นเป็น Step ยกขึ้นไปนิดนึง

ห้องน้ำที่นี่เป็นแบบสำเร็จรูปครับ ข้อดีคือลดพวกรอยต่อต่างๆ ทำให้ลดปัญหารั่วซึมและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เวลาช่างแก้ปัญหาเรื่องห้องน้ำนี้ก็จะเซอร์วิสง่ายขึ้นด้วยเพราะมันรวมจุดของท่อน้ำไว้ตำแหน่งเดียวกัน

สำหรับพื้นที่ส่วนเปียกวัสดุจะเป็น Composite Polymer เป็นชิ้นเดียวกันเลย

ในพื้นที่ส่วนแห้งวัสดุจะเป็น Cement board ปิดผิวด้วย PVC ลายไม้ ซึ่งทนน้ำครับ ก็ทำให้ห้องมีสีสันเพิ่มมากขึ้น ถ้ามาเป็นแบบขาวโพลนๆ ทั้งหมดเหมือนฝั่งเปียกจะดูจืดกว่านี้

กลับออกมาด้านนอกกันบ้าง ในห้องนั่งเล่นนี้จะได้แอร์ขนาด 12,000 BTU ครับ และยังมีแอร์ในห้องนอนขนาด 9,000 BTU อีก1 รวม 2 เครื่อง ยกเว้นห้อง Studio ที่จะได้แอร์ขนาด 12,000 BTU เครื่องเดียวครับ ประตูที่เชื่อมไปยังห้องนอนก็เป็นบานทึบอยู่ใต้แอร์พอดี

ห้องนอนจัดวางเตียงได้ขนาด 5 ฟุต ซึ่งก็จะทำให้มีพื้นที่เดินปลายเตียงได้กว้าง โครงการได้ตกแต่งให้ดูว่าข้างที่นอนจะทำบิวท์อินเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเพิ่มได้ ซึ่งถ้าใช้กระจกเป็นวัสดุกรุตรงฝั่งนี้ก็จะทำให้ห้องนอนดูกว้างขึ้น

ปลายเตียงก็สามารถจัดวางโทรทัศน์แบบแขวนได้ครับ และตรงนี้ก็เป็นที่วางตำแหน่งแอร์ในห้องนอน

กระจกในห้องนอนนี้เป็นอะลูมิเนียมแบบเลื่อนได้ 2 บานด้านบนครับ

ตู้เสื้อผ้าที่แถมมาให้เป็นลักษณะบานเลื่อนบิวท์อินซ่อนเข้าไปในช่องผนังตรงด้านข้างโต๊ะแป้งพอดี

หน้าบานเป็นกระจกเต็มด้านนึงครับ

กลับมาสู่ส่วนสุดท้ายที่เราจะพาไปชมคือห้องครัว ซึ่งอยู่ติดกับส่วนนั่งเล่น และกั้นเป็นครัวปิดไว้ด้วยบานเลื่อนครับ เหมาะสำหรับการทำครัวไทยซึ่งไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องกลิ่นภายในห้อง ห้องทุก Type ที่นี่จะมีลักษณะครัวปิดเหมือนกันหมด

ห้องครัวที่นี่มีขนาดเกือบๆ จะเป็นจัตุรัส ทำให้มีพื้นที่จัดวางโต๊ะกินข้าวขนาด 2 ที่นั่งได้แบบหลวมๆ

ครัวที่แถมมาให้เป็น Top หินสังเคราะห์สีขาว กรุกันเปื้อนบนผนังมาให้เรียบร้อยแล้วครับ ด้านล่างเจาะช่องสำหรับใส่ไมโครเวฟมาให้ ซึ่งอุปกรณ์มาตรฐานที่แถมมาก็มี ซิงค์ เตา และที่ดูดควันจาก Franke

เครื่องซักผ้ามีตำแหน่งจัดวางไว้ด้านนอกตรงระเบียง อยู่ใต้คอมเพรสเซอร์แอร์ซึ่งหันออกไปด้านนอกห้องแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหากริลเบี่ยงทิศทางลมมาติดตั้งอีก ออกไปซักผ้าได้เลยครับ

และทั้งหมดนี้ก็เป็นภาพรวมห้องตัวอย่างของโครงการ The Tree ลาดพร้าว 15 ครับ ก่อนจะจากกันไปแอบดูมีแปลนห้องมาฝากกัน โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าโซนด้านในที่เห็นพื้นที่สวนส่วนกลางและสระว่ายน้ำน่าจะไปก่อนเพื่อน เพราะวิวและทิศดีที่สุด ถ้าใครอยากเห็นสวนเต็มๆ ก็น่าจะเป็นชั้น 3 ขึ้นไปหน่อยโดยเฉพาะห้อง 30 ตร.ม. โซนด้านหน้าโครงการที่ได้วิวสวนแนวยาวและวิวเปิด 2 ด้านครับ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าใครที่สนใจลองไปชมห้องจริงและพื้นที่จริงดูก่อนตัดสินใจ ยังไงขอให้ได้ห้องที่ถูกใจและเหมาะสมกับตัวคุณนะคร้าบ

ติดตามเราได้ที่ : facebook

ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้