fbpx

แอบดูคอนโด IDEO รัชดา – สุทธิสาร คอนโดพร้อมอยู่แบบ New Normal ตอบโจทย์ชีวิต 24 ชั่วโมง

แอบดูคอนโด IDEO รัชดา – สุทธิสาร คอนโดพร้อมอยู่แบบ New Normal ตอบโจทย์ชีวิต 24 ชั่วโมง

Tick Tock.. Tick Tock… เสียงเล็กๆ ของเข็มนาฬิกาเดินวนไปอย่างช้าๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง เสียงในใจเอาแต่กระซิบบอกว่า “เมื่อไหร่กันนะจะหมดเวลา อีกนานมั้ยนะจะได้กลับบ้านเสียที”

อาการแบบนี้มักเกิดขึ้นในเวลาที่เราเหนื่อยล้า เหมือนแบตเตอรี่ร่างกายขึ้นขีดแดงจวนใกล้จะดับ อยากจะล้มตัวลงนอนเสียตั้งแต่ตอนนี้… ในทางกลับกัน ถ้าเป็นช่วงเวลาดีๆ เราก็มักจะรู้สึกในใจขึ้นมาว่า “ทำไมเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน” ก็เนี่ยแหละครับ 24 ชั่วโมงของเรามีเท่ากัน แต่เราจะใช้ชีวิตกับสิ่งไหน จะใช้เวลาอย่างมีความสุขหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนครับ

เมื่อเวลาก็เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก ยิ่งชีวิตในเมืองมีตั้งหลายปัจจัยทำให้เราเสียเวลาไปจนไม่สามารถทำในสิ่งที่อยากทำได้ ไม่ว่าจะการจราจร ภาระหน้าที่งาน หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด สุดท้ายเราก็จำเป็นต้องสรรหาสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยเราใช้ชีวิตให้ดีขึ้นโดยไม่อิงกับเวลา หนึ่งในนั้นก็คือที่อยู่อาศัย และคอนโดที่เราจะพาชมกันในวันนี้ “IDEO รัชดา – สุทธิสาร” ก็มีแนวคิดแบบเดียวกันครับ

ด้วยไอเดียที่อยากให้คนพักอาศัยได้ใช้ชีวิตนอกกรอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง จุดเด่นของโครงการที่ตอบสนองในเรื่องของเวลาก็เริ่มจากทำเลครับ เมื่ออยู่ในระยะ 450 ม. ถึง MRT สถานีสุทธิสาร ก็สามารถเลือกใช้รถไฟฟ้าเพื่อบริหารเวลาได้ หรือถ้าใช้รถส่วนตัว ทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย ก็ยังมีตัวเลือกในการเชื่อมต่อไปยังถนนเส้นสำคัญทั้งรัชดาภิเษก และวิภาวดีรังสิต โดยเฉพาะการลัดเลาะไปยังซอยต่างๆ เพื่อหลบจังหวะการวิ่งรถแบบวันเวย์ ที่สำคัญถนนสุทธิสารฯ นี่มีร้านอาหารเยอะนะครับ ไม่ว่าจะอาหารไทย อาหารอีสาน อาหารฝรั่งแบบ Fast Food จะชาบู หูฉลาม หรือนั่งคาเฟ่ก็มีเรียงรายตลอดทั้งเส้นให้เลือกกินได้สะดวก ร้านสเต็กขวัญใจคนทำงานอย่าง Eat Am Are ก็มีอยู่แถวฝั่งที่ไปเชื่อมกับวิภาวดีรังสิตด้วยครับ 

เมื่อออกมายังถนน เส้นรัชดาฯ นี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องแหล่งช้อปปิ้ง ตลาด หรือสตรีทมอลล์ที่ตอบรับชีวิต 24 ชั่วโมงอย่าง The Street รัชดา ก็อยู่ไม่ไกลครับแค่ 2 สถานีครับ หรือนั่งไปห้างใหญ่อย่างเซ็นทรัลพระราม 9 ก็เพียง 3 สถานี จะเข้าไปทำงาน อโศก-สุขุมวิท ก็แค่ 5 สถานีเช่นกัน ทั้งหมดนี้ก็ย่นระยะเวลาในการใช้ชีวิตไปได้เยอะแล้วครับ

กลับมาที่ตัวโครงการกันบ้าง IDEO รัชดา – สุทธิสาร มีพื้นที่รวมเกือบ 2 ไร่ เป็นคอนโดสูง 24 ชั้น รวมที่พักอาศัย 410 ยูนิต (มีที่จอดรถประมาณ 44%) เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ที่เป็นจุดเด่นก็คือ มีพื้นที่ฟิตเนสให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงครับ มาเมื่อไหร่ก็ใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีสระว่ายน้ำในร่ม โซน Fly Yoga พื้นที่สวนบริเวณ Rooftop พร้อม Outdoor Gym ที่มีผักสวนครัวปลูกเองทานเองได้ด้วย🥦 , พื้นที่ Co-working Space แบบ Sunken Seat, Private Meeting Room สวยๆ ให้ใช้งานบริเวณล็อบบี้ และสิ่งที่เป็นประโยชน์ตกแก่ลูกบ้านก็คือ โครงการได้ปรับพื้นที่ส่วนต่างๆ เพื่อให้รองรับกับการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Face Scan พร้อมวัดอุณหภูมิได้ในตัว ก่อนเข้าพื้นที่ส่วนกลางต่างๆ แม้กระทั่งในลิฟต์ ทำให้เราแทบไม่ต้องสัมผัสจุดไหนเลยครับ แต่สิ่งที่ผมว่าเหมาะมากและชอบมากก็คือ บริเวณรับส่งอาหารและสิ่งของแบบ Delivery ที่มีผนังกั้นระหว่างเรากับ Messenger ซึ่งมีสายพานส่งของที่ฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV ก่อนถึงมือเราด้วย เรียกว่าสร้างความสบายใจ ปรับเข้ากับการใช้ชีวิตในยุคใหม่ได้เป็นอย่างดีครับ

ห้องที่นี่มีให้เลือก 4 Type ได้แก่ แบบ studio ขนาด 28.5 ตร.ม. แบบ 1 ห้องนอน ขนาด 34-34.50 ตร.ม. แบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ขนาด 46 ตร.ม. ไปจนกระทั่งใหญ่ที่สุดคือแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 56.50-71.50 ตร.ม. ครับ รูปแบบการจัดวาง Layout ของเค้าก็มีหลากหลายตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันเช่นกัน โดยเฉพาะห้องแบบ 1Bed นี่มีให้เลือกทั้งอยากจะเอาห้องนอนชมวิว เหมาะสำหรับคนตื่นเช้า หรืออยากจะเอาห้องนั่งเล่นไปไว้ด้านนอกสุด เพื่อให้ห้องนอนเข้ามาอยู่ตรงกลาง ไม่ต้องโดนแดดส่องสำหรับคนอยากนอนตอนกลางวันและใช้ชีวิตกลางคืนก็มีครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือ จุดเด่นของโครงการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิต 24 ชั่วโมงแบบพร้อมรับ New Normal ด้วยครับ ในตอนนี้โครงการก็แล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้ว ใครที่สนใจก็ไปชมห้องตัวอย่างบนตึกจริงกันได้ เค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษมาให้ ทั้งโปรปลอดหนี้ ที่โครงการผ่อนให้นาน 2 ปี ฟรีค่าส่วนกลาง ฟรีค่ากองทุนแรกเข้า ฟรีค่าธรรมเนียมการโอน และมาพร้อมฟรีเฟอร์นิเจอร์ครบชุดด้วย ในราคาเริ่ม 2.99 ล้าน หรือเฉลี่ยประมาณ 105,000 บาท/ตร.ม. ครับ 

แฟนเพจที่สนใจโครงการก็คลิกลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษจากโครงการได้ที่นี่ >> https://anan.ly/2FVtPAG

แล้วเข้าไปชมโครงการพร้อมๆ กับเราได้เลยครับ

#LivingSneakPeek #ProjectReview
#IDEORatchadaSutthisan #ANANDA

ล็อบบี้ จุดที่เปรียบเสมือนหน้าบ้านของผู้อยู่อาศัย ใครผ่านไปผ่านมา มีธุระจะแวะมาหาหรือมานั่งรอ บริเวณนี้ก็จะเป็นด่านแรกที่แขกของเราจะต้องเจอก่อน ซึ่งล็อบบี้ที่นี่เค้าทำให้ดูโอ่โถงอยู่ไม่น้อย ก็มีการเล่นแสง เล่นสีของไฟล้อไปกับรูปทรงโค้งมนของเพดาน และผนังในจุดต่างๆ ทำให้ดูมีชีวิตชีวา ไหลลื่น ไม่หยุดนิ่ง ตลอด 24 ชม. เหมือนการใช้ชีวิตแบบคนเมืองอย่างพวกเรานี่แหละครับ

พื้นที่ชั้น G นี้นอกจากจะมีไว้ต้อนรับแขกของลูกบ้านแล้วยังมีมุมให้ตัวเจ้าของบ้านเองได้มาใช้ประโยชน์ได้ด้วย อย่างเช่น บริเวณนี้จะมีที่นั่งลักษณะเหมือน Sunken Seat ไว้ให้มานั่งพัก ทำงาน อ่านหนังสือ คล้ายกับเป็น Co-Working Space เล็กๆ โดยที่จะหันหน้าออกไปพื้นที่สวนสีเขียวๆ ด้านนอก ให้เราได้พักสายตาเปลี่ยนบรรยากาศ ปรับอารมณ์ให้สุนทรีย์เพิ่มขึ้นได้

แต่ถ้าเมื่อไหร่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น อยากคุยงานกับคนในทีม ลูกค้า หรือนัดประชุมสำคัญ ก็สามารถมาใช้ห้อง Meeting Room ที่อยู่ในส่วนถัดมาใกล้ๆ กันได้ สวยงาม หรูหรา และเป็นส่วนตัว

และมี Mail Room อยู่ที่ชั้น G นี้เช่นกัน ผมชอบมู้ดโทนการเล่นแสงสีของห้องนี้นะ มายืนถ่ายรูปเล่นก็สวย 55

รวมไปถึงห้องน้ำที่เตรียมพร้อมสำหรับผู้สูงอายุ ให้ได้ใช้งานกันอย่างปลอดภัย เพราะมีราวจับไว้ให้แทบทุกมุมห้องเลยครับ

ห้องนี้คืออีกหนึ่งจุดขายที่ผมชอบมาก มันคือห้อง Grab & Get Delivery เป็นห้องที่ให้ลูกบ้านได้มารอรับอาหารหรือพัสดุได้อย่างปลอดภัย

โดยคนที่มาส่งของให้เราเค้าจะขับอ้อมตึกมาทางด้านหลังเพื่อส่งของให้ลูกบ้านผ่านทางช่องนี้ครับ ซึ่งสามารถเลือกส่งมาทางหน้าต่างด้านบนได้เลย หรือจะวางไว้ในตู้ที่เค้าเรียกว่า UV-C Sterilizer เป็นเหมือนตู้ที่เอาไว้ฆ่าเชื้อโรคก่อนที่พัสดุจะถึงมือเรา จึงมั่นใจได้ว่าเราสามารถเอามือไปจับสิ่งของพวกนั้นได้โดยไม่เอาเชื้อโรคติดกลับเข้าไปในห้องของเราด้วยครับ

อีกหนึ่งการอัพเกรดเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่เราไม่รู้ว่าเชื้อโรคอยู่ที่ไหน แล้วจะติดเมื่อไหร่แบบนี้ ทางโครงการเค้ามี เครื่องสแกนหน้าสำหรับเข้าโครงการพร้อมวัดอุณหภูมิในร่างกายได้ในทีเดียวครับ ซึ่งเจ้าเครื่องนี้ก็จะมีติดไว้ในทุกจุดของพื้นที่ส่วนกลางเลยด้วย รวมไปถึงประตูที่เป็นแบบอัตโนมัติ สแกนหน้าปุ๊บ ประตูเปิดปั๊บ แทบไม่มีจุดไหนให้ต้องสัมผัสเลยครับ

แถมยังมั่นใจเครื่องความปลอดภัยไปได้อีกขั้น

ด้านในลิฟต์ก็เช่นกันครับ ใช้การสแกนใบหน้าแทนการแตะคีย์การ์ด แล้วก็อย่าลืมใช้กุญแจ ข้อศอก หรือบัตรในการกดชั้นแทนด้วยนะ

เค้ามีสระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนส ใหญ่ๆ ว่ายได้จริง และที่สำคัญฟิตเนสที่นี่เปิดให้เล่นได้ 24 ชั่วโมง วันไหนเลิกงานค่ำไปต่อชาบูแล้วรู้สึกผิดกับตัวเองก็มาเล่นได้ทุกเมื่อเลย มาวิ่งตีสี่ก็ไม่มีใครแย่ง ส่วนสระว่ายน้ำมีเวลาเปิด-ปิดตามระเบียบนิติบุคคลเพื่อความปลอดภัยของลูกบ้านนะครั

พาแวะมาดูพื้นที่ส่วนกลางที่ชั้น 6 กันต่อ ชั้นนี้เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับคนชอบสั่งพิซซ่า หรือชาไข่มุกเป็นประจำอย่างเราที่จะขึ้นมาเผาแคลอรี่ให้หมดไป

ฟิสเนสมีวิวโล่งๆ ให้ได้พักสายตา พร้อมเครื่องเล่นหลากหลายเลยครับ

รวมไปถึง Yoga Fly สำหรับสาวๆ ให้ได้มาออกลีลา ท่าบินสวยๆ กับกลุ่มเพื่อนสาวได้

 

กดมาชั้นดาดฟ้าเพื่อมาชมพื้นที่สีเขียวกันอีกสักหน่อย พื้นที่ด้านบนลูกบ้านสามารถนำพืชผักสวนครัวมาปลูกได้เลยครับ เค้าทำเป็นแปลงปลูกไว้ให้แล้ว มุมนี้น่าจะถูกใจสายคลีน สายออแกนิค และคุณแม่ครัวหัวป่ากันอย่างแน่นอน แถมยังถือเป็นการได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศจากการอยู่ในห้องแต่เพียงอย่างเดียว ได้มาเห็นต้นไม้ใบไม้แบบนี้มันก็สดชื่นดีไม่น้อยเลย

มุมแกว่งแขนของคุณแม่ และที่วิ่งเล่นของหลานๆ

ตามนั้นเลยคร้าบบ

 

ยืดเส้นยืดสาย ผ่อนคลายสบายใจกันแล้ว ลองมาดูที่ๆ เราต้องพักเอนหลัง นั่งดูละครเรื่องโปรด และใช้เวลากับคนสำคัญกันบ้าง….วันนี้เรามีห้องตัวอย่างสองห้องให้ดูครับ ห้องแรกนี้เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 35 ตารางเมตร ลองดู Lay Out ได้จากภาพนี้เลย ลักษณะห้องจะเป็นแบบตอนลึก พร้อมมีกระจกแบ่งกั้นห้องทุกส่วน ทำให้ห้องดูเป็นสัดเป็นส่วนขึ้นครับ

มีช่องลมระบายอากาศให้ด้านล่างด้วยครับ จะได้ไม่อับและไม่ต้องคอยเปิดตู้เพื่อระบายกลิ่นอยู่บ่อยๆ

ห้องที่นี่จัดมาให้แบบ Fully Furnished ตู้รองเท้าบิวท์อินมาให้เรียบร้อย เต็มระยะความสูงจากพื้นจรดเพดาน 2.65 เมตร

พร้อม Shower Box กั้นส่วนเปียก-แห้งครับ

ห้องน้ำอยู่ด้านหน้าสุดเลย มีชั้นวางผ้า วางตะกร้าใส่ของต่างๆ ให้อยู่ด้านล่าง

ชุดครัวโครงการทำมาให้ขนาดกำลังใช้งานได้ดี พร้อมมีเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควันมาให้แล้ว จะได้ช่วยดันกลิ่นต่างๆ ออกไปด้านนอกให้เรา แถมยังเป็นครัวปิด กันกลิ่นเข้าไปในห้องด้านในได้ดีครับ

ไม่ปล่อยให้พื้นที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ด้วยการบิวท์อินพื้นที่สำหรับซักผ้ามาให้พร้อมชั้นเก็บน้ำยา วางอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านต่างๆ ได้ ก็ดูสะดวกในการใช้งานมุมนี้ที่เดียวจบครับ

เตาไฟฟ้าและฮูดดูดควันของ TEKA หน้าตาดีทีเดียว

ใครอยากให้ห้องดูเป็นระเบียบและใช้งานได้อย่างคุ้มค่าเต็มทุกพื้นที่ ก็สามารถบิวท์อินชั้นวางทีวีครบเซ็ทแบบในห้องตัวอย่างได้ จะได้เก็บของใช้จำเป็นได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดีด้วย

ในส่วนของห้องนั่งเล่นก็มีระยะดูทีวีให้ห่างพอสมควรเลย ก็จะสบายๆ ในการเลือกซื้อโต๊ะกลางแบบไม่ต้องกังวลขนาดมากครับ วางแล้วห้องยังดูโล่งอยู่เล

ประตูกั้นห้องเป็นกระจกบานเลื่อนใส ช่วยให้ห้องดูโปร่ง เบาสบาย เมื่ออยู่ติดกับระเบียง ทำให้ห้องนอนรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ครับ

การบิวท์อินลักษณะนี้ก็สามารถใช้โต๊ะแป้งเป็นโต๊ะทำงานได้ด้วยด้วย

ปลั๊กหัวเตียงโครงการทำให้มาแบบเสียบสาย USB ได้ด้วยนะครับ

ดังนั้นเวลาทำงานมุมนี้ก็จะได้รับแสงธรรมชาติ นั่งทำงานได้สบายๆ ไม่ปวดตา พร้อมปลั๊กให้ไว้เสียบคอมพิวเตอร์แบบสะดวกดีครับ

มองจากตรงนี้เห็นวิวตึกช้างเลยนะ

พื้นที่ระเบียงทำมาให้ใช้งานยาวๆ เท่ากับขนาดหน้ากว้างของห้องเลย แถมห้องนี้เครื่องซักผ้าเก็บไว้ด้านในแล้วด้วย ระเบียงถึงมีพื้นที่ให้ได้ใช้สอยได้เต็ม จะจัดสวนเล็กๆ วางต้นไม้ก็ทำได้เลยครับ

สำหรับห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 35 ตารางเมตรนี้จะได้แอร์สองตัว คือในห้องนั่งเล่นและห้องนอน ชุดเฟอร์นิเจอร์หลักๆ ที่เจ้าของห้องต้องใช้งานโครงการก็จัดวางมาให้แล้ว ดังนั้นห้องนี้ถ้าอยู่คนเดียวก็จะอยู่อาศัยและใช้งานในมุมต่างๆ ได้อย่างสบายๆ หรือถ้าอยู่กันสองคนก็ยังได้อยู่ เพราะทุกห้องมีการกั้นแบ่งส่วนชัดเจน และยังโปร่งด้วยประตูกระจกบานใหญ่ แต่ยังขาดพื้นที่ทานข้าวที่ห้องตัวอย่างไม่ได้ทำให้เห็น ซึ่งเราสามารถปรับขนาดโซฟาลง แล้วจัดวางโต๊ะทานข้าวเข้ามุมไว้พร้อมเก้าอี้สักสองที่นั่ง ก็ลงตัว ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานครับ

ห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 56.5 ตารางเมตร ใครมีแผนขยายครอบครัว หรือต้องการห้องใหญ่ อยู่สบาย พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านห้องนี้ก็เหมาะเลยครับ

อีกห้องหนึ่งที่เราอยากให้ชมคือห้องแบบ 2Bedroom 2Bathroom ครับ ห้องนี้ได้จุดเด่นของความหน้ากว้าง ทำให้จัดวางเลย์เอาท์ได้สวย มีมุมชมวิวของตัวเองทุกห้อง และห้อง Master Bedroom ยังได้ Walk-in Closet ด้วยครับ

เช่นเดียวกันเราจะได้ตู้รองเท้า และชุดครัว ซึ่งห้องไซส์นี้เคาน์เตอร์ครัวก็จะขยายใหญ่ขึ้นมาหน่อย มีพื้นที่ให้เตรียมอาหารเพิ่มขึ้น

 

พร้อมมุมทำงานที่สามารถจัดวางเข้าไปเนียนๆ กับเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน แต่ถ้าหากเราไม่ใช้ฟังก์ชั่นของห้องนอนที่ 2 ก็ไปเนรมิตในห้องนั้นเป็นห้องทำงานก็ได้ครับ

ห้องนั่งเล่นอยู่ติดระเบียง มีประตูกระจกบานสไลด์ขนาดใหญ่ ให้เต็มๆ สองบาน ระยะการดูทีวีก็เหลือเฟือพอให้ชวนเพื่อนพ้อง พี่ป้าน้าอามาเล่นเกมส์เต้นได้เลย (แหม่ เกมส์บอกอายุเลยแฮะ) แถมโต๊ะกินข้าวจัดวางได้ถึง 5-6 ที่นั่งเลยนะ

ห้องน้ำด้านนอกมีให้หนึ่งห้องพร้อมส่วนอาบน้ำด้วยครับ

ห้อง 2nd Bedroom จัดวางเตียง 5 ฟุตได้เลยนะครับ หรือจะบิวท์เป็นมุมทำงานอดิเรก ห้องนี้ก็สามารถทำได้

มีตู้เสื้อผ้าพร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานแบบครบๆ ไม่ต้องทำโต๊ะเครื่องแป้งให้กินที่ภายในห้องเลย ตู้นี้เค้ามีกระจกพร้อมชั้นวางของด้านข้างไว้ให้เรียบร้อย

เข้ามาในห้อง Master Bedroom กันบ้าง ห้องนี้มีห้องน้ำในตัว เป็นอภิสิทธิของเจ้าของห้องที่ไม่ต้องใช้ร่วมกับแขกในด้านนอกครับ

มุมนี้ขอยกให้เป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งของสาวๆ เลยครับ อยู่ใกล้หน้าต่างได้รับแสงธรรมชาติเข้าเต็มๆ ด้วย จะได้แต่งหน้าออกมาสวยปังปุริเย่

สาวๆ น่าจะถูกใจห้องนี้ เพราะเค้ามี Walk-in Closet ให้ได้ใส่เสื้อผ้าอย่างจุใจ และไม่ต้องใช้พื้นที่ปนกับส่วนที่เรานอนพักผ่อนด้วยครับ ดังนั้นถ้าใครตื่นก่อนแล้วต้องแต่งตัว หรือทำอะไรเสียงดังกุกกัก เข้าไปใช้งานในห้องแล้วปิดประตู ก็จะลดเรื่องการรบกวนกันได้ดีนะ

แขวนชุดราตรี หรือสูทคุณผู้ชาย แบ่งกันไปเลยสองฝั่งซ้ายขวา

ชั้นวาง ลิ้นชักเก็บของเตรียมมาให้ครบแล้ว

พื้นที่การนอน ฟินๆ กันไปพร้อมวิวที่มองเห็นได้ทั้งสองฝั่ง เป็นความพิเศษสำหรับห้องมุมครับ

วางเตียง 5 ฟุต พร้อมใส่โต๊ะหัวเตียงได้ทั้งสองข้างเลยครับ

เพราะเข้าทำกระจกมาให้ทั้งสองด้าน ทำให้ห้องนอนมีแสงเข้าเต็มที่เลยครับ ซึ่งนอกจากความโปร่งโล่งในตอนกลางวัน ความสวยยามค่ำคืนก็คงจะฟินไม่น้อยเช่นกัน

ลองออกมาดูบรรยากาศรอบๆ โครงการกันสักนิดนึง

สองข้างทางก็จะเป็นอาคารพาณิชย์ไม่สูงมากครับ มีทั้งร้านอาหาร กิจการ และร้านค้าต่างๆ เรียงราย ถนนนี้มีฟุตบาทให้เดินสะดวกถ้าฟ้าฝนเป็นใจก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าสบายๆ

อย่างที่บอกว่าโครงการอยู่บนถนนสุทธิสารวินิจฉัย อยู่ข้างๆ กับซอยจิ๊ปดำริห์ มี 7-11 ให้ใช้ใกล้บ้านเลย

หันไปดูใกล้ๆ นี่ก็มีสามร้านแล้วนะ ทั้งก๋วยจั๊บญวณ ร้านอาหารอีสาน และพิซซ่า มากันให้หลากหลายไปเลย ซึ่งถ้าตรงจากนี้ไปทะลุวิภาวดีรังสิต ก็จะมีร้านอาหารให้เลือกกินเยอะเลยครับ

ทั้งหมดนี้ก็คือ ภาพรวมของโครงการ IDEO รัชดา – สุทธิสาร ที่มาในแนวคิดช่วยให้เราใช้ชีวิตได้แบบไม่มีลิมิต 24 ชั่วโมงนั่นเองครับ ซึ่งนอกจากเรื่องของการออกแบบและ Facilities แล้ว การปรับโครงการเพื่อให้สอดรับกับชีวิตแบบ New Normal เพื่อสุขภาพและความสบายใจของลูกบ้านนี่ก็เป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบัน ซึ่งเราน่าจะได้เห็นแนวโน้มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่แบบนี้เรื่อยๆ แต่ถ้าใครไม่อยากรอ นี่ก็เป็นโครงการพร้อมเข้าอยู่ ที่เราได้เห็นและได้ใช้ในวันนี้แล้วล่ะครับ