Life ลาดพร้าว….สบายด้วยการเดินทาง สะดวกด้วยการใช้ชีวิต

“ของมันต้องมี” พักหลังๆ แอบดูได้คนพูดยินคำนี้บ่อย เหมือนคล้ายๆ จะเป็นคำบอกตัวเองว่ามันคงเป็นความจำเป็นในชีวิตถึงต้องตัดสินใจซื้อ สิ่งนี้ก็เหมือนกับการเลือกหาที่อยู่สักที่ ก็คงต้องนึกว่า “อะไรที่ต้องมี” บ้าง ซึ่งเหตุผลประกอบการตัดสินใจก็มีทั้งทำเล, การเดินทาง, พื้นที่ส่วนกลาง, ขนาดและพื้นที่ใช้สอยของห้อง แล้ววันนี้มาลองดูกันว่า “Life ลาดพร้าว” มีอะไรใกล้เคียงกับสิ่งที่แต่ละคนคิดไว้ในใจก่อนเลือกคอนโดกันบ้างครับ 

ทำเลของโครงการอยู่ตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว ห้างแห่งชาติของคนฝั่งลาดพร้าว และวิภาวดีรังสิต อยู่ใกล้ชิดกับโลตัส หรือถ้าอยากจะดูเสื้อผ้าชิลๆ ก็มียูเนียนมอลล์ห่างไป 500 ม. ขับรถอีกนิดก็ไปหาของกินสบายๆ ที่ตลาด อตก. หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศไปโยนโบล์ที่เมเจอร์รัชโยธินก็ไม่ไกล แต่ถ้าอยากออกกำลังกายก็มีสวนรถไฟให้เดินเล่น พูดได้ว่าเป็นทำเลที่ครบและอุดมสมบูรณ์ ทั้งแหล่งช้อปแหล่งกินขนาดใหญ่ มีทั้งสถานที่ทำงานมากมาย ใกล้โรงเรียนและสถานศึกษา แถมร้านอาหารก็เพียบ เดินทางสะดวกเพราะไม่ไกลจากจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช จะขับรถไปสีลม สาทร ดอนเมือง หรือรังสิตก็สะดวก ซึ่งถ้าจะมองว่าจุดด้อยของทำเลนี้ในปัจจุบันอยู่ตรงไหน ก็คือการที่มีเฉพาะสถานี MRT เลยทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยรถไฟฟ้าจะต้องไปเปลี่ยนสถานีที่หมอชิตก่อน แต่จุดด้อยนี้จะหมดไปเมื่อส่วนต่อขยาย BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าวที่อยู่หน้าโครงการเสร็จสมบูรณ์ในช่วงใกล้เคียงกับที่โครงการสร้างเสร็จพอดี 

จุดเด่นโครงการ คือ ส่วนกลางแบบจัดเต็ม มี 2 ตึก ก็เบิ้ลให้ใช้งานครบทั้งคู่ ซึ่งมีทั้งสวนขนาดใหญ่ที่มีบ่อน้ำให้ความสดชื่นคู่ไปตลอดทางเข้าในชั้น Ground และส่วนกลางที่อยู่ชั้น Rooftop ทั้งสระว่ายน้ำ พร้อมที่นั่งชมวิว สวน ฟิตเนส Fly Yoga และ Sky bar นอกจากนี้พื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำงานก็มีทั้งห้องประชุมระบบ Digital รวมถึง Co-Working Space ที่มีเทคโนโลยีช่วยให้ทำงานง่ายขึ้นทั้งจอ Touch Screen, Wireless Phone Charger , พร้อมให้บริการ Wi-Fi 24 ชม. ทุกพื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ ซึ่งการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้นี้รวมถึงภายในห้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหรือล็อคห้อง รวมทั้งการเปิด-ปิด ไฟและแอร์ ก็ทำได้ผ่าน Application ในมือถือ ซึ่งก็สะดวก ปลอดภัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่แบบเราๆ 

สำหรับภาพรวมโครงการ Life ลาดพร้าว มี 2 อาคาร อาคาร A สูง 45 ชั้น อาคาร B 46 ชั้น รวม 1,615 ยูนิต ขนาดยูนิตมีตั้งแต่แบบสตูดิโอขนาด 26-29 ตร.ม., 1Bed ขนาด 35 ตร.ม. และ 2Bed ขนาด 48-74 ตร.ม. ซึ่งขายแบบ Fully Fitted (ชุดครัว Top หินสังเคราะห์ หน้าบานแบบ soft close พร้อม Hob, Hood, Sink ห้องน้ำแบบสำเร็จรูปพร้อมฉากกั้นอาบน้ำ และเครื่องปรับอากาศตามขนาดของห้องครับ)

พอแอบดูเข้าไปโครงการบอกเลยว่าตอนนี้โครงการมีแต่ห้องขนาดใหญ่ที่ยังเหลืออยู่นิดหน่อย ก็เลยจะพาชมห้องแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 54.5 ตร.ม. ในวันนี้ครับ ซึ่งไซส์นี้ได้ 2 ห้องน้ำทั้งห้องน้ำส่วนตัว และห้องน้ำที่ access ได้ทั้ง 2 ทาง โดยจัดวาง Layout ระหว่างโซน Living และพักผ่อนให้แยกจากกันเป็นสัดส่วนเพื่อความเป็นส่วนตัวครับ

แน่นอนว่าการตัดสินใจซื้อคอนโดสักที่ที่แอบดูเกริ่นไปตอนแรก บางครั้งเราก็ตัดสินใจด้วยความจำกัดของงบ หรือสถานภาพในปัจจุบัน แต่สำหรับบางคนที่มีเหตุผลจำเป็นของชีวิต เช่น อยากสร้างครอบครัวขยาย ธุรกิจกำลังเติบโต หรืออยากมีที่ทางในกรุงเทพฯ สักที่หนึ่งเผื่ออนาคต การที่ห้องมีขนาดใหญ่เพียงพอ, Facilities ที่ทันสมัยใช้ได้จริง และทำเลเหมาะสำหรับเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวก ก็คงเป็นเหตุผลสำหรับการ “เข้ามาดู” ห้องใหญ่ที่นี่ ก่อนจะตัดสินใจครับ 

เหมือนเดิมสำหรับแฟนเพจที่สนใจคลิก
ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษกันก่อนได้ที่นี่ >> https://goo.gl/aECMuJ
แล้วตามมาดูห้องตัวอย่างและชมภาพรวมโครงการพร้อมกันได้เลยคร้าบ

วันนี้แอบดูพามาชมโครงการที่มีสำนักงานขายสวยมากๆแห่งนึง

ซึ่งก็คือที่นี่ครับ “Life ลาดพร้าว”

ตัวสำนักงายขายมองจากด้านนอกนึกว่ามีนิดเดียวแต่จริงๆ กำแพงนั้นหลอกตาเราไว้เพราะข้างในกว้างมากกว่าที่เห็นเยอะครับ

นอกจากเส้นสายของการออกแบบ และการตกแต่งด้วยธรรมชาติที่ทำให้เราได้เห็นฟิลลิ่งที่ได้จากโครงการแล้ว ยังมี Cocoon Chair หรือโซฟาที่สร้างมุมทำงานส่วนตัวให้เราดูกันด้วยครับ ซึ่งเจ้าเก้าอี้ตัวนี้จะเป็นหนึ่งใน facilities ที่ได้จากโครงการ ตอนแรกก็สงสัยว่าจะเข้าไปนั่งยังไง 55 เราสามารถยกเจ้าแผ่นไม้ขึ้นก็เข้าไปนั่งทำงานสบายๆ พร้อม wall charge ให้ใช้คร้าบ

เอาละตามไปดูห้องตัวอย่างกันเลย

ห้องตัวอย่างที่เราพาชมวันนี้คือแบบ 2Bed 2Bath ขนาด 54.5 ตร.ม. ครับ เมื่อเปิดประตูเข้ามาในส่วนแรกจะพบกับครัวและโต๊ะรับประทานอาหารกันก่อน

ส่วนของพื้นที่ Living ก็จะอยู่ถัดไป เรียกว่าโซนที่เรามีการพูดคุย ใช้เสียง หรือทานข้าวก็จะมาอยู่รวมกันหมดในฝั่งนี้

ทางด้านหน้าก็จะเป็นพื้นที่สำหรับวางตู้เย็น ซึ่งไม่มีตู้ปิดด้านบน ก็เลือกที่ขนาดสูงได้เลยครั

ถัดมาในส่วนของครัวจะเป็น Top หินสังเคราะห์สีขาว พร้อมกรุกันเปื้อนบริเวณผนังมาให้แล้วครับ ห้องนี้ต้องวางเครื่องซักผ้าตรงนี้นะ เพราะที่ระเบียงจะวางคอมเพรสเซอร์แอร์ถึง 3 ตัวครับ ก็เลยต้องปรับมาใช้พื้นที่วางเครื่องซักผ้าในห้องแทน

หน้าบานทั้งหมดเป็นแบบ Soft close ครับ พร้อมเตาไฟฟ้า 2 หัว เครื่องดูดควัน และซิงค์หลุมเดี่ยวจาก Franke

Pattern จากหน้าผิวสัมผัสของตู้จะเป็นลักษณะนี้ครับ

ส่วนถัดมาคือ โซน Living สำหรับจัดวางโซฟาและดูทีวี ตรงนี้จัดวางได้ถึง 3 ที่นั่งครับ จริงๆ แล้วห้องตัวอย่างชั้นวางของด้านหลังโซฟา ถ้าห้องเปล่าเราก็จะมีระยะนั่งดูทีวีขยับไปชิดผนังกว่านี้ได้อีกครับ

ถัดจากโซฟาเป็นบานเลื่อน 3 ตอนขนาดใหญ่ที่ทำให้เปิดระเบียงได้กว้าง และรับวิวได้ดีจากห้องนั่งเล่น

ภาพรวมของโซนนี้คือการจัดสรรพื้นที่ที่เราใช้งานแบบไม่ต้องส่วนตัวมากให้มาอยู่รวมกันให้หมดครับ แล้วแยกพื้นที่พักผ่อนไปอยู่ด้านใน ทำให้ไม่ว่าจะใช้งานในส่วนไหนของห้องก็จะไม่รบกวนกัน ตรงนี้ก็ใช้เสียงได้เต็มที่

ระหว่างโซฟาและโต๊ะทานอาหารก็ยังมีพื้นที่เหลือๆ ไว้ขยายขนาดเฟอร์นิเจอร์ได้อีก

แอบมาดูส่วนระเบียง จริงๆ ไม่แคบนะฮะ แต่ห้องนี้มีแอร์ถึง 3 เครื่อง ก็เลยต้องเอามาเป็นพื้นที่จัดวางคอมเพรสเซอร์แอร์ด้านล่างด้วย เครื่องซักผ้าก็เลยเข้าไปอยู่ตรงครัวแทนครับ

ถัดไปเราจะเดินผ่านทางเดินตรงกลางห้องซึ่งในส่วนแรกจะเป็นห้องน้ำทั้งซ้ายและขวา ก่อนจะนำไปสู่ห้องนอนที่อยู่ด้านในทั้งหมดครับ ฝั่งขวามือเป็นห้องนอน Master พร้อมห้องน้ำในตัว ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องนอนที่ 2 พร้อมห้องน้ำที่ access ได้ทั้งสองทาง ถ้ามีแขกมาที่ห้องก็เข้าห้องน้ำทางซ้ายมือตรงทางเดินนี้ได้เลย

มาที่ฝั่งห้องนอน Master กันก่อน มีขนาดกว้างเหลือเฟือดูได้จากพื้นที่ทางเดินรอบๆ เตียงครับ เอาจริงๆ ผนังบิ๊วอินตรงหัวนอนก็ทำให้พื้นที่ลดลงมาอีกนะ แม้เค้าตั้งใจจะทำให้ออกมาสวย แต่ห้องจริงจะกว้างกว่านี้อีกครับ

พื้นที่สำหรับทำตู้เสื้อผ้าบิวท์อินจะอยู่ฝั่งซ้ายมือของเตียง

แถมห้องนี้ยังมีช่องแสงมากมาย ทั้งกระจกเข้ามุมตามแนวยาวทางฝั่งขวามือ

และช่องแสงหัวเตียงอีก ทำให้ห้องนอนห้องนี้สว่างไม่มีทึบแน่นอน

ตำแหน่งวางแอร์ในห้องจะอยู่ที่ปลายเตียงครับ มุมนี้อาจต้องระมัดระวังตอน service แอร์หน่อยถ้าวางทีวีทางด้านล่าง ห้องนอน Master นี้มีห้องน้ำในตัวซึ่งก็เข้าได้จากในห้องเท่านั้น

ในห้องน้ำได้กระจกบานใหญ่มากครับ และเป็นห้องน้ำสำเร็จรูปตามแบบฉบับของ AP ที่จะไม่มีการ Service จุกจิกเหมือนห้องน้ำแบบเดิม

Texture ของกระเบื้องผนังก็ให้ Reflection ที่สวยงามเมื่อแสงตกกระทบประมาณนี้

มาอีกฝั่งกันบ้างครับ ก่อนจะเข้าไปสู่ห้องนอนที่ 2 จะเห็นห้องน้ำที่สะดวกเข้าได้ทั้ง 2 ทาง คือจากโถงทางเดินหรือจากห้องนอนนี้ก็ได้ ก็เป็นห้องน้ำที่เหมาะสำหรับรับแขก ซึ่งได้ Layout เดียวกันกับห้อง Master ครับ

ห้องนอนที่ 2 นี้ก็ยังกว้างแบบวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ พร้อมกระจกขนาดใหญ่ที่เป็นบานกระทุ้งเปิดได้ทางขวามือครับ

มีพื้นที่สำหรับทำตู้เสื้อผ้าขนาดใช้งานได้เลยซึ่งถ้าทำหน้าบานกระจกแบบนี้ก็ทำให้ห้องไม่แคบด้วยครับ

ตำแหน่งวางแอร์ก็เหมือนกันกับห้องนอน Master แต่หัวนอนจะอยู่คนละทิศกัน

สุดท้ายเรากลับมาดูภาพรวมของโมเดลตึกกันครับ เป็น 2 Tower ความสูง 45 ชั้น และ 46 ชั้น ถ้าในย่านลาดพร้าวนี้ก็บอกได้ว่า 2 ทาวเวอร์คู่นี้จะโดดเด่นเป็นสง่าแน่นอน และได้วิวที่ดีด้วย

บริเวณชั้น Ground จะเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ พร้อมที่นั่งพักผ่อน และตกแต่งด้วยบ่อน้ำโดยรอบทำให้ดูร่มรื่นไปตลอดทางทั้ง 2 ตึกครับ

ส่วนของ Rooftop ทั้ง 2 ตึกจะมี facilities ทั้งคู่ ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส Sky bar รวมไปถึงสวน ทำให้ใช้งานได้แบบไม่อึดอัด เพราะงั้นถ้าเป็นเรื่องส่วนกลาง 2 ตึกนี้ไม่มีเสียเปรียบกันเล

อีกส่วนหนึ่งที่โครงการนำมาปรับใช้กับ Life ลาดพร้าวคือการทำให้โถงทางเดินในตึกโปร่ง และมีการระบายอากาศที่ดี เพราะจะมีช่องด้านล่างกระจกที่จะเป็นช่องให้ลม Flow ผ่านเข้ามาได้ตลอดเวลา


และทั้งหมดนี้คือการพาชมแบบแอบดูคอนโดที่โครงการ Life ลาดพร้าวครับ อย่างที่บอกว่าแต่ละคนมีความต้องการที่หลากหลาย สำหรับคนที่จำเป็นอยากที่จะได้ห้อง 2 ห้องนอนขนาดใหญ่ และใช้ได้จริงทั้ง 2 ห้อง Layout ห้อง 2Bed ของที่นี่ก็กว้างขวางและเป็นสัดส่วนที่ดี แต่สุดท้ายยังไงก็ต้องมาดูด้วยตากันที่โครงการครับ เราจะได้รู้ว่าการใช้งานจริงจะตอบโจทย์ชีวิตได้ครบมั้ย สำหรับราคาเริ่มต้นตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 130,000 บาท/ตร.ม. ก็ลองตัดสินใจดูก่อนรถไฟฟ้าจะสร้างเสร็จนะครับ แล้วเจอกันใหม่กับโครงการหน้า สวัสดีคร้าบบ

ติดตามเราได้ที่ : facebook

ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้