Life Asoke Hype เมื่อส่วนผสมของความต่าง สร้างที่อยู่อาศัยที่ลงตัว 

มืดกับสว่าง  Private กับ Public  ความอ่อนกับความแข็ง มีอีกหลายความต่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นพร้อมกันได้ แต่จริงๆ มันสามารถอยู่ด้วยกัน ช่วยสร้างมุมมองใหม่ เปลี่ยนความซ้ำซากจำเจ และที่สำคัญก็ตอบโจทย์ชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความต่างในตัวเอง จนบางครั้งสุดโต่งไปคนละด้านเลยทีเดียว เหมือนโครงการที่แว่นเอามาให้ดูในวันนี้ เป็นโครงการที่ตอบจริตคน Unique ไม่เหมือนใคร กับ  “Life Asoke Hype”ครับ

ไลฟ์ อโศก ไฮป์ คือโครงการใหม่ล่าสุด จาก AP  ขาใหญ่ในย่านพระราม 9 ที่ต้องเรียกแบบนี้เพราะพี่เค้าลงหลักปักฐานไว้ที่นี่เป็นโครงการที่ 6 เข้าไปแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเชื่อมั่นในศักยภาพของย่านนี้แค่ไหน และแต่ละโครงการก็ได้ผลตอบรับที่ดีมาก จนมาถึงโครงการนี้ก็คงจะต้องทิ้งทวนแบบ “ฟินาเล่”  ทำอะไรที่แถวนี้ยังไม่มี เรียกว่านอกจากจะต้องต่างกับโครงการของคนอื่นแล้ว ก็ต้องแตกต่างจากโครงการเดิมของตัวเองด้วย คอนเซปต์จึงมาในแบบ “The Supremacy of both worlds” แหม้ ต้องอ่านถึงสองรอบ เพราะรอบแรกแปลไม่ออก  พูดง่ายๆ ก็คือการทำให้ดีที่สุดที่ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทำเล ราคา ฟังก์ชั่นการใช้งานของห้อง หรือส่วนกลางที่ต้องร้องว้าว ให้สมกับชื่อ Hype 

ภาพรวมโครงการ

Life Asoke Hype เป็นคอนโด High Rise  สูง 40 ชั้น รวม 1,253 ยูนิต และพื้นที่ร้านค้า 4 ร้านค้า บนพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5 ไร่ อยู่ในทำเลที่เป็นเป็นส่วนเชื่อมต่อของอโศก เพชรบุรี และพระราม 9 สามารถเข้าออกได้ทั้ง 2 ช่องทาง ทั้งถนนจตุรทิศ และถนนอโศก-ดินแดง ส่วนระยะเดินไป MRT สถานีพระราม 9  ก็สะดวกประมาณ 300 เมตร เพราะงั้นถ้าอยู่แถวนี้ จะออกไปหาของกินก็เลือกได้ว่าจะมุ่งหน้าไปพระราม 9 เข้ารัชดา เพื่อไปเซ็นทรัล Fortune town The Street หรือจะมาอโศกที่ Terminal 21 ก็แล้วแต่ความพึงใจของเรา

ตัวอาคารนั้นโดดเด่นเป็นสง่า ด้วยสีแดงที่เค้าคัดสรรแล้วว่าทนทานยาวนานมาใช้สำหรับงานภายนอก ทำให้ความแดงนี้เป็นจุดแรกที่ใครๆ ก็จำได้ เมื่อเข้ามาด้านในก็จะทำให้เข้าใจมากขึ้นว่าความ Contrast ที่อยู่ด้วยกันได้ที่เป็นแนวคิดของเขานั้นเป็นยังไง ผ่านการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางนี่แหละ ยกตัวอย่างอันนึงก็คือการสร้างความเป็นส่วนตัวในพื้นที่ Public Area คือในล็อบบี้ที่คนมักมาจอแจ เค้าเลือกที่จะแยกส่วนต้อนรับออกเป็น  Foyer ก่อนที่จะผ่าน Access Control ไปสู่  Lobby Lounge วางพื้นที่ Co-working Business Lounge ให้อยู่บนชั้นลอย ทำให้การนั่งทำงานแยกส่วนจากพื้นที่ที่คนเดินเข้าออกกันขวั่กไขว่ ยังมีที่นั่งในสวนที่เรียกว่า Muted Garden  เป็นที่นั่งแบบคาบาน่าส่วนตัว แต่ออกแบบกริลบังสายตาแต่ไม่บังลมเอาไว้ ทำให้ในพื้นที่ออกกำลังกายที่คนมักมาวิ่งมาเดิน ก็ยังหามุม Private ได้อีกเหมือนกัน

แต่ความว้าว  สำหรับแว่นนั้นไม่ได้อยู่แถวนี้ เราต้องกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 40 เพื่อไปนั่งดื่มด่ำใน “Top of The Hype” หรือก็คือ Sky Lounge นี่แหละ แต่เป็นพื้นที่ที่ลอยอยู่เหนือสระว่ายน้ำ  ใช้กระจก Full Height มุมเอียงออก นี่ก็ช่วยให้มุมมองเวลาทอดสายตาดูความงามวิวมากขึ้นแล้ว พื้นส่วนที่ติดกับกระจกนี้ยังเป็นพื้นใสอีก ก็ทำให้ฟิลลิ่งของการขึ้นมาใช้พื้นที่ส่วนกลางชั้นบนต่างออกไปจากเดิมๆ แต่หากนี่ยังไม่ทำให้เร้าใจพอ ขอเชิญก้าวเดินออกไปด้านนอกเพื่อไปเดินบนสะพานกระจกใสที่ลอยอยู่บริเวณชั้นนี้ให้ได้บรรยากาศ ที่เรียกว่าถ้ายังไปมุมไหนยังไม่ Hype ก็จะ Hype กันมุมนี้นี่แหละ

ขอสรุปรวม Facilities ที่นี่ ก็คือ The Circle Running Garden ลู่วิ่งเล่นระดับ 2 ชั้น, Foyer, Lobby, Co-working Business Lounge, สระว่ายน้ำ 2 สระทั้งชั้น 7 และชั้น 40 พร้อม Jacuzzi ทั้ง 2 ชั้น, พื้นที่สวนทั้งชั้นล่าง, ชั้น 7 และชั้น 40 ฟิตเนส 2 ชั้นพร้อมวิวแบบ Panorama, Mirage Sky Path สะพานพื้นกระจกใส, Sky Lounge, จุดชมวิวและพื้นที่พักผ่อน ครับ 

รูปแบบห้อง

ห้องที่นี่มี 4 Type เริ่มจาก Studio 25.5 ตร.ม., 1 Bed 30 – 32 ตร.ม., 1 Bed Plus 35-40 ตร.ม. และ 2 Bed 48.5 – 64 ตร.ม. ที่นี่เน้นครัวปิดเป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่ที่ออกแบบมาก็ยืดหยุ่นในการจัดวางตามแบบที่เราต้องการได้ โดยเฉพาะ Layout 40 ตร.ม.ที่เป็นแบบ 1Bed Plus จะได้ห้องอเนกประสงค์ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะวางเตียงขนาด 5 ฟุตเลย เพราะงั้นถ้าจะจัดเป็นห้องนอนอีกห้อง ก็ใช้งานได้จริงๆ 

ราคาและการจอง

ราคาเริ่มต้นของโครงการอยู่ที่ 2.89 ล้านบาท สำหรับห้อง Studio หรือถ้าคิดราคาเฉลี่ยทั้งโครงการจะอยู่ที่ประมาณ 135,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าราคา Resale ของโครงการอื่นแถวนี้ เป็นความตั้งใจของ AP ที่จะทำราคาที่จับต้องได้ ทิ้งทวนปลายปีให้โครงการนี้มีความแตกต่างจากโครงการอื่น เพื่อให้คนที่สนใจอยู่เอง หรือมองหาโอกาสลงทุนสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งจะเปิดจองออนไลน์วันแรกผ่านระบบ AP i-Booking ในวันอังคารที่ 2 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ 1 ทุ่ม – 3 ทุ่มเท่านั้น ก่อนเปิดพรีเซลในวันที่ 6-7 ตุลาคม คร้าบ 

เช่นเคยสำหรับแฟนเพจที่สนใจ อ่านถึงตรงนี้คุณควรได้รับอะไรดีๆ ตอบแทน  ฮ่าๆ เข้าไปคลิกลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 300,000 บาทได้ที่นี่ >>https://goo.gl/tucP7S นอกจากนี้ก็ยังแถม Samsung Note 9 ฟรี  เฉพาะ Online Booking ด้วยนะ อ้อ!! แล้วใครที่ชำระค่าจอง + ค่าสัญญา 5% ในวันพรีเซลเลยก็รับส่วนลด On-top จากราคาหน้าสัญญาอีก 2%* คร้าบ 

แว่นมาพร้อมกับภาพส่วนกลางสวยๆ ของโครงการที่แว่นเล่ามาข้างบนให้ดูกันชัดๆ ด้วย ตามมาดูกันเล้ย!


เปิดกันด้วยภาพจากมุมสวยไฮไลต์ที่สุดของที่นี่ เป็น Skywalk พื้นกระจกใสที่เชื่อมปีกตึกสองฝั่งเข้าด้วยกัน ให้ได้พอเลือดสูบฉีด แต่ไม่ต้องกลัวเพราะข้างใต้นั้นเป็นสวนชั้น 40 ฮะ

Observatory นี่เป็นจุดไว้ชมวิว นอนเอกเขนกดูดาวกันได้เวลาฟ้าเปิด เค้าตกแต่งไฟที่พื้นเหมือนเป็นกลุ่มหมู่ดาวเหมือนกับบนท้องฟ้า

นี่คือ Top of the Hype ด้วยตัวกระจกที่กว้างกว่าปรกติ ทำมุมเฉียงแถมมีพื้นส่วนล่างที่เป็นกระจกเสมือนมีมุมให้ยืนลอยอยู่กลางอากาศ น่าจะเป็นมุมชมวิวที่ดีมุมหนึ่งที่หาได้ยากในคอนโดฮะ

ด้านนอกเชื่อมออกมา Lunar Balcony ที่เค้าซ่อนไฟให้เรืองแสงออกมาจากบริเวณด้านล่าง ตรงนี้ใช้จัดปาร์ตี้ก็ได้ หรือมานั่งแบบเปลี่ยนบรรยากาศ Outdoor ในช่วงวันที่ลมดีๆ

ยิมชั้น 40 เป็นวิวแบบพาโนรามา และมีสองชั้นกระจายเครื่องเล่นกันได้ครับ

จะชั้นล่างชั้นบนก็สวยกันทั้งคู่

มุมนั่งแบบกลุ่มนี้ก็มีจัดมาให้ฮะ ลักษณะเหมือนคาบาน่าที่ออกแบบกริลให้เบาแดดลงไปได้ แต่ลมยังเข้าได้อยู่

ภาพรวม Sky Facilities ชั้นบน ก็จะเป็นแบบนี้ครับ หันหน้าเข้าสู่ทิศใต้ซึ่งเปิดโล่งจากความจอแจในย่านพระราม 9 ให้เราได้ใช้เวลาที่เหลือของวันแบบสบายๆ

กลับลงมาที่ชั้น Ground กันบ้าง เป็นการใช้พื้นที่สวนให้มากกว่าเป็นสวนสวยเฉยๆ นอกจากที่นั่งไล่ระดับสไตล์Amphitheatre แล้ว เค้าก็ทำลู่วิ่งแบบวน loop ทั้ง 2 ชั้น ทำให้ได้ระยะวิ่งยาวกว่าเดิม แล้วยังมีมุมนั่งเล่นซ่อนอยู่ข้างใต้ด้วย

Lobby ที่นี่มันงามจริงนะ ด้วยสีสันและ Material ที่ตัดกันแบบนี้ทำให้ดูหรู แต่ไม่แก่ ฮ่าๆ ที่เห็นข้างบนก็คือ Co-working Business Lounge ให้นั่งทำงาน หรือประชุม แยกไปจากชั้นล่างที่เป็น Lobby Lounge กันไป จะได้มีความ Private มากขึ้น แถมมีพื้นที่กว้างมาก จาก Drop off เข้ามาจะไปทางซ้ายหรือขวาก็มีพื้นที่ให้นั่งได้หมด

   

เวลามาถึงคอนโดก็จะเจอกับโถงต้อนรับตกแต่งในสไตล์ Eclectic Design มีการใช้ Material ที่แตกต่างกันมาจัดวางเอาไว้อย่างลงตัว แต่ที่ขาดไม่ได้คือ โทนสีแดงที่เป็นแกนของที่นี่สมกับชื่อ Scarlet Foyer

      

บริเวณด้านข้างของ Lobby มีพื้นที่นั่งแบบ Private ซ่อนอยู่ในพื้นที่โปร่งแสงตรงกลางนี่แหละครับ คือออกแบบมาได้ดีนะ คนนั่งข้างในก็ไม่ทึบ ก็แต่ยังมีความเป็นส่วนตัวอยู่ได้ในพื้นที่ Public

     

มี Floor Plan มาสำหรับที่พักอาศัยเริ่มที่ชั้น 7 นะครับ ซึ่งจะปันส่วนไปเป็น Facilities ทั้งสวนและสระไว้ด้วย

     

อันนี้ตั้งแต่ชั้น 8-31 ครับ

     

สำหรับห้อง 40 ตร.ม. ที่เป็น Layout พิเศษที่แว่นเล่าไปนี่ หาได้เฉพาะชั้น 32-38 นะครับ

     

     

ที่ชั้น 40 สูงที่สุดยังมีส่วนพักอาศัยอีกนิดหน่อย

     

มากันที่ Layout ห้องกันบ้าง
สำหรับห้องขนาดเล็ก ตั้งแต่ Studio – 1Bed เนี่ย ได้ครัวปิดเป็นสัดส่วนเหมือนกันหมดเลยนะครับ แต่หน้ากว้างก็จะแตกต่างกันไป ข้อดีของการออกแบบแบบ interlock นี่ทำให้ได้หน้าห้องกว้างเกือบทุกห้อง

     

พอเป็นห้องแบบ 1Bed Plus เนี่ยก็มีทั้งครัวปิด และครัวเปิดนะฮะ แต่ในภาพรวมคือ การวางตำแหน่งให้ส่วน Living และห้องนอนชิดวิวหมดที่เด่นกว่าเพื่อนก็คือ C7 ที่มีลักษณะส่วนห้อง Plus ยื่นออกไปนอกระนาบอาคารด้วยฮะ

     

ส่วน 2Bedroom นี่มีทั้งไซส์ไม่ใหญ่มากอย่าง 48.5 ตร.ม. และเพิ่มมาเป็น 60 กับ 64 ตร.ม. ให้ใหญ่จุใจกันไปเลย เอาเป็นว่าชอบยูนิตไหน ชั้นอะไรเล็งกันไว้ให้ดีก่อนเข้า AP i-Booking กันในวันอังคารที่ 2 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ 1 ทุ่ม – 3 ทุ่มเท่านั้น ก่อนเปิดพรีเซลในวันที่ 6-7 ตุลาคม คร้าบ แล้วอย่าลืมไปลงทะเบียนรับสิทธิกันนะจ้ะ

 

ติดตามเราได้ที่ : facebook

ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จัดทัพเดินหน้าธุรกิจ ปูพรมขึ้นแท่นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และ พาณิชยกรรม