รีวิวคอนโด : MILES RATCHADA – LADPRAO

เมื่อความมืดมิดค่อยๆ เลือนหายกลายเป็นภาพของผ้าฝ้ายสีขาวกำลังพลิ้วไหวช้าๆ อยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดรำไรที่พาดผ่านใบไม้ใหญ่ใกล้ระเบียงสาดส่องมากระทบเปลือกตาและใบหน้าอันแสนอ่อนล้า ได้เวลาลุกจากที่นอนแล้วออกไปผจญภัย วันนี้วันใหม่มีอะไรสนุกๆ ทำบ้างนะ…

ภาพนี้เกิดขึ้นซ้ำไปวนมาอยู่อย่างนั้นทุกวัน เพราะชีวิตมักปลุกให้เราออกเดินทางเสมอ พร้อมๆ กับส่งความท้าทายมาให้ตลอด “ที่พักระหว่างทาง” นั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ และวันนี้เราก็จะพาไปดูจุดพักที่พร้อมจะนำพาความสุขและความหมายของชีวิตมาให้ทุกคนในรูปแบบของที่อยู่อาศัยครับ

เกริ่นมาแบบนี้เพราะการเดินทางตรงกับคอนเซปต์โครงการที่เราพามาดูกันครับ กับ “MILES RATCHADA-LADPRAO” คอนโด Low Rise ในซอยลาดพร้าว 26 โครงการนี้มีห้องที่เหมาะกับคนในแต่ละช่วงวัย ในราคาที่จับต้องได้ มาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งให้ครบ เป็น Layout แบบครัวปิดทุกยูนิต และใช้วัสดุแบบพรีเมี่ยมครับ

ทำเลและการเดินทาง

โครงการนี้มีความสะดวกตรงที่อยู่ระหว่าง MRT 2 สถานี คือ สถานีลาดพร้าว 550 เมตร และสถานีรัชดาภิเษก 650 ม. ในขณะที่ก็สามารถใช้รถไฟฟ้าสายสีเหลืองในอนาคตได้ในระยะประมาณ 600 ม.ครับ ที่สถานีลาดพร้าวมี Gourmet Market ขนาดจัมโบ้ให้ช้อปปิ้งอยู่ภายใน

แถมถัดออกไป 1 สถานีก็ถึงใจกลางศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่างเซ็นทรัลลาดพร้าว รวมไปถึงศูนย์รวมเสื้อผ้าแฟชั่น แหล่งรวมร้านอาหารนานาชาติ ที่มีทั้งบุฟเฟต์ ปิ้งย่าง เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย จีน อย่างยูเนียนมอลล์ หรือจะไปต่อชิลล์ๆ ที่ตลาดจตุจักรก็สะดวก

MILES รัชดา – ลาดพร้าวเป็นคอนโดที่อยู่ในซอยลาดพร้าว 26 ซึ่งเป็นทำเลที่สามารถเชื่อมต่อไปยังถนนสายหลักได้ถึง 3 สาย ได้แก่ ถ.รัชดา (ซ.รัชดาฯ 19), ถ.ลาดพร้าว (ซ.ลาดพร้าว 26) และถ.วิภาวดี (ซ.วิภาวดี 20 หรือ ซ.วิภาวดี 16) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองและย่านการทำงานใน CBD มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

นอกจากนี้ด้วยความที่แถวนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจาก Shopping Center ขนาดใหญ่ยังมีโรงพยาบาล อาคารสำนักงาน มหาวิทยาลัยอยู่ใกล้ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปตท.สำนักงานใหญ่, ตึกช้าง, SCB Park, ศาลอาญา, สถานทูตจีน, รพ.พญาไทย 2 ฯลฯ

ภาพรวมโครงการ ที่นี่เป็นคอนโด Low Rise สูง 8 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่เกือบ 2 ไร่ มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 205 ยูนิต ก็เป็นโครงการที่ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวไม่วุ่นวายนะครับ ออกแบบมาในสไตล์ Modern Classic ภายนอกอาคารมีดีไซน์เฉพาะตัว และผสมผสานความเป็นธรรมชาติเข้าไปในการออกแบบพื้นที่ภายในด้วย สำหรับพื้นที่ส่วนกลางที่ได้นำมา

เติมการใช้ชีวิตเริ่มจากการมีพื้นที่สีเขียวโอบล้อมโครงการ ล็อบบี้บริเวณชั้น G เป็น Double Volume สามารถเชื่อมต่อขึ้นมายังชั้น 2 เพื่อมาใช้ Facilities หลักๆ ที่ชั้นนี้อย่างสระว่ายน้ำ, Lounge, Co-Working Space, Fitness ได้สะดวก โครงการยังมีพื้นที่พักผ่อนให้ลูกบ้านออกมานั่งรับลมเปลี่ยนบรรยากาศด้านนอก พร้อมทั้ง Smart Locker ให้ใช้งานได้ครับ ที่จอดรถที่นี่นอกจากรอบอาคารแล้ว เค้าทำที่จอดไว้ด้านนอกอีกส่วนด้วย รวมเป็น 74 ช่องจอดครับ

รูปแบบห้อง

จุดเด่นของที่นี่ก็คือทุก Layout เป็นครัวปิดทั้งหมดครับ ตอบโจทย์การทำอาหารในคอนโดยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เผื่อว่าเราอาจจะได้ใช้เวลาในห้องได้มากขึ้นโดยไม่ต้องออกไปข้างนอก ในห้องน้ำมาสเตอร์ของทุก Type ยังมี Automatic Toilet Seat  ให้ใช้งานด้วย ส่วนห้องขนาด 34 และ 40 ตารางเมตร จะได้ HOME AUTOMATION ที่สามารถดิมไฟและสั่งการเปิด-ปิดระบบแอร์ภายในห้องได้  รวมถึงได้เครื่องฟอกอากาศและประตูแบบ DIGITAL DOOR LOCK ในทุกยูนิตครับ

อย่างที่บอกว่าเค้ามีรูปแบบห้องที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงชีวิตของเรา 3 Type ได้แก่

  • Type S หรือ 1 Bedroom ขนาด 25 ตารางเมตร ตอบโจทย์การเป็นที่พักระหว่างการเดินทางของคนท่กำลังสนุกกับการใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียว ด้วยยูนิตขนาดนี้ทำให้ภาพรวมราคาไม่สูงมากนัก มีเฟอร์นิเจอร์ครบชุด แถมได้ครัวปิด และกั้นห้องนอนด้วยกระจกบานเลื่อนทำให้ประหยัดพื้นที่แต่ยังเป็นสัดส่วนดีครับ
  • Type M หรือแบบ 1+1 Bedroom ขนาด 32-34 ตารางเมตร ห้องนี้ทำมาตอบโจทย์เพื่อครอบครัวขยายที่อยากได้ห้องนอนเป็นสัดเป็นส่วนเพิ่มขึ้นอีกห้องเพื่อเจ้าตัวเล็ก แต่ยังประหยัดงบประมาณไปได้ ด้วยการที่เป็นห้อง 1 ห้องนอน พร้อมห้องอเนกประสงค์ที่มีพื้นที่เพียงพอที่จะจัดสรรเป็นห้องนอนเล็กได้อีกห้องนึง ซึ่งระบบ Home Automation จะเริ่มมีให้ตั้งแต่ Type นี้ขึ้นไปครับ
  • Type L หรือแบบ 2 Bedroom ขนาด 40 ตารางเมตร มีจุดเด่นตรงที่มี 2 ห้องนอนขนาดใหญ่พอๆ กัน ให้ทุกคนได้มีพื้นที่ส่วนตัวสบายๆ ในคอนเซปต์เพื่อดูแลคนที่เรารักครับ Layout นี้มีรูปแบบห้องที่มีหน้ากว้างที่สุดของโครงการ และห้องน้ำสามารถเปิดระบายอากาศได้ด้วยครับ

ทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมโครงการ “MILES RATCHADA-LADPRAO” ที่พร้อมเป็นจุดพักพิง ให้นักเดินทางทุกคนได้พักเติมพลังก่อนออกไปพจญภัยใช้ชีวิตในทุกวันครับ แน่นอนว่าเราเองอาจจะมีเป้าหมายแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต การหาที่พักอาศัยจึงเป็นสิ่งที่ควรจะเป็นตัวสนับสนุนให้เราสามารถทำความฝันอื่นๆ ให้สำเร็จได้ด้วย เพราะสุดท้ายแล้วพื้นที่จะเล็กหรือใหญ่ อาจจะไม่สำคัญเท่ากับความสบายใจและพบว่าใช่ในแบบของเราครับ ขอทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่องราคา ที่นี่มีราคาเริ่มที่ 2.2 ล้านบาทครับ ใครที่สนใจอยากออกมาสะสมไมล์แห่งความสุขก็ลงทะเบียนพร้อมกันได้ที่นี่เลยครับ >> https://bit.ly/2HB8JZe

ห้องตัวอย่างที่สำนักงานขายมีให้ดู 2 แบบด้วยกัน คือ 1 ห้องนอน ขนาด 25 ตารางเมตร (ไซส์ S) ซึ่งเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการ และ 1+1 ห้องนอน ขนาด 34 ตารางเมตร (ไซส์ M)

ซึ่งแต่ละห้องเค้าก็ทำมาเพื่อตอบโจทย์การอยู่อาศัยของเราในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตครับ 

การใช้งานในแต่ละส่วนนั้นครบครัน ไม่ว่าจะเป็นมุมสำหรับช่วงเวลาอันผ่อนคลาย ช่วงเวลาพักผ่อนอันแสนสบาย หรือช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้ Cooking เมนูแสนอร่อยให้คนที่คุณรัก

เรามาเริ่มกันที่ห้องไซส์ S ขนาด 25 ตารางเมตร เป็นห้องที่วางพื้นที่ห้องนั่งเล่นเชื่อมตรงกับห้องนอน และแยกส่วนครัวออกไปอีกด้านเพื่อให้ครัวได้มีระเบียง สามารถเปิดระบายอากาศและใช้งานในส่วนของการซักล้างได้สะดวก

เฟอร์นิเจอร์จัดเตรียมไว้ให้ครบชุดและมีการออกแบบเฉพาะโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโซฟา ชุดโต๊ะเก้าอี้ในมุมรับประทานอาหารแบบ 2 ที่นั่ง ประตูแบบ Smart Door Lock และอื่นๆ อีกมาก…เดี๋ยวเรามาไล่ดูในแต่ละส่วนไปพร้อมๆ กันเลยครับ

สำหรับโซฟาห้องนี้แอบแฝงลูกเล่นในดีไซน์มาให้เล็กน้อย แต่ยังคงความสบายและมีขนาดที่จัดวางเข้ามุมในพื้นที่ห้องนั่งเล่นไว้แบบพอดี

มีการเลือกสีและวัสดุหนังที่เข้ากันกับชุดเก้าอี้ทานข้าว ซึ่งโครงการเตรียมโต๊ะและเก้าอี้ไว้ให้สำหรับ 2 ที่นั่ง ส่วนผนังห้องจะได้เป็นแบบฉาบเรียบทาสีขาว มีระยะความสูงเพดานอยู่ที่ 2.5 เมตร และพื้นไม้ลามิเนตหนา 12 มม. (โดยทั่วไปเรามักจะเห็นที่แค่ 8 มม.) ดังนั้นใครถูกใจโทนสีเฟอร์นิเจอร์แล้ว จะลองเพิ่มความเข้ากันดีด้วยการใช้พรมสีน้ำตาล หรือติดวอลเปเปอร์โทนอุ่น ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นคง อบอุ่นและสามารถเข้ากันได้กับทุกสีด้วยครับ

ตู้รองเท้าเป็นลักษณะเชื่อมต่อกันกับชั้นวางทีวี ในส่วนนี้โครงการบิวท์อินไว้ให้พอดีกับระยะการนั่ง และสามารถใช้ประโยชน์จากด้านบนตู้รองเท้า ในการจัดวางหนังสือ แจกันดอกไม้ กรอบรูปสวยๆ ตอนเรารับปริญญา หรือภาพท้องฟ้าสวยๆ ที่ตัดกับหิมะสีขาวตอนเราไปเที่ยวญี่ปุ่นก็น่ารักดีครับ

จากนั้นเชื่อมต่อเข้ามาในห้องนอนด้วยประตูกระจกบานเลื่อนแบบ 3 ตอน ช่วยให้ห้องดูโปร่งขึ้นกว่าการใช้ประตูแบบทึบ ในห้องนี้ก็จะมีตู้เสื้อผ้าความสูงจรดเพดาน และฐานเตียงขนาด Queen Size ทีมีลิ้นชักเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะกับคนอยู่คอนโด เพราะพื้นที่เก็บของในห้องนั้นสำคัญ ด้านข้างเป็นกระจกบานใหญ่ให้ได้เปิดรับแสงธรรมชาติยามเช้า และบริเวณหัวเตียงทำปลั๊กสำหรับเสียบ USB มาให้ด้วยครับ

มีลิ้นชักให้ใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น และของใช้อื่นๆ มาให้ และด้านบนเป็นช่องขนาดใหญ่เผื่อต้องเก็บกระเป๋าเดินทางและของใช้ขนาดใหญ่อื่นๆ ครับ

ห้องนี้ได้เครื่องปรับอากาศ 2 ตัวคือในห้องนอนกับห้องนั่งเล่น รวมไปถึงเจ้าเครื่องสีขาวตัวนี้ เป็นเครื่องฟอกอากาศที่โครงการแถมมาให้ด้วย จะได้ช่วยให้เรามีอากาศสะอาดสดชื่นตลอดการอยู่ในห้องครับ

เช้าแล้วได้เวลาออกไปทำงานที่เรารัก เดินออกมานอกห้อง แวะส่องกระจกดูความหน้าสดแต่ยังสวยของตัวเองกันสักหน่อย ฮ่าๆ

พื้นที่ด้านนอกตรงนี้ด้านซ้ายจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องครัว บริเวณทางเดินตรงกลางพอสามารถทำชั้นวางของ หรือจัดวางตู้ขนาดเล็กเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานอื่นๆ เข้าไปได้

ห้องน้ำมีฉากกั้นอาบน้ำกระจกนิรภัยมาให้ พร้อมสุขภัณฑ์จาก COTTO รูปแบบฝารองนั่งอัตโนมัติ ดีไซน์สวย รวมไปถึงชุดฝักบัวแบบปรับระดับได้ครับ

จากนั้นมาดูในส่วนของครัวกันบ้าง

ด้วยความที่เป็นห้องไซส์ S ขนาด 25 ตารางเมตร ที่แบ่งการใช้งานในแต่ละห้องเป็นสัดเป็นส่วน ทำให้ห้องครัวจะดูมีขนาดกระทัดรัดหน่อย สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นใช้ชีวิตคนเดียว ในสภาวะที่ทุกวินาทีมีค่าเช่นนี้

เมื่อทุกอย่างรีบเร่ง การทำอาหารง่ายๆ ในห้องแบบครัวปิดก็ดูจะเหมาะสมดีเหมือนกันนะครับ เพราะนอกจากจะเช็ดล้างทำความสะอาดง่าย อากาศถ่ายเทได้ด้วยการเปิดให้ระบายออกไปทางระเบียงแล้ว

ชุดครัวเค้าก็ให้มาครบไม่ว่าจะเป็นลิ้นชักอเนกประสงค์ ชุด Sink และเครื่องใช้ไฟฟ้าจาก Franke ส่วนท็อปครัวนั้นใช้เป็นหิน Quartz ครับ ซึ่งก็มีความทนทานสูงกว่าหินธรรมชาติ

สำหรับนักเดินทางโซโล่ที่พร้อมออกเดินทางและใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัวแต่ยังสามารถเปิดบ้านต้อนรับคนที่เรารักให้มาใช้เวลาร่วมกันได้ ห้องไซส์ S นี้ก็ดูเป็นตัวเลือกที่น่าจะคุ้มค่าด้วย Package Price ที่ไม่สูงจนเกินไป ในราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาทครับ

ขยับขึ้นมาที่ห้องไซส์ M หรือห้องแบบ 1+1 ห้องนอน ขนาด 34 ตารางเมตร ห้องนี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3.1 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเริ่มเป็นห้องขนาด 34 ตารางเมตรขึ้นไปจะมีความพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาคือระบบ Home Automation ตัวช่วยในการควบคุมระบบไฟ แอร์ และม่านครับ

ซึ่งใช้งานง่ายๆ ผ่าน Smart Phone ของเราได้ แม้ว่าจะยังกลับไม่ถึงห้อง ก็เตรียมเปิดไฟเปิดแอร์ สำหรับเจ้าตัวเล็กได้กลับมานอนลงบนเตียงนุ่มๆ ได้ล่วงหน้าเลย

การจัดวาง Layout จะคล้ายกันกับห้องแรก แต่พื้นที่มีการขยับขยายและอยู่กับสมาชิกในบ้านมากกว่า 1 คนได้แบบสบายมากยิ่งขึ้น

ชุดเฟอร์นิเจอร์ที่ให้ในห้องนี้ก็จะปรับเปลี่ยนไปครับ ดูเหมาะกับวัยที่กำลังสร้างครอบครัว กำลังเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ หรือเริ่มมีลูกน้อยแล้ว (แต่ถ้ามีลูกเยอะ ค่อยขยับไปห้องแบบ 2 ห้องนอนเนอะ ฮ่าๆ)

เพื่อให้ใช้งานห้องน้ำได้อย่างสะดวกสบาย ตู้รองเท้าจึงถูกจัดไว้ฝั่งเดียวกับโซฟาครับ

มีชั้นวางทีวีติดตั้งให้เรียบร้อยเช่นกัน และห้องนี้ได้เครื่องปรับอากาศทั้งหมด 3 ตัว คือมีให้ทุกห้องนั่นเองครับ

สวิตช์ไฟเปิดปิดด้วยระบบสัมผัสและสามารถ Dim ไฟได้ ติดไว้ในทุกห้องครับ

ห้องน้ำก็จะกว้างขึ้น มีชั้นวางอุปกรณ์อาบน้ำไว้ให้เรียบร้อย

ถัดเข้ามาด้านใน ห้องนอนมีตู้เสื้อผ้าบิวท์อินไว้ให้ด้วยประตูแบบบานเลื่อน พร้อมมีชั้นวางของ วางหนังสือ วางกรอบรูปนางฟ้าและเทวดาตัวน้อย ให้ได้เห็นและเรียกยิ้มได้ทั้งยามนอนและตอนตื่น

ถัดเข้ามาด้านใน ห้องนอนมีตู้เสื้อผ้าบิวท์อินไว้ให้ด้วยประตูแบบบานเลื่อน พร้อมมีชั้นวางของ วางหนังสือ วางกรอบรูปนางฟ้าและเทวดาตัวน้อย ให้ได้เห็นและเรียกยิ้มได้ทั้งยามนอนและตอนตื่น

เค้าเตรียมฐานเตียงขนาด Single มาให้แล้ว และห้องนี้อยู่ติดกับระเบียงด้วยครับ

แต่หากว่าครอบครัวไหนยังไม่มีพยานรัก อยากปรับให้เป็นห้องทำงาน หรือถ้าจะทำเป็นห้องนอนแต่อยากจัดวางโต๊ะ หรือตู้ในรูปแบบอื่นๆ ตามใจชอบก็สามารถเลือกได้เองเลย

ส่วนห้องครัวนี้อาจไม่ได้อยู่ติดระเบียง แต่ก็มีประตูกั้นในรูปแบบครัวปิดให้ เวลาทำอาหารก็อย่าลืมเปิดที่ดูดอากาศเพื่อไล่กลิ่นออกไปด้านนอกครับ

ห้องนี้ก็จะยังคงได้ความเป็นสัดส่วน และมีพื้นที่การใช้งานสะดวกขึ้น ชุดเฟอร์นิเจอร์และตัวช่วยเรื่องความสบายอย่างระบบ Home Automation ก็ติดตั้งมาให้ครบครัน ห้องนี้จึงตอบโจทย์อีกก้าวสำคัญของชีวิต สำหรับคนที่กำลังต้องการสร้างครอบครัวเล็กๆ ในงบประมาณที่คุ้มค่าครับ

เรามาดูภาพจากโครงการกันบ้างครับ อันนี้คือล็อบบี้ครับ เป็นพื้นที่ต้อนรับแขกของลูกบ้าน มีมุมให้ลูกบ้านเองมานั่งรอเพื่อน หรือติดต่อเรื่องงานต่างๆ ได้ มีกระจกบานใหญ่ล้อมอยู่รอบด้าน ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดและยังสามารถมองเห็นวิวสวนสีเขียวด้านนอกให้สบายตาได้ด้วย

สระว่ายน้ำที่อยู่บริเวณชั้น 2 เปิดกว้างรับวิวจากหน้าโครงการ ซึ่งชั้นนี้ก็จะมี Fitness, Co-Passion Space, Traveler Lounge และ มีพื้นที่สวนอย่าง Layover Garden ครับ  

ด้านใน Co-Passion Space ใช้โทนสีอุ่น มีจุดให้นั่งคิดงาน อ่านหนังสือ หรือพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยเลย

ภาพตัวอย่างโครงการจากด้านนอกจะเห็นว่าโครงการรายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว ทำให้ดูเป็นส่วนตัว และได้รับบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เหมือนว่าอยู่ในทำเลที่ผู้คนอาจจะจอแจวุ่นวาย แต่เรากลับกลายเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ให้ความสงบในใจกลางเมือง โครงการ “MILES RATCHADA – LADPRAO” นี้

จึงถือเป็นอีกหนึ่งที่พักใจให้ใครหลายคนได้แวะเอนกาย ได้มาใช้ชีวิตในแต่ละช่วงเวลาให้คุ้มค่า กับห้องแบบต่างๆ ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตในแต่ละวัย สมกับชีวิตนักเดินทางที่จะได้พักชาร์จแบตก่อนออกไปใช้ชีวิตในวันใหม่ด้วยพลังเต็มเปี่ยมครับ

ใครที่สนใจก็ลองเข้าไปสอบถามข้อมูลและชมห้องตัวอย่างจริงกันได้ที่ Sales Gallery ด้วยตาตัวเองเลยครับ อ้อ เค้าอยู่คนละที่กับโครงการนะ ตามไปที่พิกัดนี้ได้บริเวณปากซอยลาดพร้าว 5 ครับ https://goo.gl/maps/CRnFGFnQrbmhgfxs6