fbpx

Noble State 39 เริ่มต้นชีวิตแบบใหม่ที่ใจกลางพร้อมพงษ์

สำหรับวัยทำงาน จะเลือกหาคอนโดอยู่สักที่ มันมีเหตุผล และสิ่งที่ต้องคิดมากมายเลยเนอะ ทั้งคนที่เคยอยู่บ้านมาก่อน ต้องเปลี่ยนแปลงที่อยู่ให้สะดวกกับชีวิตทำงานมากขึ้น เหมือนหาบ้านหลังที่สอง หรือคนที่อยากขยับขยาย ย้ายออกมาสร้างครอบครัวและที่ทางของตัวเอง แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนอยากได้คือ มันต้องสะดวกกว่าบ้าน “ทำเล” จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญอันดับแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึง แต่นอกจากทำเลแล้ว จะทำยังไงให้การใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัดแบบคอนโด มันไม่ดูอึดอัด จำเจ และน่าเบื่อ วันนี้แอบดูคอนโดก็เลยจะพาไปดูคอนโดที่อยู่ในทำเลพรีเมี่ยม และทำให้วิธีการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ เปลี่ยนไปที่ Noble State 39 ครับ

เมื่อพูดถึงทำเล มันก็มีความยืดหยุ่นตามชีวิตแต่ละคนอยู่แหละ ถ้าอยากได้รถไฟฟ้า อย่างเดียว สำโรงก็ติดรถไฟฟ้าเหมือนกัน แต่สิ่งที่ยากจะเหมือนก็คือ Signature ของการอยู่อาศัยที่แต่ละย่านในกรุงเทพฯ มีความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ถ้าพูดถึงพร้อมพงษ์ ก็จะนึกถึงย่านไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้ง ที่เพียบพร้อมด้วยโซนศูนย์การค้าที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของบ้านเรา นึกถึงชาวญี่ปุ่นที่เดินกันขวักไขว่ เห็นภาพร้านอาหาร โรงแรม 5 ดาว โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ และเมื่อเข้ามาซอยสุขุมวิท 39 ซึ่งที่ตั้งของโครงการ ก็จะเห็นทั้งคอนโดระดับไฮเอนด์เรียงเป็นทิวแถวสลับกับบ้านที่อยู่มาแต่ดั้งเดิม

ตัวโครงการนอกจากจะสามารถเดินไปรถไฟฟ้าด้วยระยะประมาณ 450 เมตรแล้ว การใช้รถก็ยังเชื่อมต่อได้ทั้งอโศกและทองหล่อได้อีก จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมตั้งแต่ต้นซอยเข้ามาถึงมีแต่คอนโดระดับ Super Luxury ที่มีขนาดห้องใหญ่ตั้งแต่ประมาณ 50 ตร.ม. ขึ้นไป ทำให้ ราคาทะลุหลักสิบไปจนถึงหลายสิบล้าน เพราะเป็นจุดใจกลางไลฟ์สไตล์ที่หาได้ยาก ก็ต้องผลักดันให้ Product มีความพรีเมียมให้มากที่สุด ห้องส่วนใหญ่จึงเป็นตัวเลือกของชาวต่างชาติ และคนที่มีงบประมาณสูงมากจนวัยทำงานจับต้องได้ยาก นี่จึงเป็นที่มาของการที่ Noble State 39 ทำห้องที่มีขนาด Compact ลงมา ในราคาเริ่มต้นประมาณ 7 ล้านกว่า หรือผ่อนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท/เดือน* ให้คนกลุ่มใหญ่วัยทำงานสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเพิ่มเติมความสะดวกสบายในการอยู่อาศัยด้วย Smart Living Design เพื่อให้เราไม่ต้องใช้ชีวิตแบบเดิมๆ นั่นเอง

เค้าโปรยกับเราว่า “Life Pattern Reconstructed – รื้อชีวิตแพทเทิร์นเดิม เริ่มใหม่ที่สุขุมวิท 39” เราได้เห็นแนวคิดนี้ที่จับต้องได้ อย่างแรกก็คือการเลือกใช้สีสันและแพทเทิร์นของที่นี่ ที่ทำให้พื้นที่ส่วนกลางแต่ละส่วนมีเอกลักษณ์ให้อารมณ์ไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นสีทองร่วมกับเขียวมะกอกในพื้นที่พักผ่อนที่ชื่อ “Olivia Lounge” ห้องสีเหลืองสดใสสำหรับห้องเกม “Mellow Space” และลวดลายแพทเทิร์นทรงกลมสลับสีขาวดำที่เอามาใช้ในห้อง Fitness แต่สิ่งที่จะมาขับสีทองด้านนอกอาคารได้ดีที่สุดก็คือ การตัดด้วยสีเขียวของต้นไม้ กว่า 1,370 ตร.ม. ทั้งบนชั้น Ground ชั้น 9 และ Rooftop floor ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Chef Table and Farm สำหรับปลูกพืช Organic ทั้งหมดนี้ดูจากรูปก็จะเห็นว่าเค้าวางไว้อย่างร่มรื่นจริงๆ แถมด้วยสระว่ายน้ำ ใต้ชั้น Rooftop ที่มีช่องแสงทรงกลมด้านบนให้เราตีกรรเชียงชมความร่มรื่นของต้นไม้ที่อยู่อีกชั้นไปด้วยได้ เอาแค่พื้นที่ส่วนกลางที่มีลักษณะเฉพาะตัวก็ทำให้ไม่น่าเบื่อแล้วครับ

นอกจากการออกแบบแล้ว อย่างที่สองที่จะเปลี่ยนแพทเทิร์นการใช้ชีวิตเราและเป็นสิ่งที่โนเบิลไม่เคยทำให้เห็นชัดเจนมาก่อนเช่นกันนั่นก็คือ Smart Home Design ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ใช้ตัวเรานี่แหละเป็นเสมือนบัตรผ่านแบบ Exclusive ตั้งแต่การขับรถเข้าโครงการโดยใช้ Plate Recognition แสกนทะเบียนรถอัตโนมัติ จะเดินเข้าเดินออก ก็ใช้การแสกนหน้า และลายนิ้วมือ แทนการใช้ Key card ได้ เข้ามาถึงในห้องก็สั่งการฟังก์ชั่นต่างๆ ภายในบ้านไม่ว่าจะเปิดปิดไฟ ผ้าม่าน ทีวี แอร์ หรือเปลี่ยนสีสันภายในห้องให้เข้ากับกิจกรรมของเราไม่ว่าจะเป็นดูหนัง เล่นโยคะ หรือจัดปาร์ตี้ (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่เราเอามาใช้) ด้วยเสียงใสๆ ของเรา ผ่านคุณสาดิจิทัลอย่าง “Google Home mini” ซึ่งโครงการจัดมาให้พร้อมกับตัว IR ควบคุมอุปกรณ์เป็นมาตรฐานกับทุกห้อง รวมไปถึงบริการ Car Sharing และ EV Charger สำหรับรถยุคใหม่อีกด้วย

นอกจากความสะดวกจากระบบต่างๆ แล้ว การออกแบบพื้นที่ภายในห้องยังสร้างความรู้สึกอยู่สบาย นอกจากความโปร่งของความสูงเพดานถึง 3 เมตร พร้อมบานเลื่อนกระจกสูงเต็มตา (สูงกว่าเพดานห้องอีก) ให้ชมวิว ได้ทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นแล้ว ประตูที่กั้นทั้งสองห้องนี้ยังเป็นบานเลื่อนทั้งหมด ทำให้พื้นที่ต่างๆ เชื่อมต่อเข้าด้วยกันง่ายขึ้น Flow มากขึ้น ซึ่งเค้านำมาใช้กับห้องทุก Type ตั้งแต่ 1Bed ขนาด 29.95-42.90 ตร.ม. 2Bed ขนาด 73.40-105.90 ตร.ม. รวมไปถึงแบบเพนต์เฮ้าส์ที่มีไม่กี่ยูนิตในโครงการครับ

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งที่ Noble State 39 ตั้งใจทำมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตในคอนโดให้สะดวกสบาย ในแพ็คเกจราคาที่จับต้องได้โดยผสมผสานความ Luxury กับ Smart Living เข้าด้วยกัน ทั้งโครงการนี่ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่กว่าและมีเพียง 352 ยูนิตเท่านั้นครับ แบ่งเป็น 2 อาคาร อาคาร Y เป็นอาคารพักอาศัยสูง 36 ชั้น มีที่จอดรถบนอาคาร 8 ชั้น และใต้ดิน 2 ชั้น ส่วนอาคาร X สูง 2 ชั้นเป็นพื้นที่ Commercial รองรับร้านค้าระดับพรีเมียมในอนาคต ส่วน ราคาเริ่มต้นที่นี่อยู่ที่ประมาณ 255,000 บาท/ตร.ม. เป็นราคาในวันนี้ แต่เมื่อโครงการแล้วเสร็จในอีก 4 ปีข้างหน้า แพ็คเกจกับห้องขนาดนี้น่าจะเป็น Rare Item ที่แทบจะหาไม่ได้แถวนี้แล้วครับ

ใครที่สนใจก็ลงทะเบียนรับส่วนลดออนไลน์อีก 50,000 บาทที่นี่ >>https://goo.gl/vhxDgC ก่อนจะไปจองรอบพิเศษในวันที่ 18 พ.ย. 61 ที่โรงแรม ดิโอกุระ เพรจทีจ ติด BTS เพลินจิตเหมือนเดิมคร้าบ

อ่ะ ถามใจตัวเองดู พร้อมรึยังที่จะมาอยู่พร้อมพงษ์

#NobleState39 #แอบดูคอนโด

ขอเปิดด้วยภาพส่วนกลางที่นี่กันก่อนครับ สระว่ายน้ำโครงการนี้เก๋มาก เป็น Semi-Outdoor ที่ทำให้คุณได้รับแสงธรรมชาติจากช่องกลมๆด้านบน เพราะงั้นเราจะตีกรรเชียงไป พร้อมกับชมต้นไม้ของสวนชั้นดาดฟ้าอีกด้วย เรียกได้ว่า facilities นี้เค้าตั้งใจสร้างด้วยคอนเซปต์ “ให้ทุกวันเป็นวันอาทิตย์” ทุกมุมของการพักผ่อน จะมีอารมณ์ ที่ต่างกัน

พื้นที่ Olivia Lounge ที่ให้เราเดินผ่านซุ้มหินอ่อนออกมาเปิดโล่งรับวิวด้านนอก

ฟิตเนสนี่เครื่องเล่นหรูอย่างเดียวไม่พอ ต้องเก๋ด้วย

สีเหลืองกับความ Active สนุกสนานเป็นของคู่กัน ซึ่งเค้าเอามาใช้กับเกมรูมที่นี่ในชื่อ “Mellow Space”

ห้องตัวอย่างห้องแรกในวันนี้เป็นห้องขนาดเริ่มต้นของทางโครงการเลยครับ คือ 29.95 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ

ห้องนี้ดูไม่แน่น หรืออึดอัดเลยใช่ไหมละครับ เพราะเค้ามีตัวช่วยอย่าง “เพดาน” ที่สูงถึง “3 เมตร” หรือ “ประตูห้อง” ที่ใช้เป็นแบบ “บานสไลด์” “กระจกระเบียง” บานใหญ่ที่สูงถึง “3.2 เมตร” เลยความสูงเพดานไปอีก นี่คือพระเอกที่ทำให้ห้องนี้ดูโปร่ง และโล่งเอามากๆ แถมโครงการยังตกแต่งผนังห้องเป็นกระจกมาให้ดูด้วยครับ เผื่อใครอยากให้ห้องดูกว้างขึ้นไปอีกก็สามารถทำตามได้ ส่วนผนังจริงที่ได้จะเป็นฉาบเรียบทาสีครับ

ในส่วนของประตูก็อุ่นใจได้กับระบบ “Digital Door Lock” ของ YALE หรือเทียบเท่าที่มีลูกเล่นเพิ่มเข้ามาคือ ระบบ “Biometrics” ที่ช่วยให้เจ้าของห้องเข้าห้องได้ง่ายๆ เพียงแค่ “สแกนลายนิ้วมือ” ถือเป็นอีกหนึ่งระบบรักษาความปลอดภัยก่อนเข้าห้อง ที่ทั้งสะดวก แล้วก็อุ่นใจได้เพราะไม่มีใครลายนิ้วมือตรงกับเราแน่นอนฮ่ะ ซึ่งนอกจากลายนิ้วมือแล้ว ทั้ง Key card, รหัส และกุญแจ ก็ยังใช้ได้หมด ยืดหยุ่นมากๆ

หันกลับมาดูพื้นที่ส่วนแรกที่เราต้องเจอก่อนเข้าห้อง นั่นก็คือ “ห้องครัว” ซึ่งทางโครงการเค้าจัด “ชุดครัวบิวท์อิน” มาให้…สีขาวเรียบหรู ดูสะอาดสะอ้านแบบนี้เลย

แต่ถึงอย่างไร ครัวก็ต้องเป็นครัวอยู่วันยันค่ำ ถึงคราวที่ต้องโชว์ฝีไม้ลายมือ ก็คงต้องมีกระเด็นเลอะเทอะกันบ้าง โครงการเค้าก็ทำ Back Splash กระจกมาให้เรียบร้อย ส่วน Top ครัวเป็นหินสังเคราะห์ หน้าบานทั้งหมดก็เป็นแบบ High Gloss เช็ดล้างทำความสะอาดง่าย ครัวสวยๆ จะได้ไม่หมองไวครับ…..สำหรับชุดครัวนี้โครงการเค้าให้ทั้ง “เตาไฟฟ้า” “เตาไมโครเวฟ” สวยงามน่าใช้จาก Kuppersbusch และฮูทดูดควันจาก TEKA คร้าบบ

ส่วนตู้เย็นก็ใช่ครับ เดาถูกแล้ว ซ่อนอยู่ด้านข้างนั่นเอง ตู้เย็นเค้าบิวท์อินมาให้แบบนี้เลย จะได้ไม่ต้องย้ายไปย้ายมา หรือเอาออกมาวางด้านนอกให้เกะกะพื้นที่ห้อง ทั้งเคาน์เตอร์ครัว และชั้นเก็บของด้านบนตู้เย็นก็ทำมาให้สูงจรดเพดานเลย แบบนี้ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ ของอะไรที่นานๆ ใช้ทีก็ปีนขึ้นไปเก็บทีเดียว จะได้ไม่รกห้องด้วย

ที่เก็บของเต็มไปหมดเลยดูซิ

ส่วนอีกฝั่งก็เป็น “ตู้รองเท้า” “สูงจรดเพดาน” เช่นกัน แบบนี้ใครที่มีร้องเท้าเยอะหน่อยก็หมดห่วง จุได้เยอะแยะ แต่คู่ไหนเหม็นหน่อยเอาไปไว้บนๆ นะ ตอนเปิดมาซักผ้าจะได้ไม่เป็นลม ฮ่าๆ

ถัดมาในส่วนของ “ห้องนั่งเล่น” ตรงนี้เหลือพื้นที่พอให้จัดวางโต๊ะทานข้าวพร้อมเก้าอี้ ถ้าจัดสำหรับสองที่ก็จะไม่อึดอัด ลุกนั่งสบาย ทำอาหารเสร็จ ก็พร้อมเสิร์ฟกันเลยใกล้ๆ ถึงเวลาต้องเก็บจาน เช็ดล้างทำความสะอาดก็สะดวกครับ

ส่วนพื้นจะเป็นพรีเมียมลามิเนตที่ดูเหมือนเป็นลายไม้จริงๆ เลยครับ ห้องนี้เลยให้ความรู้สึก Homey ขึ้นไปอีก

โครงการเน้นพื้นที่การใช้งานในห้องด้วยฟังก์ชั่น “Flow and Fluid” คือให้คนอยู่รู้สึกสบาย สามารถเดินเข้าออกภายในห้องได้แบบไหลลื่น ด้วยการทำประตูแบบ “บานสไลด์” จะเข้าประตูซ้าย ไปออกประตูขวา เปิดออกสองบานพร้อมกัน ก็ยิ่งทำให้ห้องดูโปร่ง แล้วก็กว้างมากขึ้นด้วย ถ้าหาประตูจากรูปนี้ไม่เจอ จะใบ้ให้ว่ามันคือทางด้านซ้ายและขวาของทีวี พอเปิดออกก็จะไปซ่อนอยู่ด้านหลังทีวีครับ

เช่นเดียวกับ “ห้องน้ำ” ที่สามารถเข้าได้ทั้งจากห้องนั่งเล่น และในห้องนอน ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับเจ้าของห้องได้ เวลามีแขกมาเยือนครับ

เข้ามาดูใน “ห้องนอน” กับเตียงขนาด 5 ฟุตที่วางไว้ ถึงแม้ว่าจะเหลือพื้นที่ปลายเตียงไม่มาก แต่ความสูงของเพดานและกระจกบานใหญ่ด้านข้าง ช่วยทำให้ห้องดูโปร่งมากขึ้น แถมด้านข้างตรงนี้ก็เป็นระเบียงที่ทอดยาวไปถึงห้องนั่งเล่นด้วย วันไหนอากาศดีๆ ลองเปิดประตู เปิดกระจกทุกบานดูสิครับ ต้องมี ว้าว! กับความโฟลวของลมกันบ้างแหล

เผื่อใครที่ชอบอ่านหนังสือ เคลียร์งานผ่าน ipad หรือนอนดูคลิป VATANIKA ก่อนนอน ก็วางโคมไฟไว้ข้างๆ ได้เลย จะได้ช่วยถนอมสายตาด้วยครับ

สำหรับ “ตู้เสื้อผ้า” โครงการก็บิวท์อินมาให้เรียบร้อย หน้าบานกระจกอะคริลิคขอบอลูมิเนียมแบบนี้เลย สูงจรดเพดานอีกเช่นกันครับ สาวๆ แขวนเดรสยาวๆ ได้สบาย แต่ตู้จริงบานข้างจะแตกต่างจากนี้นิดหน่อย เป็นบานทึบแทนครับ

แอร์ที่นี่ฝังฝ้ามาให้ทุกห้องแบบนี้เลยนะครับ

“ห้องน้ำ” ที่กั้นฉากเปียกแห้งให้แบบนี้ก็ดูดีและเป็นสัดส่วน โดยพื้นจะเป็นกระเบื้องลายหินอ่อน สุขภัณฑ์ทั้งหมดเป็นของ “TOTO” ได้ Rain Shower มาเพิ่มสุนทรียะในการอาบน้ำให้ด้วย

โถสุขภัณฑ์เป็นแบบ Washlet ฝังไปกับผนังแบบนี้เลย อารมณ์เหมือนห้องน้ำที่ The Emquatier

กระจกห้องน้ำก็ได้บานใหญ่สะใจ ซ่อนไฟไว้ให้เรียบร้อย อ่างล้างมือเป็นแบบฝังครึ่งเก๋ๆ ส่วน Top ตรงเคาน์เตอร์จะเป็นลายหินอ่อนครับ

ถัดมาเป็นห้องตัวอย่างขนาด 41.5 ตารางเมตร เป็นห้อง 1Bedroom ขนาดใหญ่ ห้องนี้ก็ยิ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น อยู่สบายขึ้นไปอีก กับโต๊ะอาหารที่สามารถจัดวางโต๊ะขนาดใหญ่และเพิ่มที่นั่งได้มากขึ้น ห้องนั่งเล่นที่วางโซฟาตัวโปรด หรือเก้าอี้นุ่มๆ เสริมเข้าไปได้ จะจัดปาร์ตี้ หรือจะ Movie Time พื้นที่ตรงนี้ก็ตอบโจทย์เลยครับ

ผนังด้านข้างสามารถบิวท์อินชั้นวางของเก๋ๆ แบบนี้ได้เลย จะตั้งโชว์รูปสวยๆ ถ้วยรางวัลเจ๋งๆ วางกุญแจ หรือตกแต่งด้วยดอกไม้ เทียนหอม ก็ได้ หรือใครชอบความโล่งจะจัดงานศิลป์ติดผนังใหญ่ๆ หรือทำเป็นหินอ่อนตกแต่งเพิ่มความหรูก็ดูดีนะ

ถึงจะไม่ใช่ครัวปิด แต่เราก็จะได้ส่วน Living ทั้งส่วนพักผ่อน ทานข้าว และครัวเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ ส่วนชุดครัวก็จะได้แบบเดียวกับห้องแรกเลยคร้าบ

ประตูเป็นบานสไลด์ เวลาเปิด-ปิดไม่กินพื้นที่ส่วนอื่น ที่ทำให้ทุกการเชื่อมต่อในห้องดู Flow มากขึ้น

ห้องนอนจะใช้เป็นทีวีติดผนัง หรือทำชั้นวางก็ยังได้ครับ หน้าต่างเต็มบาน เจอมุมนี้เข้าไป ไม่อยากลุกจากเตียงกันเลย

ในห้องนอนทำเป็น Walk in closet ให้ด้วย บิวท์อินตู้เสื้อผ้ามาให้ทั้งสองฝั่ง ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัวกันให้เสร็จเรียบร้อยในห้องนี้ได้ ทั้งส่วนตัว แล้วก็สะดวกมากๆ ครับ ส่วนกระจกที่เป็น Sexy Bath ตรงนั้นโครงการไม่ได้ทำไว้ให้นะฮ่ะ

พร้อมจัดมุมโต๊ะเครื่องแป้งมาให้ แต่งหน้าทำผมกัน สวยเสร็จ จบในห้องเดียวสะดวกดีครับ ส่วนด้านข้างจะเป็นตู้เก็บของ เก็บรองเท้าได้ และด้านล่างก็เอาไว้วางเครื่องสักผ้าครับ

และสุดท้ายท้ายสุดกับระบบ Smart Home ผ่าน “Google Home Mini” (หรือเทียบเท่า) เห็นจิ๋วๆ แบบนี้ไม่ใช่ลำโพงนะ แต่เป็นผู้ช่วยสุดชาญฉลาดที่เราสั่งงานด้วยเสียงได้ โครงการเค้าจัดไว้ให้ในทุกๆ ยูนิต กลับมาเหนื่อยๆ ก็ไม่ต้องเดินไล่เปิดแอร์ เปิดไฟ เปิดม่าน สามารถสั่งเปลี่ยนสีไฟในห้องเป็นซีนต่างๆ ได้เช่น เมื่อกลับมาถึงห้องแล้วพูดแค่ว่า I’m Home! เจ้าเครื่องนี้ก็จะทำการเปิดไฟ เปิดแอร์ แล้วก็เปิดม่าน พร้อมเสียงเพลง ที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย Feel like Home ยังไงละครับ ซึ่งนอกจากตัวเครื่องนี้แล้วโครงการเค้าแถม IR สำหรับควบคุมอุปกรณ์ต่างๆมาให้อีกชิ้นนึง ส่วนที่เหลือที่เราต้องทำก็คือการหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รองรับระบบสมาร์ทโฮมมาเชื่อมต่อกัน อันนี้ก็แล้วแต่สไตล์และความต้องการของแต่ละคนครับ

และทั้งหมดนี้ก็คือภาพรวมโครงการ Noble State 39 ที่แอบดูคอนโดนำมาให้ชมกันครับ อย่างที่บอกไปว่านี่เป็นโอกาสดีมากๆ สำหรับวัยทำงานที่อยากได้ไลฟ์สไตล์ของพร้อมพงษ์ในราคาที่สมเหตุสมผล บนขนาดห้องที่พอเหมาะ อยู่ได้สบายด้วยการออกแบบและเทคโนโลยีที่เค้าจัดมาให้เฉพาะที่นี่ครับ ใครที่สนใจก็ลงทะเบียนออนไลน์รับส่วนลดพิเศษกันได้จนถึง 15 พ.ย. นี้ที่นี่ >> >>https://goo.gl/vhxDgC ก่อนที่เค้าจะเปิดพรีเซลล์ในวันที่ 18 พ.ย. 61 ที่โรงแรม ดิโอกุระ เพรจทีจ ติด BTS เพลินจิตคร้าบ

ติดตามเราได้ที่ : facebook

ติดต่อสอบถาม : Contact