Siamese Exclusive Ratchada ปลอดภัยจาก PM 2.5 ชิด MRT รัชดาเพียง 90 เมตร

วันนี้จะพาไปชมอีกหนึ่งโครงการใหม่ที่ใกล้รถไฟฟ้าสุดๆ นั่นก็คือ Siamese Exclusive Ratchada ที่อยู่ใกล้กับ MRT รัชดาภิเษกเพียง 90 เมตรครับ ถนนรัชดาภิเษกนี้เป็นแหล่งธุรกิจ เต็มไปด้วยห้างร้าน และบริษัทต่างๆ รวมไปถึงโครงการพักอาศัยหลากหลายเรียงรายอยู่คู่กัน แต่ช่วงที่ผ่านมาเรามักได้ยินเค้าพูดถึงความเป็นแหล่งธุรกิจใหม่บริเวณแยกพระราม 9 กันซะเยอะ ว่าเป็นจุดไข่แดงศูนย์กลางการค้า ธุรกิจ Lifestyle และที่อยู่อาศัยรวมกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง บางคนก็ชอบที่อยู่ติดความเจริญ แต่บางคนก็รู้สึกว่าการไปอยู่ตรงนั้นมันก็วุ่นวาย ถ้าเราลองเดินทางตามแนวเส้นรัชดาภิเษกขาออก ก็จะไปบรรจบกับถนนลาดพร้าวตรงแยก “รัชดา-ลาดพร้าว” บริเวณใกล้กับที่ตั้งโครงการ แถวนี้ก็จะได้ความสงบและปลอดโปร่งมากขึ้น แต่ยังได้ความสะดวกในการเดินทาง มีตัวเลือกขึ้นรถไฟฟ้าได้หลากหลาย เพราะใกล้กับ MRT สายสีเหลืองสถานีต้นทางที่จะวิ่งไปตามแนวถนนลาดพร้าวนั่นเอง

จากบริเวณที่ตั้งโครงการนี้ แทบจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง MRT สวนจตุจักร และพระราม 9 ในระยะเพียงแค่ช่วง 4 สถานี ใช้เวลา ไม่กี่อึดใจก็ไปใช้ชีวิตได้หลากหลายเลยนะครับ ถ้ามุ่งหน้าบางซื่อ 1 สถานีถึงสวนลุมไนท์บาซาร์, 2 สถานีถึงยูเนียนมอลล์ และเซ็นทรัลลาดพร้าว หรือจะไปต่อ BTS ก็ไปขึ้นง่ายๆ ที่สถานีสวนจตุจักร ถ้ามุ่งหน้าไปอีกฝั่งก็เจอทั้ง The Street ที่เปิดตลอด 24 ชม.  Esplanade รัชดาและตลาดนัดรถไฟรัชดาซึ่งคึกคักตลอดทั้งคืน และเพียงแค่ 4 สถานี ก็ถึงพระราม 9 ที่มีทั้งเซ็นทรัล ฟอร์จูน อาคาร G Tower, Unilever ถือว่าการเดินทางสะดวกมากจริงๆ ส่วนใครใช้รถก็สามารถขับจากเส้นนี้เชื่อมต่อไปยังเส้นลาดพร้าว วิภาวดี ออกพระราม 9 วิ่งเข้าอโศกและสุขุมวิทได้ไม่ยากครับ

ถ้าใครยังจำได้ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว Siamese Asset ได้เปิดตัวโครงการ The Collection คอนโดเรือธงตัวท้อปที่สุดเท่าที่เคยทำมา ซึ่งแอบดูคอนโดได้เขียนและพาชมห้องแบบ VDO เอาไว้ด้วย สิ่งที่แว่นชอบมากๆ ไม่ใช่ความหรูหราที่เค้าใส่เข้ามา แต่เป็นเทคโนโลยีที่เรียกสั้นๆ ว่า Siamese Tech. ที่เค้าเอามาใช้เพื่อตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นระบบกรองอากาศที่หมดห่วงเรื่อง PM 2.5 กระจกกันความร้อนแบบ Low E ช่วยให้ภายในเย็นสบาย ลดการใช้พลังงานภายในอาคาร มีความทนทานต่อรอยขีดข่วน ผนังที่มีคุณสมบัติดูดซับเสียง ทำให้สามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ และประตูที่มาพร้อม Door seal ลิ้นประตูด้านใต้ที่ปล่อยอัตโนมัติเวลาปิดประตู ช่วยทั้งกันเสียง ฝุ่น และแมลงด้วย รวมไปถึงการจัดการกลิ่นท่อระบายน้ำให้อยู่หมัดด้วยการแยกท่อน้ำทิ้งจากชักโครกออกจากระบบท่อน้ำทิ้งอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากลิ่นย้อนกลับมา ทั้งหมดที่ต้องพูดให้ฟังนี่เพราะเค้ายกมาใส่ใน Siamese Exclusive Ratchada ด้วยหมดเลยครับ ก็น่าดีใจแทนคนที่ซื้อโครงการนี้ที่จะได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการอยู่อาศัยแบบเดียวกับคอนโดที่ดีที่สุดของเค้าเลย

พูดถึงภาพรวมโครงการสักนิด โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 2 ไร่กว่า มีทั้งหมด 4 อาคาร ได้แก่อาคาร A สูง 4 ชั้น, อาคาร B สูง 7 ชั้น 2 อาคารนี้มีไว้สำหรับรองรับการบริการให้แก่อาคารพักอาศัยหลักนั่นก็คืออาคาร C สูง 37 ชั้น รวมห้องพัก 560 ยูนิต และสุดท้ายอาคาร D สูง 10 ชั้นพร้อมชั้นใต้ดิน 5 ชั้น เป็นอาคารจอดรถอัตโนมัติ รวม 264 ช่องจอดครับ รูปแบบอาคารนี้เค้าแบ่งโซนกันเป็น Low Zone และ High Zone ขอเริ่มจาก Low Zone ชั้น 2-19 เป็นรูปแบบ Residence หรือคอนโดที่เราๆ ซื้อเพื่ออยู่อาศัยที่เคยเห็นทั่วไปนี่แหละ กับ High Zone ชั้น 20-36 เค้าทำเป็น Service Residence หมายถึงมีการบริหารจัดการเหมือนแบบโรงแรม คนที่ซื้อในโซนนี้ก็คือซื้อเพื่อการลงทุนรับผลตอบแทนจากการเอาห้องไปปล่อยเช่าแบ่งกันกับเค้านั่นเองครับ แต่ถ้าใครอยากอยู่ชั้นสูงจะซื้อเพื่ออยู่เองก็ได้นะฮะ แต่ต้องไปคุยเรื่องข้อกำหนดบางอย่างเช่นต้องจ่ายค่าส่วนกลางเพิ่มมากขึ้น ที่เค้าทำแบบนี้เพื่อเป็นการแยกส่วน facilities บางอย่างที่ลูกบ้านอาจจะไม่ได้ใช้เป็นประจำ เช่น สระว่ายน้ำ ให้ไปอยู่กับ Service Residence ทำให้ลดค่าส่วนกลางที่ต้องจ่ายลง แต่ก็ยังเสียค่าบริการใช้เป็นรายครั้งได้ครับ

มาดูถึงยูนิตที่นี่กันบ้าง ที่นี่มีห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 31, 35 และ 36 ตร.ม. รวม 420 ยูนิต และห้อง 2 Bedroom ขนาด 50, 54 และ 57 ตร.ม. รวม 140 ยูนิต ห้องปรกติจะมีเพดานสูง 2.85 ม. แต่มีความพิเศษคือจะมีเฉพาะชั้น 16-26 ที่มีเพดานแบบ Double Space สูงถึง 4.5 ม. กันไปเลย ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกของลูกบ้านจะแบ่งกันแบบนี้ครับ

  • Residence Zone มีบริการ Concierge service, Lobby Lounge, Meeting room และฟิตเนส
  • Service Residence Zone มีบริการดูแลระดับโรงแรม, แม่บ้านทำความสะอาด, Room Service, Free wifi และ Cable TV, ฟิตเนสและสระว่ายน้ำที่ชั้น 37, Lounge และ Meeting Room

สุดท้ายนี้หลายคนคงจะสงสัยแล้วว่า ราคาล่ะจะเป็นยังไงบ้าง อยากบอกว่าถ้าเห็นชื่อ Siamese Asset ก็คาดหวังได้เลยว่าราคาจะต้องสมเหตุสมผล และหลายๆ ที่ก็จะตั้งต่ำกว่าตัวเลือกอื่นๆ ในระดับใกล้เคียงกันด้วย ที่นี่ราคาเริ่มต้นในช่วงพรีเซลล์แค่ 3.3 ล้านบาทเท่านั้น (เฉลี่ยทั้งโครงการประมาณ 140,000 บาท/ตร.ม.) เอาเป็นว่าใครที่สนใจก็ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิก่อนใครได้ที่นี่>>   http://bit.ly/2GSUKLU  แล้วตามไปดูภาพห้องตัวอย่างของโครงการพร้อมๆ กันได้เลยคร้าบ

ภาพตัวอย่างตัวตึกโครงการครับ โครงการหันหน้าไปทางถนนรัชดา ซึ่งเป็นทิศตะวันตก อีกฝั่งที่เป็นโซนด้านหลังหันหน้าทิศตะวันออก ทั้ง 2 ทางนี้จริงๆ แล้วก็ค่อนข้างโล่งครับ มีแค่อาคาร Olympia ซึ่งอยู่เยื้องไปข้างหลังนิดนึงเท่านั้น

เริ่มกันที่ห้องแรกแบบ 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. ก่อนเลยคร้าบ

สำหรับห้องนี้จะได้เป็นครัวเปิด ซึ่งเป็นส่วนแรกที่เราต้องเจอเมื่อเข้าห้องมาเลยครับ เคาน์เตอร์ครัวที่เค้าให้มาก็ขนาดกำลังพอดี Top เป็นหินสังเคราะห์ ที่พอแว่นเอาตาตี่ๆ เข้าไปมองใกล้ๆ แล้วรู้สึกเหมือนพื้นผิวแอบมี Glitter ระยิบวิบวับอยู่ด้วย ทำให้ครัวดูมีอะไรมากขึ้น พร้อมความหรูแฝงไว้ด้วย ส่วนตู้หน้าบานจะเป็นลามิเนตเปิด/ปิด แบบ Soft Close ทั้งหมดครับ

ห้องนี้ได้เตาไฟฟ้า 2 หัวจาก TEKA รวมไปถึงฮูทดูดควันก็จาก TEKA เช่นเดียวกันครับ

ทั้งซิงค์ล้างจานและก๊อกน้ำก็ได้ของ TEKA ครับ ด้านหลังทำ Back Splash ที่เป็นพื้นผิวเดียวกับ Top ครัวไว้ให้แล้ว ช่วยให้เช็คล้างทำความสะอาดง่ายขึ้น

ลืมบอกไปว่าบริเวณหน้าประตูทางเข้าจะมีตู้เก็บของมาให้ด้วย คล้ายๆ กับโครงการ The Collection ที่แว่นเคยพาไปแอบดูมาก่อนหน้านี้ ซึ่งถ้าใครมีร่มคันใหญ่ก็สามารถเอาออกมาเก็บในนี้ได้เลย ไม่ต้องไปวางให้เกะกะในห้องด้วยครับ

สวิตช์ไฟที่นี่ก็จะได้แบบนี้เลย เรียบๆ แต่ดูเก๋ดีครับ

ถัดมาจะเห็นว่าโครงการทำช่องสำหรับจัดวางตู้เย็นไว้ให้เรียบร้อย ซึ่งทำแบบนี้ก็ดูเข้าที่เข้าทาง ดูเป็นระเบียบดีครับ ก่อนซื้อก็ลองวัดขนาดพื้นที่ให้ดี จะได้เลือกซื้อขนาดได้ถูกต้องครับ ส่วนด้านบนสุดจะเป็นตู้เก็บของ เอาไว้เก็บของกระจุกกระจิกที่นานๆ หยิบทีก็ได้ครับ เพราะอยู่ค่อนข้างสูงจรดเพดานเลยทีเดียว ซึ่งระยะความสูงเพดานที่นี่ก็ยู่ที่ 2.85 เมตรครับ

มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับครัว นั่งกัน 1-2 คนกำลังสบายๆ ครับ แต่ถ้าใครอยากให้ห้องดูโล่งขึ้นลองเลือกซื้อโต๊ะแบบพับเก็บได้ ก็จะช่วยประหยัดพื้นที่ไปอีกแบบ

มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทานข้าวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับครัว นั่งกัน 1-2 คนกำลังสบายๆ ครับ แต่ถ้าใครอยากให้ห้องดูโล่งขึ้นลองเลือกซื้อโต๊ะแบบพับเก็บได้ ก็จะช่วยประหยัดพื้นที่ไปอีกแบบ

เปลี่ยนจากโต๊ะกาแฟตรงนี้ ไปบิวท์อินชั้นวางของเพิ่มแทน ก็น่าจะทำให้ห้องดูโล่ง เดินสบายขึ้นอีก ส่วนพื้นที่นี่เป็นพื้นไม้เอ็นจิเนียร์ครับ

และริมสุดเป็นระเบียงเล็กๆ เอาไว้วางเครื่องซักผ้า ตั้งคอมเพรสเซอร์แอร์ หรือติดหม้อต้มน้ำร้อนเองได้เลยเพราะทางโครงการเค้าเดินระบบน้ำร้อน/เย็นไว้ให้แล้ว ตรงนี้อาจจะไม่ได้มีพื้นที่ให้ออกไปทำกิจกรรมนอกระเบียงได้มาก อาศัยว่าได้แสงเข้าจากกระจกบานใหญ่ และเปิดประตูหน้าต่างเพื่อรับลมแทนนะครับ เอ้อ..และกระจกนี่เค้าเป็นแบบ Low E ที่ช่วยลดความร้อนด้วยครับ

เข้าไปด้านในจะเป็นห้องนอนที่ค่อนข้างกว้างทีเดียวครับโดยจะกั้นห้องด้วยประตูกระจกใสแบบบานเลื่อนสามตอน เฟรมสีทอง กระจกให้ใหญ่จุใจแบบเต็มบานมาพร้อมบานกระทุ้ง ให้เปิดรับลมธรรมชาติด้านนอกได้ด้วยครับ

บานเลื่อนนี้สามารถเปิดได้ทั้งสองฝั่งเลย ทำให้การจัดห้องดูไม่จำเจนะครับ ปรับซ้ายออกขวา ปรับขวาเข้าซ้าย ได้ตามสะดวก รางติดไว้ด้านบนเรียบร้อยไม่มีอะไรต้องมากระแทกเท้าเราเวลารีบๆ (แว่นสะดุดบ่อย เข้าใจตรงนี้ดีครับ ฮ่าๆ) และไม่ต้องคอยเช็ด ถู ทำความสะอาดฝุ่นที่ชอบไปติดตามซอกรางด้วยครับ

และแถมยังไม่ต้องซื้อทีวีมาติดในห้องนอนเพิ่มอีกเครื่องให้เปลืองเงิน แค่เลื่อนประตูเปิดแล้วคุณหม่าม๊าก็จะสามารถนอนดูหนังกับคุณปะป๊าได้อย่างสบายใจบน VIP Seat แล้วครับ

แอร์จะได้แบบฝังฝ้า ส่วนตู้เสื้อผ้าก็จะได้หน้าตาแบบนี้เลยครับ เป็นตู้กระจกสีชาใสๆ เปิดปุ๊บไฟติดปั๊บ แต่ถ้าทำรกปุ๊บก็ระวังแฟนบ่นปั๊บได้เหมือนกันนะครับ ฮ่าๆ

หน้าห้องน้ำยังมีที่ให้วางโต๊ะเครื่องแป้งได้ด้วยครับ อาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัว สวยหล่อกันให้เสร็จตรงจุดนี้ได้เลย

โถสุขภัณฑ์เป็น TOTO Washlet ครับ ส่วนกระเบื้องนำเข้าจากอิตาลีได้สีตามนี้เลยครับ

36 ตร.ม. ก็มีอ่างอาบน้ำได้นะครับ ทำเป็นเล่นไป จะได้เอาไว้เปลี่ยนบรรยากาศการอาบน้ำนั่งบ้าง ยืนบ้าง อาบน้ำแร่ แช่น้ำนมกันไปตามสะดวก

ทั้งก๊อกน้ำและฝักบัวจะเป็นของ GROHE ทั้งหมดครับ ตรงนี้เก๋มากแว่นชอบเลย มีฟังก์ชั่นการทำงานให้เลือกกดได้แบบนี้สะดวกดีฮะ

อย่างที่บอกว่าทางไซมิสเค้ามีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในโครงการเพื่อให้ลูกบ้านได้ใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ระบบ Home Automation จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้ ช่วยให้เราสามารถควบคุมระบบภายในห้องได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว มีทั้งระบบ SECURITY/ DOOR SENSOR/ SMART ALARM/ SMART TOUCH SWITCH LIGHT CONTROL DIMMER และ DIGITAL DOOR LOCK ด้วยครับ

ดังนั้นสำหรับห้อง 1 Bedroom ขนาด 36 ตร.ม. นี้ แว่นว่าจะโสดหรือมีคู่ก็อยู่สบายครับ ทั้งเคาน์เตอร์ครัวที่ให้มาแบบทำอาหารได้จริง ต้ม ผัด หั่น สับ ล้างจาน เก็บเครื่องปรุง เค้ามีพื้นที่และตู้เก็บของให้ใช้สอยได้แบบพอดีๆ ที่นั่งทานข้าวก็จัดเข้ามุมใกล้ๆ ครัวได้เลย ห้องนั่งเล่น สามารถเชื่อมต่อกับห้องนอนได้แบบไม่มีสะดุด ซึ่งถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็แค่ติดม่านเข้าไปก็แยกส่วนการใช้งานได้ชัดเจนแล้วครับ บานกระจกของทั้งสองห้องช่วยทำให้แสงเข้าห้องได้ แถมยังช่วยให้ห้องดูโปร่งมากขึ้นด้วยครับ

จุใจกับ 1 ห้องนอนกันไปแล้ว ทีนี้ลองมาดูห้องแบบ 2 Bedroom ขนาด 57 ตร.ม. กันบ้างครับ ห้องนี้จัดวาง Layout มาดีทีเดียวครับ (แว่นชอบเป็นการส่วนตัว) คือมันค่อนข้างชัดเจนในแต่ละส่วนการใช้งาน ให้อารมณ์พอๆ กับอยู่บ้านเลย น่าอยู่แค่ไหนตามไปดูกันต่อเลยครับ

เมื่อเก็บร่ม เก็บของใช้กันที่ตู้ด้านนอกเรียบร้อย เข้ามาข้างในก็จะเจอกับเคาน์เตอร์ครัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นครับ ห้องนี้ก็จะได้เตาไฟฟ้า 4 หัว Top ครัวหินสังเคราะห์ พร้อม Back Splash, Hood ก๊อกน้ำ ซิงค์ล้างจานจาก TEKA ได้ตามนี้เหมือนห้องแรกหมดครับ เพียงแต่ห้องนี้ครัวจะมาแบบขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ พร้อมหน้าบานไฮกลอส และเครื่องซักผ้าถูกวางไว้รวมกันอยู่บริเวณนี้เลย ส่วนด้านข้างก็จะมีช่องไว้ให้จับตู้เย็นตู้ใหญ่ใส่เข้าไปให้ห้องดูเป็นระเบียบได้เลยครับ

ถัดเข้ามาในสุดจะเป็นมุมทำงานที่ได้ความเป็นส่วนตัวอยู่พอสมควร จะทำงานบ้าง แอบดู Netflix บ้างก็ไม่น่าจะมีใครจับได้ ฮ่าๆ

ตัวห้องจะถูกแบ่งซ้ายขวาชัดเจน โดยมีพื้นที่ส่วนรวมตรงกลางคือส่วนทานข้าวกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น ซึ่งตรงนี้สามารถวางโต๊ะทานข้าวได้ 4 ที่นั่งแบบสบายๆ ครับ วันไหนมีแขกมาก็เพิ่มที่นั่งหัวโต๊ะอีกสักที่ สองที่

แว่นขอพาเดินเข้าไปดูห้องนอน Master ก่อนละกันครับ หน้าห้องนอน Master นี้จะมีห้องน้ำอยู่ด้านหน้าหนึ่งห้อง เอาไว้ให้คนที่อยู่ห้องนอนเล็ก หรือแขกที่มาเยี่ยมเยียนได้ใช้กันแบบสะดวก มีที่อาบน้ำไว้ให้แล้วด้วยครับ

โถสุขภัณฑ์ลอยอยู่แบบนี้สวยดีเนอะ

ห้องนี้เมื่อวางเตียงเข้าไปก็ยังสามารถเดินได้ทั้งสองฝั่งเตียงครับ ปลายเตียงมีที่พอให้ติดทีวี หรือบิวท์อินชั้นวางของชั้นวางหนังสือได้ด้วย มีการบังรางม่านให้แล้วสวยงาม

และเนื่องจากห้องนี้ได้กระจกเข้ามุมด้วย ทำให้ด้านบนยังมีแสงส่องเข้ามาให้ห้องได้อีก ส่วนสู้เสื้อผ้าก็บิวท์อินมาให้ หน้าบานได้เป็นกระจกแบบนี้เลยครับ และมีห้องน้ำในตัวด้วยนะครับ มาพร้อมอ่างอาบน้ำเช่นเดียวกัน

ห้องนอนเล็กจะอยู่โซนเดียวกับพื้นที่ห้องนั่งเล่น

ได้กระจกบานใหญ่เช่นเดียวกันนะครับ ตอนกลางวันแทบจะไม่ต้องเปิดไฟเลย

สำหรับห้องนอนเล็ก สามารถใส่เตียงขนาด 5 ฟุตได้อยู่ครับ

แต่ก็จะพอดีๆ หน่อย เพราะตู้เสื้อผ้าโครงการเค้าก็บิวท์อินมาให้แล้ว หน้าบานเป็นกระจก ใช้วิธีกดเพื่อเปิดตู้ และติดไฟไว้ด้านในให้เรียบร้อยครับ ห้องนี้ได้กระจกแบบเข้ามุมเช่นกัน แบบนี้ทำให้ห้องไม่ดูแน่นเกินไปด้วยครับ

ดังนั้นที่แว่นบอกว่ารู้สึกชอบห้องนี้ เพราะเค้ามีการแบ่งพื้นที่ใช้สอยแต่ละส่วนชัดเจน พอเข้าไปอยู่ในห้องนอนก็จะได้ความเป็นส่วนตัว แยกกันซ้ายขวา แต่ก็มีพื้นที่ด้านนอกให้ได้ออกมาใช้เวลาร่วมกัน ทำกับข้าวเสร็จยกเสิร์ฟ ตกดึกก็มานั่งกอดกันดูนั่งดูละคร มีมุมให้นั่งเขียนงาน คิดงานได้ เพื่อนมาเยี่ยม แม่มาหาก็จัดเตรียมห้องนอนแยกไว้ให้ได้เลยทันที ทำให้การใช้ชีวิตในหนึ่งวัน ดูง่าย และอยู่สบายดีครับ

ก่อนจะจากกันแอบแปะภาพถนนหน้าโครงการมาให้ดูกันครับ เส้นนี้คือถนนรัชดา ขับไปอีกนิดเดียวก็จะเจอแยกรัชดาลาดพร้าว ซึ่งสามารถเชื่อมไปยังถนนลาดพร้าว และไปเชื่อมต่อได้อีกหลายเส้นทาง จะไปเซ็นทรัลลาดพร้าว ยูเนี่ยนมอลล์ ก็ง่ายนิดเดียว เดินเล่นสวนลุมไนท์บาร์ซาร์ก็ใกล้ๆ ที่สำคัญคือเดินชิวๆ ไป MRT รัชดาภิเษกได้ไม่ถึง 5 นาทีเลยครับ

และทั้งหมดนี้คือภาพรวมโครงการและห้องตัวอย่างโครงการ “Siamese Exclusive Ratchada” ที่แว่นเอามาฝากทุกคน ถูกใจใครก็ลองเข้าไปชมห้องตัวอย่างกันได้นะครับ แล้วก็ต้องรีบตัดสินใจกันหน่อยเพราะช่วงพรีเซลล์ที่เค้าให้จองสิทธิเลือกห้องนี้จะเป็นช่วงที่ราคาดีที่สุดแล้วครับ สำหรับใครที่ใช้ MRT เป็นหลัก และไม่อยากอยู่ในโซนที่วุ่นวายเกินไป โครงการนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกโครงการนึงเลยครับ

ติดตามเราได้ที่ : facebook ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้