Supalai Loft ประชาธิปก-วงเวียนใหญ่ มุมมองใหม่ ในทำเลที่คุ้นเคย

ตั้งแต่เป็นมนุษย์เมืองกรุงมาหลายปี ก็พบว่า กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของเรา เป็นที่สุดแห่งความหลากหลายจริงๆ ว่ามั้ยครับ เข้าไปใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นสยาม หรือสุขุมวิทตอนต้น ก็พบกับความวุ่นวาย ตึกสูงระฟ้า และบรรดาผู้คน พอขยับมาสักนิดโซนเยาวราชก็เต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ ท่ามกลางแสงสีอันโดดเด่นของป้ายร้านสองข้างทางที่เป็นเอกลักษณ์ยามค่ำคืน ยังไม่นับพื้นที่วัฒนธรรมอย่างวัดวาอาราม เช่น วัดพระแก้วที่อยู่คู่เมืองมาตั้งแต่สมัยสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เห็นมั้ยครับว่าทุกครั้งที่เราก้าวไปข้างหน้า สร้างสิ่งปลูกสร้างอะไรใหม่ๆ เราก็ไม่สามารถลืมและละทิ้งสิ่งที่อยู่คู่เรามานานไปได้เช่นกัน นี่จึงเป็นที่มาของแผนพัฒนาโครงการกรุงเทพ 250 ในวาระครบรอบ 250 ปี ของกรุงเทพฯ ในปี 2575 เพื่อฟื้นฟูย่านเมืองเก่าที่ทรงคุณค่าให้อยู่กลมกลืนกับการพัฒนาไปข้างหน้า เพื่อให้เป็นพื้นที่น่าอยู่ สมกับเป็นมหานครระดับโลกครับ

พื้นที่นำร่องที่น่าสนใจของโครงการนี้ เป็นตัวแทนย่านเก่าประเภทประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมที่มีศักยภาพสูงสุด เพราะเป็นย่านเก่าแก่ มีมรดกทางวัฒนธรรมอยู่มาก ผู้คนในพื้นที่ใส่ใจและร่วมมือกันในการฟื้นฟูพื้นที่ และยังตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา นั่นก็คือ “ย่านกะดีจีน-คลองสาน” ครับ ย่านนี้จะกินพื้นที่โดยรอบของสะพานพระปกเกล้าลงมาจนถึงแยกบ้านแขก ฝั่งซ้ายไปจรดคลองบางกอกใหญ่ ฝั่งขวาจรดแนวถนนลาดหญ้า เชื่อมั้ยครับว่าพื้นที่ตรงนี้มีทั้งวัด โบสถ์คริสต์ ศาลเจ้า และมัสยิด อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ในพื้นที่นี้เค้าก็จะรักษาสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมไว้ และปกป้องภูมิทัศน์ไม่ให้มีตึกสูงจนบดบังทัศนีภาพ พร้อมทั้งพัฒนาพื้นที่ใหม่ๆ เช่น พื้นที่ริมน้ำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหยดย้อยเพื่อให้คนมาใช้ได้จริงเลยทีเดียว ที่เราเกริ่นมาให้ฟังนี้ ก็ใครจะคิดว่าจะมี Developer เจ้าไหนจะได้พื้นที่ใกล้ย่านนี้มาพัฒนาตึกสูงได้ จนสุดท้ายกลายเป็นโครงการ “Supalai Loft ประชาธิปก-วงเวียนใหญ่” เรียกได้ว่าเป็นโครงการเดียวที่อยู่ชิดย่านนี้ เพราะเลยแยกบ้านแขกมาไม่ถึง 200 เมตรครับ ถ้าจะเรียกว่าเป็นมุมมองใหม่ ในทำเลที่คุ้นเคย ก็จริงแท้แน่นอน

โครงการ Supalai Loft ประชาธิปก-วงเวียนใหญ่ เป็นคอนโด High-rise สูง 30 ชั้น รวม 363 ยูนิต บอกได้เลยว่ามองไปวงเวียนใหญ่ หรือจะย้อนไปสะพานพุทธ ไม่มีที่ไหนวิวดีเท่าที่นี่แล้วครับ มีพื้นที่รวมราว 2 ไร่ แต่ละชั้นมีจำนวนยูนิตมากที่สุด 17 ยูนิต ยกเว้นก็แต่ชั้น facility ที่ชั้น 7 ก็จะมีเพียง 14 ยูนิตเท่านั้นครับ ตัวอาคารกลมกลืนไปกับพื้นที่ด้วยสี Earth tone แนวอาคารนี้ส่วนใหญ่ห้องจะหันเข้าหาทิศเหนือและทิศใต้ จิ้มห้องไหนก็โอเค แม้ยูนิตไม่มากแต่ส่วนกลางเค้าจัดมาให้ครบทั้ง Lobby, สวนที่ชั้น Ground ทั้ง indoor outdoor รวมไปถึงสวนดาดฟ้า 2 ระดับ ที่ชั้น 28 และ 30 เพื่อชมวิวได้แบบ 360 องศา, Co-working space ที่ปรับการใช้งานได้ทั้งห้องสมุดและห้องประชุม, Co-living space พื้นที่พักผ่อน, Sky lounge, ฟิตเนส และซาวน่า พร้อมที่จอดรถ 57% ไม่รวมจอดซ้อนคันครับ

สำหรับการเดินทางของโครงการ ในรัศมี 1 กม. มีรถไฟฟ้าให้เลือกใช้ถึง 3 สาย เอาที่เป็นปัจจุบันที่สุดก็คือ BTS สถานีวงเวียนใหญ่ที่ระยะประมาณ 1 กม. ครับ ส่วนอีก 2 สายเป็นสถานีในอนาคต จะอยู่ใกล้เข้ามาหน่อยคือรถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีทอง สถานีประชาธิปก ประมาณ 800 ม. และรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพุทธที่จะอยู่ใกล้ที่สุดคือ 300 ม. ครับ นอกจากรถ รถไฟฟ้า รถสาธารณะหน้าโครงการ ก็ยังมีระบบเรือให้ขึ้นได้ที่ท่าเรือท่าดินแดง หรือท่าเรือคลองสาน ซึ่งจะอยู่ในย่านกะดีจีน-คลองสานที่แอบดูเล่าให้ฟังกันไปด้านบนฮะ การช็อปปิ้งที่สะดวกที่สุด ก็คือ Big C อิสรภาพ ส่วนถ้าอยากได้ความชิคก็มุ่งไปที่ The Jam Factory และรอเที่ยว Icon Siam ในอีกไม่นานได้เลย แต่ถ้าอยากได้ความดั้งเดิมจะหาของดีในพื้นที่ที่หากินได้ยาก เช่น ขนมฝรั่งกุฏีจีน ห่านท่าดินแดง กะลอจี๊ ก็ต้องเดินเล่นแถวท่าดินแดง บ้านแขก วงเวียนใหญ่ หรือจะไปดูดอกไม้ปากคลองตลาดก็น่าผ่อนคลายดี แถมยังมีร้านอร่อยระดับตำนานที่อยู่แถบนี้หลายร้าน เช่น เจริญไทยสุกี้, สมศักดิ์ปูอบ คือนอกจากคนกินจะมาเข้าคิวแล้ว บรรดาพี่ Line Man ทั้งหลายก็รอด้วยเหมือนกัน เรียกว่าถ้าไปช่วง Rush Hour ต้องใจเย็นอดทนรอถึงจะได้ลิ้มรสความอร่อยของเฮียเค้าครับ นี่จึงเป็นทำเลที่อยู่ท่ามกลางความเจริญที่กำลังจะเกิดขึ้น และความเป็น Original ของท้องถิ่นที่หาที่ไหนไม่ได้จริงๆ

สำหรับห้องที่นี่มีหลากหลายตั้งแต่ Studio ขนาด 29 ตร.ม., 1Bedroom 35 ตร.ม., 1Bedroom Plus 48 ตร.ม. และ 2Bedroom 48-70.5 ตร.ม. (ซึ่งจริงๆ มีใหญ่สุดไปจนถึง 165 ตร.ม.เลย) ที่นี่เค้าเน้นห้องใหญ่ ใครที่อยู่แถบนี้อยากได้พื้นที่กว้างๆ คงจะถูกใจ ส่วนราคาเริ่มต้นที่ 2.29 ล้านบาทหรือประมาณ 79,000 บาท/ตร.ม. สไตล์ศุภาลัยราคาเริ่มไม่แรงอยู่แล้ว แถมเป็นโครงการใหม่ที่หาพื้นที่แถบนี้ได้ยากเหลือเกินครับ วันนี้เราจะพาไปชมห้องตัวอย่าง 2 ห้อง คือ 1Bedroom Plus 48 ตร.ม. และ 2Bedroom ขนาด 64.5 ตร.ม. ที่นี่ขายแบบ Fully-Fitted แนวทางการตกแต่งก็ดูเป็น Guideline ให้พอเห็นภาพก็แล้วกัน และโครงการที่มียูนิตน้อยเท่านี้ เค้าสงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้นฮะ คาดว่าจะหมดในเวลาไม่นาน

ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูห้องตัวอย่างพร้อมๆ กันเลยครับ!

เรามาเริ่มกันที่ห้องแบบ 1Bedroom Plus ขนาด 48 ตารางเมตร ห้องนี้ก็ค่อนข้างมีความเป็นสัดเป็นส่วนดีทีเดียว เริ่มจากเข้ามาภายในห้องจะเจอกับโซนนั่งเล่น โซนนี้ดูมีพื้นที่พอสมควร สามารถขยับหรือลดขนาดโซฟาลงมาหน่อยเผื่อเอาไว้วางตู้รองเท้าได้ ห้องจะได้ดูเป็นระเบียบมากขึ้นครับ

ในส่วนของชั้นวางทีวีและชั้นวางของ ติดผนังเหมือนห้องตัวอย่างแบบนี้ก็ดูจะช่วยประหยัดพื้นที่ได้ดีทีเดียว แถมความลึกของตัวห้อง ยังทำให้ดูมีพื้นที่เหลือๆในการจัดวาง ตู้ โต๊ะ หรือชั้นวางของอื่นๆได้อีก พื้นห้องเค้าให้มาเป็นลามิเนตหนา 12 มม. ก็ถือว่าดีกว่ามาตรฐานทั่วๆไปครับ


อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น ถ้าลดขนาดโซฟาลงมาหน่อย ก็จะทำให้พอมีที่ไว้วางตู้รองเท้าได้ ส่วนโต๊ะกาแฟด้านหน้า ก็วางแบบขนาดเล็กกะทัดรัด หรือจะใหญ่ขึ้นกว่านี้อีกนิด พื้นที่ทางเดินก็ยังมีเหลือเฟือครับ ส่วนผนังที่ได้จะเป็นวอลเปเปอร์สีขาวทั้งหมดนะครับ

ถัดจากห้องนั่งเล่นมาก็จะเป็นในส่วนของห้องครัว โดยห้องนี้จะเป็นครัวเปิด พื้นที่ส่วน Living และครัวเชื่อมโยงกันเป็นตัว L เคาน์เตอร์บาร์นี้เป็นได้ทั้งโต๊ะกินข้าว แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบาร์ส่วนตัวด้วย เหมือนได้เปลี่ยนบรรยากาศการนั่งทานข้าวบนโต๊ะสี่เหลี่ยมแบบเดิมๆ แถมยังมีพื้นที่ให้เดินเข้าออกได้สะดวก ใครจะชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ก็คงจะหนีไม่พ้น ต้องมารวมตัวกันที่มุมนี้แน่นอน


ในส่วนของเคาน์เตอร์ครัวนั้นทางโครงการเค้าให้นะครับ รวมไปถึงตู้เก็บของด้านบนด้วย แต่คุณแม่บ้านอาจจะต้องระวังเรื่องกลิ่นเป็นพิเศษ เพราะอาจลอยไปหาคุณสามีที่นั่งดูบอลอยู่ตรงห้องรับแขกได้


ถัดจากเคาน์เตอร์ครัวก็จะมีช่องเล็กๆให้ได้วางเครื่องซักผ้าแบบพอดีๆ

และด้านในก็จะเป็นห้องน้ำครับ


หันกลับมาดูในส่วนของห้องนอนกันบ้าง ซ้าย ขวา เอาห้องไหนก่อนดีนะ

มาดูที่ห้องนอนกันก่อนแล้วกัน

ห้องนอนจะได้เป็นประตูกระจกบานเลื่อนกั้นเป็นสัดส่วน แต่ก็ยังคงโปร่งแบบนี้ครับ

ห้องนอนค่อนข้างกว้างและมีพื้นที่ใช้สอยครบเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ถูกจัดวางไว้ริมสุด แล้วตามด้วยเตียง และยังพอมีพื้นที่เหลือๆพอจับ Daybed ใส่เข้ามุมได้อีก จัดมุมในสุดให้เป็นมุมทำงานได้ด้วยการเอาโต๊ะทำงานขนาดเล็กวางพร้อมเก้าอี้อีก 1 ตัว ก็ได้มุมทำงาน อ่านหนังสือแบบพอดีๆ ซึ่งถ้าลดขนาดตู้เสื้อผ้า ก็ใส่เตียง 6 ฟุตได้สบาย

แถมยังมีวิวสวยๆให้มองได้แบบเพลินๆ คิดงานก็ดี พักผ่อนก็ได้เลยมุมนี้

มีที่พอให้วางโต๊ะหัวเตียงอีกด้วยนะ

บริเวณปลายเตียงถ้าใครกลัวทางเดินจะแคบจนเกินไป ก็ลองเลือกเป็นทีวีติดผนัง ก็น่าจะลงตัวพอดีครับ ส่วนมุมเสริมสวยเสริมหล่อ ก็จะอยู่ตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าเลย ติดกระจกบานใหญ่เข้าไปได้สบายๆ

เดี๋ยวเราไปแอบดูอีกห้องกันบ้าง

ห้องนี้ใครใคร่ทำเป็นห้องนอนก็ได้ อาจจะต้องคำนวณพื้นที่ดีๆ ทำแบบที่นอนพื้นแบบญี่ปุ่นก็ได้ หรือทำเป็นห้องนอนของเจ้าตัวเล็กแบบกำลังน่ารัก ส่วนทำเป็นห้องทำงานนี่เหลือเฟือเลยครับ ถ้าอยากได้ความเป็นส่วนตัวก็ติดม่านไว้หลังบานเลื่อนได้ แถมห้องนี้ยังติดกับระเบียง วันไหนอากาศดีดี เปิดรับลม รับแสงธรรมชาติได้อีกเต็มๆ

สำหรับห้องนี้จะได้แอร์ทั้งหมด 3 ตัวเลยครับ ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน และห้องอเนกประสงค์ เพราะงั้นระเบียงก็จะไม่มีพื้นที่พอสำหรับวางเครื่องซักผ้าฮะ

มาต่อกันที่ห้องถัดไปเลยดีกว่าครับ

ห้องนี้เป็นห้องแบบ 2 Bedroom กว้างสบายขนาด 64.5 ตร.ม. จะเห็นได้ว่าพื้นที่ในการใช้งานแต่ละส่วนถูกแบ่งออกชัดเจน อย่างห้องครัวก็ถูกจัดให้อยู่เป็นครัวปิดตามแนวผนัง คือมีกระจกบานเลื่อนกั้นให้ เพื่อความเป็นสัดส่วน และช่วยในเรื่องของกลิ่นจากการทำอาหารของคุณพ่อบ้านแม่บ้าน ที่จะทำครัวไทยกันได้อย่างเต็มเหนี่ยมทุกเมนู

จัดแบบนี้ก็ช่วยในเรื่องของการทำความสะอาดได้ดี จะได้ไม่ต้องเลอะออกมาถึงด้านในห้องด้วย และเครื่องซักผ้าก็ถูกจัดวางไว้ด้านในแล้วเช่นกัน


พื้นที่ด้านหน้าสามารถวางโต๊ะทานข้าวขนาดกลางได้ แบบ 4-6 ที่นั่งได้เลย


แถมยังเหลือพื้นที่ทางเดินได้อีกแบบสบายๆ


ด้านในจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น อบพิซซ่าเสร็จแล้วก็ยกมากินกันหน้าทีวี ดูบอลโลกกันตรงนี้ได้เลย เพราะห้องนั่งเล่นก็มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ แขกไปใครมาก็ยังเอา Bean Bag หรือเก้าอี้เสริมเล็กๆมาเพิ่มได้อีก ระยะดูทีวีก็ไม่ใกล้จนเกินไป แถมด้านข้างยังเป็นระเบียงเปิดรับแสง รับลมชมวิวได้ทั้งเช้าจรดค่

เข้าไปดูในห้องนอนกันเถอะ

ห้องนี้ก็ขนาดกำลังน่ารัก จัดวางเตียงขนาดประมาณ 3.5 ฟุต เข้าไปแล้วยังสามารถใส่ Daybed เข้ามุม เพื่อนั่งชิล นั่งแชท นั่งหลับได้ตรงนี้อีกด้วย เปิดม่านให้โล่ง รับแสงให้ห้องสว่าง รับวิวให้ฟินกันไปเลย ห้องมีช่องแสงทั้งสองด้าน คือมีตรงหัวเตียงเพิ่มให้อีกด้วย

โต๊ะเครื่องแป้งถูกจัดวางติดกับตู้เสื้อผ้า ขนาดกำลังพอดี ใส่โต๊ะหัวเตียงได้ถึงสองข้าง มีพื้นที่ให้เดินได้แบบสบายๆทั้งสองข้างของเตียง

ถ้าอยากติดทีวีในห้องนี้ด้วยก็ไม่ต้องห่วง ติดผนังแบบนี้ ระยะนอนดูทีวีกำลังเพลินๆเลยครับ

ก่อนจะข้ามไปดูห้อง Master Bedroom ก็จะเจอห้องน้ำแรกที่เข้าได้จากด้านนอก แขกไปใครมาก็ใช้ห้องนี้ได้ ส่วนห้องน้ำในห้องนอน Master ก็เป็นไว้เป็นส่วนตัวของเราครับ

มาดูข้างในห้องนอนห้องนี้กันบ้าง

ตรงนี้ใช้พื้นที่การ Built-in ตู้ให้ได้ประโยชน์ใช้สอยสองด้าน ฝั่งด้านหน้าเป็นตู้เสื้อผ้า ฝั่งด้านข้างก็ทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้งเท่ากับระยะความลึกตู้ ก็สะดวกและใช้พื้นที่เกิดประโยชน์ดีครับ

จัดวางเตียง 5 ฟุต ไว้ตรงกลาง ด้านข้างก็จะยังมีพื้นที่พอให้ทำเป็นมุมทำงานได้

พื้นที่ริมหน้าต่าง ก็เหมาะที่จะจัดวางโต๊ะทำงานขนาดเล็กไว้แบบนี้

ปลายเตียงสามารถวางทีวีหรือใช้เป็นแบบติดผนังก็ได้ พื้นที่ทางเดินก็ยังพอมีแบบเหลือเฟือครับ

สำหรับห้องนี้ก็สมกับความเป็น 2Bedroom ครับ พื้นที่ใช้สอยมาก และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ถ้าไม่อยากได้เป็นสองห้องนอน ก็เปลี่ยนฟังก์ชั่นอีกห้องเป็นห้องแต่งตัว ห้องทำงาน อ่านหนังสือ หรือจะทำเป็นห้องดูหนังก็ได้หมด เพราะห้องนอนMaster ก็มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอ จะครอบครัวเล็ก หรือครอบครัวใหญ่ก็อยู่ได้สบายครับ และทั้งหมดนี้ก็คือการพาชมห้องตัวอย่างของโครงการ Supalai Loft ประชาธิปก-วงเวียนใหญ่ โครงการ exclusive ยูนิตไม่มากแบบนี้ใครดีใครได้เหมือนเดิม คร้าบ

ติดตามเราได้ที่ : facebook

ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้