The Address Siam-Ratchathewi เพราะบ้านที่สุนทรีย์คือพื้นฐานของความสำเร็จ

บ้านที่สุนทรีย์คือพื้นฐานของความสำเร็จ

ในแต่ละช่วงเวลาชีวิตเราที่ผ่านไป.. เคยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเองมั้ยครับ ครั้งยังเด็กเมื่อหิวก็แค่อยากกินให้ท้องอิ่มเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีความสลับซับซ้อน แต่เมื่อโตขึ้น ได้เปิดตาเรียนรู้สิ่งใหม่ สั่งสมกลั่นเป็นประสบการณ์การใช้ชีวิต เมื่อนั้นความต้องการพื้นฐานกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ “อะไรก็ได้” อีกต่อไป การกินจึงไม่ใช่แค่ท้องอิ่ม แต่ยังทำให้ชุ่มชื่นใจ ด้วยการได้รับรสชาติอันถูกปาก หรือได้สัมผัส Texture ที่โดนใจ อย่างนี้แล้วความสุนทรีย์ในการใช้ชีวิตจึงบังเกิดขึ้น และเป็นตัวขับเคลื่อนความสุขในชีวิตของเราตั้งแต่นั้นมา

ที่อยู่อาศัยก็เช่นเดียวกัน เมื่อครั้งเยาว์วัย เราพึงใจกับการได้อยู่ในบ้านที่อยู่มานานด้วยความคุ้นชิน จากอยู่ในห้องของพ่อแม่ โตขึ้นได้มีห้องของตัวเองเป็นพื้นที่ส่วนตัว แล้วก็ได้แต่งเติมพื้นที่นี้ด้วยสิ่งของหรือเครื่องประดับที่สะท้อนความสุข ความสำเร็จของชีวิตในช่วงนั้นๆ เราเป็นสุขเมื่อได้สร้างบรรยากาศที่สะท้อนตัวตน และทำให้รู้ว่านี่คือ “ที่ของเรา” ที่ซึ่งไม่ว่าจะเจออะไรข้างนอก เมื่อกลับถึงบ้านก็ได้ชาร์จพลังงานชีวิต แต่ยิ่งควานหาความสำเร็จมากเท่าไหร่ Personal Space ที่เราต้องการกลับกว้างใหญ่ขึ้น และก็ถึงเวลาที่ต้องหาที่ทางของตัวเอง ที่จะตอบสนองความสำเร็จของชีวิตข้างนอก และสร้างความสุนทรีย์ในการใช้ชีวิตในเวลาเดียวกัน

สิ่งต่างๆ ที่พูดมานี่ร้อยเรียงกันเป็นภาพ Timelapse ในหัวของผม เมื่อได้ฟังเรื่องราวของโครงการที่จะนำมาเล่าต่อในวันนี้ครับ โครงการตั้งอยู่ในทำเลที่มีทั้งความสุนทรีย์แบบคลาสสิค และแบบ Modern ผสมผสานอยู่ด้วยกัน “สยาม-ราชเทวี” เปรียบเสมือนภาพแทน New Culture ศูนย์รวมของสิ่งใหม่ๆ ที่จะกลายเป็นกระแสนิยมในวงกว้างมาช้านาน แต่หลายคนก็จะอาจจะลืมนึกไปว่าราชเทวีนี่มีความสุนทรีย์แบบคลาสสิคอยู่ด้วยเสมอมา นั่นก็คือ ชุมชนบ้านครัว แหล่งทอผ้าไหม Hand made ฝีมือดีตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น และได้สร้างชื่อถึงขีดสุดเมื่อนักธุรกิจนามว่า Jim Thompson ได้นำไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก

นอกจากในเชิงวัฒนธรรมแล้ว สถาปัตยกรรมในโซนราชเทวีนี้ก็เป็นเสมือนภาพสะท้อนความคลาสสิคและ Modern อีกเช่นกัน ที่นี่เราสามารถชื่นชมกับความงามของพระราชวังพญาไท และพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด แล้วก็พาตัวเองขึ้นสู่จุด Bird eye view เพื่อชมวิวกรุงเทพฯ บนอาคารใบหยกทาวเวอร์ 2 อดีตตึกที่สูงที่สุดของไทยได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้คือความกลมกล่อมของราชเทวี เมื่อรวมกับการเป็นทำเลที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน มีทั้งรถไฟฟ้า BTS ใกล้ Airport Link ที่ช่วยเชื่อมต่อการเดินทาง ใกล้สยาม แหล่งช็อปปิ้งระดับท็อปที่หลากหลายและคึกคักไม่เว้นว่าง ใกล้ความสุนทรีย์ผ่านการเสพย์งานศิลป์ที่ Bangkok Art & Culture Center ใกล้สถานศึกษาอันดับหนึ่งของประเทศ รวมถึงโรงพยาบาลระดับพรีเมี่ยม ทำให้ราชเทวีคือทำเลที่มีชีวิตชีวาและน่าอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เลยทีเดียว

The Address Siam Ratchathewi คือ

The Address Siam Ratchathewi คือ โครงการที่เกิดขึ้นจากวิถีราชเทวี หลอมรวมทุกสิ่งอย่างอันมีคุณค่าของที่นี่ บรรจง Craft เป็นโครงการที่สะท้อนความสุนทรีย์ในการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ใช้วัสดุล้ำค่าจากธรรมชาติ เช่น หิน White Limestone ซึ่งใช้ตกแต่งภายนอกโบสถ์ Sainte Chapelle ในกรุงปารีส รวมไปถึงการออกแบบที่ได้รับอิทธิพลมาจากพระราชวัง และสถาปัตยกรรม Luxury จากทางยุโรป ผสมผสานกับความงามลึกล้ำแบบไทย ซึ่งสะท้อนจากการตั้งชื่อพื้นที่ส่วนกลางที่นี่อย่างThewi Garden, Piman Lounge และ Mayura Lounge ครับ

ความตั้งใจของโครงการ คือ สร้างที่อยู่อาศัยที่เป็นเอกลักษณ์อันรื่นรมย์ ตอบโจทย์ความเป็น “ที่ของเรา” เริ่มจากการใช้ “นกยูง” เป็น Signature Symbol ตัวแทนเกียรติยศ และความสง่างาม นำลวดลายและสีสันของส่วนขนนกยูงมาประยุกต์เป็น Signature Pattern ตกแต่งพื้นที่ต่างๆ ภายในอาคาร และตัวนกยูงเองก็เป็น logo ประดับในเฟอร์นิเจอร์ส่วนกลางแต่ละชิ้นเพื่อแสดงว่า ทุกอย่างนั้นได้รับการออกแบบสำหรับโครงการนี้เพียงหนึ่งเดียวโดยเฉพาะ ยังไม่พอ ที่นี่ยังสร้างประสบการณ์ชมสวนที่ประณีต ผ่านการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หอมที่ให้กลิ่นไล่เรียงกันไป ชูโรงด้วยไม้หอมหายากอย่าง แก้วเจ้าจอม และอื่นๆ อีกกว่าสิบสายพันธุ์ ไม่เหมือนใครดีนะครับ

ถ้าไม่พูดถึงภาพรวมโครงการ ก็คงจะไม่ได้ “The Address สยาม-ราชเทวี” ตั้งอยู่บนพื้นที่เกือบ 3 ไร่ครึ่ง เป็นอาคารสูง 50 ชั้น และจะเป็นคอนโดที่สูงที่สุดในบริเวณนี้เลย มีที่พักอาศัยรวม 880 ยูนิต พร้อมที่จอดรถ 51% ซึ่งก็เดินทางกันสบายๆ เพราะอยู่ใกล้ BTS ราชเทวีเพียง 150 ม. ครับ สัดส่วน Unit type ที่นี่เป็น 1Bed ขนาดตั้งแต่ 31-35 ตร.ม. ซะส่วนใหญ่ แต่ก็มีแบบ 2Bed (ขนาด 51.5-69.5 ตร.ม.) และ 3 Bed (ขนาด 86 ตร.ม.) ให้เลือกเช่นกัน แต่ที่เป็นไฮไลท์ก็คือที่นี่มียูนิตแบบ Duplex เพดานสูงกว่า 5.8 ม.ให้เลือกด้วยทั้งแบบ 1Bed Duplex 50 ตร.ม. และ 2Bed Duplex 65 ตร.ม. ครับ แต่ถ้าใครคิดว่าแบบที่มีอยู่ยังไม่โดนพอ ก็ติดต่อดูแบบ Combine 2 ห้องรวมกันที่โครงการได้ด้วยครับ

และจะขอพาชมพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่กันหน่อย เพราะนี่คือจุดสำคัญที่จะทำให้เห็นว่า Prestige Luxury Living เป็นยังไง ให้ลองนึกภาพเมื่อเราเดินผ่านรั้วเข้ามา จะเจอกับ Thewi Garden สวนกลางแจ้งในรูปแบบ Sunken Pavilion ล้อมด้วยสายน้ำพร้อมทางเดินเชื่อมโยงยาวไปถึง Thewi Fountain น้ำพุในแบบฉบับเดียวกับที่ตั้งอยู่ ณ สี่แยกราชเทวี พร้อมอุโมงค์ต้นไม้ที่นำเราไปเจอกับ Sculpture นกยูงตัวแทนสัญลักษณ์ของโครงการ ผ่านพ้นความสำราญภายนอก เมื่อเข้าสู่ภายในเดินผ่าน Grand Entry ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา จะมีพื้นที่ส่วนกลาง 2 สไตล์ที่ให้ความรื่นรมย์แตกต่างกัน เริ่มจาก Piman Lounge เป็นเลาจน์ที่ตกแต่งในรูปแบบ Glass house เพดานสูงมากถึง 8 ม. เพื่อให้รับแสงธรรมชาติจากด้านบนตกกระทบลงบนผนังหินอ่อน Statuario สีขาวเพื่อชมลวดลายคมชัดซึ่งรังสรรค์มาจากธรรมชาติ หรือถ้าอยากได้ความคึกคักสดใสมากขึ้น ขอให้ไปใช้บริการ Co-working space ใน Mayura Lounge โซนที่นั่งในรูปแบบบาร์ Tea house ที่ตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้านของขนหางนกยูง

ขยับขึ้นมาหน่อยที่ชั้น 9 ที่ตั้งของ Thewi Garden ให้จมูกได้สัมผัสความรัญจวนจากสวนไม้หอมนานาพันธุ์ ที่ให้กลิ่นหอมแตกต่างกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น และสุดท้ายคือ The Sky Facility (ชั้น 50) ศูนย์รวม Facilities หลากหลายบนยอดคอนโดที่สูงที่สุดบนย่านราชเทวีประกอบด้วย The Sky Library, The Sky Garden ซึ่งจัดวางตำแหน่งไว้พอเหมาะกับการชมแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ยามเย็น, The Sky Pool พร้อม Hydro Spa Therapy ถึง 5 Station ในแบบที่โครงการระดับ Super Luxury เลือกใช้, The Sky Gym ที่จัดเครื่องออกกำลังกายรุ่นพิเศษอย่าง Kinesis ที่ออกได้ถึง 200 ท่วงท่าในเครื่องเดียว และยังมีชั้นลอยซึ่งจัดเป็น The Sky Chamber ไว้นั่งดื่มด่ำกับทรรศนียภาพ ณ จุดสูงสุดของโครงการ ซึ่งประดับตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ด้วยผ้าบุและวอลเปเปอร์สุด exclusive จาก Hermes Furnishing Fabrics and Wallpapers

ทั้งหมดนี้คือพื้นที่ส่วนกลางที่ได้รับการออกแบบและจัดวางไว้อย่างเหมาะสมให้ลูกบ้านได้รับความสุนทรีย์ในแต่ละรูปแบบแตกต่างกันออกไป และสะท้อนตัวตนของอาคารออกมาได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับการออกแบบพื้นที่ภายในห้อง ซึ่งเราจะได้ตามไปดูพร้อมกันในวันนี้ครับ จุดเด่นคือ มีทั้ง 1Bed 35 ตร.ม. ที่มีหน้ากว้างถึง 7.4 ม. ให้ความรู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน และ 2Bedroom ซึ่งมี Highlight คือ Sky Sexy Bath อ่างอาบน้ำพร้อมกระจกเข้ามุมเพื่อเปิดมุมมองการอาบน้ำบนวิวสูงใจกลางเมือง ทิ้งท้ายกันด้วยเรื่องของราคาเริ่มต้น อยู่ที่ 5.9 ล้านบาท (ประมาณ 200,000 บาท/ตร.ม.) เมื่อเทียบกับทำเลและ Product ระดับนี้ ถือว่าออกมาสมเหตุสมผล ไม่ได้แรงจนเกินไป ถ้าใครอยากได้ที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียม ในทำเลใจกลางเมือง นี่เป็นโครงการที่น่าสนใจที่สุดโครงการหนึ่งจาก AP ในปีนี้เลยครับ

และเช่นเคยแฟนเพจแอบดูคอนโด ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษออนไลน์ได้ที่นี่ >> https://bit.ly/2JH1GwV

ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูห้องตัวอย่างของโครงการกันเลยครับ

The Address Siam Ratchathewi

ที่สำนักงานขายมีห้องตัวอย่างให้ดู 3 ห้องด้วยกันครับ ซึ่งแต่ละห้องเค้าก็ตกแต่งมาได้สวยงาม จนอยากจะสะพายกระเป๋าแล้วเข้ามาอยู่ในห้องตัวอย่างกันเลยทีเดียว แต่ในเมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ วันนี้ผมเลยเก็บภาพมาให้ทุกคนได้ชมกันก่อน บิวท์แต่พองาม เพราะผมอยากให้ลองเข้าไปชมกันด้วยตาตัวเองก่อนตัดสินใจ ที่จะเลือก “The Address Siam Ratchathewi” มาเป็นบ้านหลังที่สอง บ้านที่ทำให้การใช้ชีวิตใจกลางเมืองเป็นไปได้อย่างสุนทรีย์และสะดวกสบาย

งั้นผมขอประเดิมที่ห้องแบบ 2 BEDROOM ขนาด 66.5 ตารางเมตร พี่ใหญ่สุดของวันนี้ก่อนเลยนะ ด้วยการพาชมฟังก์ชั่นต่างๆ ของห้องกันก่อนครับ

Living Room

Living Room

พื้นที่สำหรับนั่งพักหลังกลับมาจากทำงาน ตากแอร์ให้เย็นฉ่ำ ล้มตัวลงนอนอย่างผ่อนคลายกับเพลงสบายๆ ที่เปิดคลอเบาๆ 

Master Bedroom

ห้องนอนขนาดใหญ่ ที่ไม่ว่าโลกภายนอกจะวุ่นวายแค่ไหน แต่พอเข้ามาห้องนี้ทีไร ก็ต้องรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอีกใบทุกครั้ง คงเป็นเพราะที่นี่เป็นห้องที่เราสามารถตกแต่งได้เองตามจินตนาการ จัดวางข้าวของเครื่องใช้ได้ตามชอบใจ พื้นที่ที่กว้างขวางทำให้สามารถใช้ชีวิตยามเช้า และก่อนนอนได้อย่างคล่องตัว

Bathroom

Bathroom

ห้องน้ำนอกจากจะเอาไว้ชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ถ้าได้ความสบายแถมมาด้วยก็คงจะดีน่าดู อย่างห้องนี้คือ ยูนิตไฮไลท์ที่จัด Bathtub ไว้ชิดกระจกเข้ามุม ยามกลับถึงบ้านก็แค่หย่อนตัวลงแช่น้ำอย่างผ่อนคลายพร้อมจิบไวน์ชมวิวเมืองสวยๆ ยามค่ำคืน

Kitchen

โชว์ฝีมือการทำอาหารกันไปเลยให้เต็มที่ กับห้องครัวที่เป็นสัดส่วน จะหยิบจับอะไรก็ง่าย สะดวกสบายด้วยการออกแบบที่คิดมาเพื่อการใช้ชีวิตไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวัสดุ อุปกรณ์ และการใช้งาน

Kitchen

เห็นมั้ยครับว่านอกจากพื้นที่ห้องไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก การออกแบบ Layout ก็เป็นสิ่งสำคัญ เป็นการบ้านเล่มหนาของผู้ออกแบบว่าจะทำยังไงให้พื้นที่ใช้สอยในแต่ละขนาด สามารถใช้งานได้จริง อยู่อาศัยแล้วสะดวกสบาย ให้ความรู้สึกว่าเมื่อได้กลับมาบ้าน จังหวะชีวิตก็เต้นช้าลงไปโดยปริยาย

Digital Door Lock

ดูภาพรวมฟังก์ชั่นต่างๆ เรียบร้อยแล้ว งั้นเรามาลองดูการใช้ชีวิตกันดีกว่าครับ ว่าห้อง 2 BEDROOM ขนาด 66.5 ตารางเมตรของที่นี่จะเป็นยังไง เริ่มตั้งแต่หน้าประตูที่เป็น Digital Door Lock ซึ่งมาพร้อมระบบ Biometrics ระบบนี้นอกจากจะช่วยเรื่องความปลอดภัยยังช่วยเรื่องความสะดวกได้มาก ไปช้อปปิ้งเสื้อผ้า รองเท้ามาเหนื่อยๆ ข้างละถุงสองถุงก็ไม่ต้องฝ่าทะเลคลื่นของกระจุกกระจิกสารพัดสิ่งในกระเป๋าเพื่อควานหากุญแจเข้าห้อง แค่ใช้ Finger Scan แตะคีย์การ์ด กดรหัสเอา หรือจะ Bluetooth ผ่านโทรศัพท์มือถือก็ปลอดล็อคได้หมดทุกรูปแบบ และเพื่อยกระดับความปลอดภัย เวลาชวนแขกมา หรือให้ maid ทำความสะอาดห้องเราก็ Generate One-Time Password ให้ใช้เข้าห้องได้ครั้งเดียวโดยไม่ต้องฝาก Keycard หรือบอกรหัสหลักให้เค้ารู้ด้วยครับ

เมื่อเข้ามาถึงแล้วเจอกับครัว ก็เหมือนตื่นเช้ามาแล้วพบว่าแม่เตรียมกับข้าวไว้ให้เต็มโต๊ะอาหาร มันจริงนะครับ เพราะหลายครั้งที่กลับห้องมาแล้วอยากตรงดิ่งเข้าไปหาตู้เย็น เปิดเจออะไรก็หยิบเข้าปากก่อนจะวางกระเป๋าด้วยซ้ำ แต่ถ้าถึงเวลาต้องโชว์ฝีมือครัวที่นี่ก็ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ทุกขนาด แค่เปิดตู้แล้วดึงลงมาก็หยิบจับของใช้ได้ง่ายนิดเดียว บริเวณ Back Splash ทำมาให้ใช้งานได้หลายฟังก์ชั่น สามารถเลื่อนเปิด-ปิด ได้ตามการใช้งาน โดยหน้าบานของตู้ครัวมีผิวสัมผัสที่มาจากวัสดุผสมพิเศษระหว่างลามิเนตและอะลูมิเนียม ซึ่งเป็นผลงานจากชุดครัวซีรีย์พิเศษของ Kohler รุ่น Karess มีคุณสมบัติกันน้ำมัน ป้องกันรอยนิ้ว รอยขีดข่วน เหมาะกับคนชอบทำครัวเป็นอย่างดี

นึกถึงเย็นวันอาทิตย์ที่คุณพ่อ คุณแม่ คุณภรรยา และเจ้าตัวน้อยได้มาใช้เวลาร่วมกันบริเวณนี้ จินตนาการถึงดินเนอร์ พร้อมเสิร์ฟเมนูพิเศษที่เราทำเอง ให้มีเวลาใกล้ชิดร่วมกันตรงหน้า ต่อด้วยล้อมวงกันนั่งดู Lalaland บนพื้นที่ Living ที่อยู่ติดกัน ได้พูดคุยให้หายคิดถึง แค่นี้มันก็ชื่นใจมากแล้วครับ

Floor to ceiling ที่นี่สูงถึง 3 เมตร หรือจะพูดให้เห็นภาพชัดๆ เลยก็คือสูงเทียบเท่ากับห่วงแป้นบาส ซึ่งก็จะทำให้ห้องดูโปร่ง ยิ่งมีบานเลื่อนกระจกขนาดใหญ่มาให้ด้วยแล้ว แสงก็เข้ามาในห้องได้มากขึ้นทำให้รู้สึกสบาย ไม่อึดอัด และเมื่อความรู้สึกเหล่านี้มาถึง หลายคนคงอยู่ติดบ้านกันมากขึ้นแน่ๆ

ผนังโครงการให้มาแบบฉาบเรียบทาสี ซึ่งถ้าเรามีสไตล์ในดวงใจ จะจับใส่ลูกเล่น ติดวอลเปเปอร์ให้สวยแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า พื้นครัวและพื้นห้องน้ำจะเป็นพื้นกระเบื้อง ส่วนพื้นห้องเป็น Hybrid Engineered หนา 8 มม. ที่มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน และทนการขังน้ำได้ดีขึ้น ดังนั้นถ้าใครเผลอทำโทรศัพท์ตกลงไปก็อาจไม่ต้องเสียเวลามานั่งเช็คหารอยที่พื้น แต่ให้รีบเอาโทรศัพท์ไปเปลี่ยนหน้าจอก่อนเลย ฮ่าๆ

เดินตรงเข้ามาด้านในจะเห็นห้องซ้ายและห้องขวาแยกกันสองฝั่ง ถ้าห้องทางขวาเป็น Master Bedroom ที่ตอบโจทย์สำหรับการพักผ่อนที่เพียงพอแล้ว เปลี่ยนห้องนอนเล็กทางซ้ายเป็นห้องอะไรกันดีครับ ห้องทำงานพร้อมชุด Work Station ที่เราออกแบบเอง หรือเป็นห้องแต่งตัวที่ล้อมหน้าล้อมหลังไปด้วยตู้เก็บกระเป๋า รองเท้า ชุดราตรี ก็ดีเหมือนกันเนอะ ส่วนห้องด้านหน้าที่เห็นในภาพนี้ก็คือห้อง Laundry ที่คุณแม่บ้านพ่อบ้าน หรือสาจ๋า สามารถเข้าไปซักผ้า รีดผ้าในนั้น หรือจะเปลี่ยนให้เป็นห้องเก็บของก็ได้ครับ ถึงเวลาก็แค่ปิดประตูงับไว้ ก็จะช่วยให้ห้องเป็นสัดส่วน ดูเรียบร้อยดีด้วย

หรือถ้าต้องการใช้เป็นห้องนอนจริงๆ ก็ทำแบบห้องตัวอย่างนี้แหละ เพราะห้องนี้เอาเตียงขนาด 5 ฟุตมาจัดวางแล้ว ก็ยังใส่ตู้เสื้อผ้าเข้าไปได้ มีกระจกด้านข้างที่จะเป็นตัวเปิดรับแสงเข้ามาในห้องได้อีก ดังนั้นต่อให้ใครต้องนอนห้องนอนเล็ก ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดโน่น ติดนี่ นอนหลับไม่สบาย หาข้าวของไม่ถนัดครับ เพราะตื่นมาก็ค่อยๆ รูดม่านเปิดดูท้องฟ้าสีสวย เปิด TV ที่ติดอยู่บนผนังตรงปลายเตียงนอน ลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่าแล้วกลับเข้ามาแต่งตัว ทำทุกอย่างให้เสร็จได้หมดในห้องๆ เดียวนี่แหละ

Double Access

ห้องน้ำเป็นแบบ Double Access ดังนั้นถ้าแขกต้องการใช้ก็สามารถเปิดประตูเข้าไปได้เลยจากด้านนอก จะได้หมดปัญหาให้เขาเดินย่องๆ ผ่านห้องนอนเราเพื่อเข้าไปใช้ห้องน้ำ แต่ในขณะเดียวกันยามดึกดื่นเราก็ลุกมาเข้าได้สะดวก

กลับเข้ามาที่ Master Bedroom อย่างที่บอกไปว่าจะแต่งโทนไหน Theme อะไรก็ได้ทั้งนั้น พื้นที่มีเพียงพอให้บิวท์อินชุดโต๊ะเครื่องแป้ง จะจัดโต๊ะเล็กไว้ข้างหัวเตียงเพื่อวางหนังสือ แว่นตา โทรศัพท์ไว้ใกล้ๆ ก็ได้ครับ ทางเดินรอบเตียงเข้าออกได้สบาย ติด TV ไว้ตรงผนังสักเครื่อง เผื่อค่ำคืนอันโรแมนติกอยากเปิดเรื่อง The Notebook ดูก่อนนอน จัดวางตู้เสื้อผ้าที่มาพร้อมกระจกบานใหญ่ส่องได้เต็มตัว หรือจะเลือกแบบกระจกบานเลื่อนก็จะช่วยให้ใช้งานสะดวกขึ้นครับ

ห้องน้ำสวย ดูดี แถมมีบรรยากาศมาให้ด้วย มันก็มีผลต่อการตัดสินใจซื้อคอนโดอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะผมเชื่อว่ามีหลายคนที่ใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนาน บางทีก็อาบอย่างตั้งใจ แต่บางครั้งก็อยากจะให้ช่วงเวลานี้เป็นความผ่อนคลายที่เกิดขึ้นก่อนเข้านอน กลับบ้านมาเหนื่อยๆ ไม่ว่าเจอฝุ่น ไอแดด คิดงานไม่ออก คิดเรื่องที่ต้องเตรียมไป Present ไม่ฉลุย ลองเปิดน้ำอุ่นๆ ในอ่าง ตีฟองให้หอมฟุ้งทั่วห้อง คลอด้วยเพลง Classic แล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงช้าๆ ในอ่างน้ำ หันมองวิวผ่านบานกระจกเต็มบานเข้ามุม ทำให้ฟิลลิ่งที่ได้จากการอาบน้ำต่างจากการนั่งจ้องผนังเรียบๆ เยอะ แล้วเชื่อเถอะครับ หลายๆ ไอเดียที่จู่ๆ ก็ ปิ๊ง! ขึ้นมามันมักเกิดตอนเราอาบน้ำเนี่ยแหละ โถสุขภัณฑ์เค้าใช้เป็น TOTO Washlet ระบบชำระอัตโนมัติที่สามารถใช้รีโมทควบคุมการทำงานได้ด้วย ส่วน Rain Shower ก๊อกน้ำ ฝักบัว เป็นของ GROHE ครับ

แน่นอนว่าระเบียงก็มีความหมาย เมื่อมีกระจกบานใหญ่มาให้แล้ว จะให้ไม่ออกไปสูดอากาศด้านนอกบ้างเลยก็กระไรอยู่ พาร่างกายไปให้สัมผัสกับสายลมแสงแดดดูบ้างในวันที่มีเวลา หรือวันที่อากาศเป็นใจก็คว้า Best Sellers เล่มโปรดออกมานั่งอ่านชิลๆ เลยครับ

ห้องพี่คนกลาง แบบ 2 BEDROOM DUPLEX

ห้องพี่คนกลางในวันนี้เป็นแบบ 2 BEDROOM DUPLEX ขนาด 65 ตารางเมตร แน่นอนครับห้อง Duplex มักทำให้เกิด Feeling การอยู่อาศัยที่เหมือนเราได้กลับบ้านจริงๆ ความสูงเพดานเกือบ 6 เมตร ใครอยากแขวน Chandelier สวยๆ แบบห้องตัวอย่างก็สามารถทำได้ครับ บานกระจกเตรียมพร้อมรอให้เปิดม่านรับแสงยามเช้า รับดาวยามค่ำแล้ว

พื้นที่ไหนยิ่งจัดไว้ใกล้กัน ก็ยิ่งเหมือนการจัดให้คนในบ้านได้ขยับเข้ามาใกล้ชิดกันมากขึ้น อย่างโต๊ะอาหารที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ห้องนั่งเล่น ก็เหมือนเป็นห้องประชุมแบบไม่เป็นทางการ ที่ใครอยากดู TV ก็สะดวก มีขนมทานเล่น หรือผลไม้สดหั่นใหม่ ก็นั่งคุยนั่งเล่นกันตรงนี้ได้ยาวๆ ครับ

ชุดครัวที่โครงการให้ในทุกยูนิต จะมี ฮูดดูดควัน เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ ซิงค์ล้างจาน ก๊อกน้ำที่เป็นของ Kuppersbusch ทั้งหมดเลยครับ ส่วนที่เห็นครัวสีสวย ผิวสวยๆ แบบนี้ ถ้าเกิดทำกับข้าวเลอะเทอขึ้นมา ยังไม่มีเวลาทำความสะอาด หรือวันไหนมีญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยียน ไม่อยากให้เห็นร่องรอยสมรภูมิกระทะเหล็กก็ไม่ต้องกังวลใจ

นี่เลยครับ เค้ามีบานเลื่อนให้สามารถเลื่อนมาปิดครัวเอาไว้ได้แบบเนียนๆ ทั้งประหยัดเนื้อที่ และใช้งานง่ายอีกด้วยครับ

ห้องนอนห้องแรกที่อยู่ด้านล่าง เหมาะสำหรับใครที่ไม่อยากขึ้นลงบันได อยากหยิบเชิ้ต Dolce & Gabbana คว้า Jimmy Choo พรมน้ำหอมให้พร้อมสรรพ ก็ตรงออกจากบ้านได้เลย สามารถจัดวางตู้เสื้อผ้า โต๊ะ ลิ้นชัก แขวน TV เข้าไปให้ครบครันทุกการใช้งานได้เลยครับ มีห้องน้ำอยู่ในตัวเรียบร้อยแล้วด้วย

เห็นเดินขึ้นบันไดแบบนี้ ยังไม่ได้พาหนีไปแอบดูบ้านนะครับ ยังคงอยู่ในห้อง Duplex ครับ แค่จะพาขึ้นไปดูห้องนอนที่ให้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกระดับ

ตัวห้องล้อมด้วยกระจก ทำให้คนที่อยู่ห้องนี้ยังมีส่วนร่วมกับสมาชิกคนอื่นได้อยู่ครับ อย่างเช่น วันไหนนัดเพื่อนมาปาร์ตี้สละโสดในบรรยากาศแบบอบอุ่นเป็นกันเองหน่อย ก็เปิดม่าน ดูบรรยากาศ ดูรอยยิ้ม หรือแอบถ่ายรูปเพื่อนๆ ได้จากด้านบน หรือถึงเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ก็แค่รูดม่านปิด เท่านี้เองครับ

มุมมองห้องนี้แบบ Bird Eye View สวยไม่เบาเลยฮะ

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะนอนห้องนี้ ก็หมดห่วง หมดกังวลว่าจะต้องเดินขึ้นลงบันไดกลางดึกมาเข้าห้องน้ำ หรือต้องเข้าไปรบกวนห้องอื่นครับ โครงการเค้าคิดมาเผื่อแล้วแหละว่าจะทำห้องน้ำด้านบนไว้ให้เลย ให้กระจกแบบ Sexy Bath เพื่อทำให้ห้องดูโปร่งขึ้น เวลาจะใช้งานก็ไม่รู้สึกอึดอัดด้วย

อ่างอาบน้ำก็ตามมาถึงข้างบนด้วยนะครับ ระบบของโถสุขภัณฑ์ก็เป็นแบบเดียวกันทุกยูนิตเลย

วางเตียงขนาดไหน ก็ยังดูอยู่สบายอยู่นะครับ

มีกระจกเข้ามุมให้นอนชมวิวในเมืองที่อาจจะเป็นมุมมองใหม่ๆ ที่ปกติอาจจะไม่ได้เห็นกันบ่อยๆ

ห้องน้องเล็ก แบบ 1 BEDROOM

ห้องสุดท้ายที่เป็นน้องเล็กของวันนี้คือแบบ 1 BEDROOM ขนาด 35 ตารางเมตร สะดวกสบายไม่แพ้กันครับห้องนี้ หลังจากออกไปสู้แดดกันมาทั้งวัน กลับมาถึงลองเดินไปหย่อนตัวนั่งรับแอร์ตรงห้องนั่งเล่นบนโซฟานุ่มๆ ดูสักพัก ก่อนจะลุกไปเปิดประตูห้องครัว หยิบเครื่องดื่มโปรดจากตู้เย็นมากระดกให้พอดับกระหาย พร้อมกับกวาดสายตาดูวัตถุดิบที่จะสามารถหยิบมาทำอาหารเย็นวันนี้ได้ เมนูที่อยากทำวันนี้หากเป็นแบบครัวไทย ก็ไม่ต้องกังวลใจเพราะห้องนี้ได้เป็นครัวปิดครับ

ห้องครัวมีประตูบานเลื่อน 3 ตอน เอาไว้ช่วยเรื่องกลิ่นหอมๆ ที่จะลอยมาติดหมอน จนอาจส่งผลให้หิวกลางดึกอีกสักรอบได้ ฮ่าๆ

หลังจากจัดมื้อเย็นแสนอร่อยเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมานั่ง หรือเดินออกไประเบียงเล่นๆ ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปพระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า หรือจะเล็งการจราจรช่วงฝนตกหนักก่อนออกไป hang out ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเค้าเป็นระเบียงแบบ Double skin ปิดได้ถึง 2 ชั้นครับ

จากนั้นก็ค่อยกลับเข้าห้องมาเตรียมอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยกันต่อ

ห้องน้ำยูนิตนี้ก็เป็น Double Access อีกเช่นกันครับ ทำให้การใช้งานห้องน้ำสะดวกมากขึ้น

ก่อนจะกลับเราพามาชมอารมณ์ของ Mayura Lounge ที่โครงการตกแต่งเป็นแนวทางให้เห็นไว้บน Sales Gallery กันครับ

และนี่ก็คือ Mayura Lounge โซนที่นั่งในรูปแบบบาร์ Tea house ที่ตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้านของขนหางนกยูง, Piman Lounge เป็นเลาจน์ที่ตกแต่งในรูปแบบ Glass house เพดานสูงมากถึง 8 ม. เพื่อให้รับแสงธรรมชาติจากด้านบนตกกระทบลงบนผนังหินอ่อน Statuario สีขาวเพื่อชมลวดลายคมชัดซึ่งรังสรรค์มาจากธรรมชาติ และ Thewi Garden สวนกลางแจ้งในรูปแบบ Sunken Pavilion ล้อมด้วยสายน้ำที่เล่าให้ฟังกันไปครับ

จากกันไปด้วยแผนที่โครงการ ทำเลดีขนาดนี้ ไม่รู้ยังต้องการแผนที่กันอยู่มั้ย ฮ่าๆ เรียกว่าอยู่ใกล้ BTS นิดเดียวครับ แฟนๆ ที่สนใจก็ไปดูห้องตัวอย่างด้วยตาตัวเองกันได้ที่สำนักงานขายโครงการ จะขับรถหรือนั่ง BTS มาก็ลงสถานีราชเทวีได้เลยครับ โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าโครงการนี้ทำให้ราชเทวีมีความละมุนขึ้นเยอะ และเป็นความโชคดีที่ AP ตั้งใจทำราคาให้สมเหตุสมผล แม้ไม่ใช่ The Address ที่เพอเฟกต์ในทุกมิติหรืออัดสเป็คระดับท็อปมาทุกส่วน แต่การคงใจความสำคัญของความ Luxury เอาไว้ แล้วมาผสมผสานกับส่วนกลางที่กลมกล่อม ทำให้โครงการนี้น่าสนใจสำหรับคนที่ใฝ่หาความหรูหราควบคู่กับสุนทรีย์ในการอยู่อาศัยอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับ

ติดตามเราได้ที่ : facebook
ติดต่อสอบถาม : Contact 

ข่าวสารน่ารู้

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จัดทัพเดินหน้าธุรกิจ ปูพรมขึ้นแท่นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย ครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และ พาณิชยกรรม