fbpx

ฝ่าด่าน “เล่นลุ้นตก” กับ Unseen Rock Canyon หน้าผาจำลองลอยฟ้าสูงกว่า 9 เมตร บนยอดคอนโด LIFE ลาดพร้าว แวลลีย์​

ก่อนหน้านี้เรา 2 คนได้พบกับชายนิรนามผู้หนึ่ง ใบหน้าละม้ายคล้ายกงยู บริเวณ BTS สถานีห้าแยกลาดพร้าว หน้าคอนโด LIFE Ladprao Valley นี่เอง เขาเข้ามาท้าทายให้เราเล่นเกมตั๊กจี ปากระดาษตบสู้กันกับเขา หลังจากผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ เราก็ได้รับคำชวนให้เข้ามาเล่นเกมสุดท้ายในคอนโดนี้ แล้วมีหรือที่พวกเราจะปฏิเสธโอกาสทองนี้ได้ลง..​

​แม้จะพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แต่เมื่อได้เข้ามาถึงยังเกมแรก ด่านหน้าผาจำลองบนชั้นดาดฟ้าของที่นี่ ก็ต้องมีใจเต้นกันบ้าง เมื่อแหงนไปดูยอดที่สูงถึง 9 เมตรแบบที่ไม่เคยมีในคอนโดไหนมาก่อน ก็ได้แต่คิดในใจว่า หรือเกมนี้จะต้องมีสะโพกของเราเป็นเดิมพัน แต่ความกังวลนั้นก็หมดไป เมื่อผู้คุมเกมได้เข้ามาจัดแจงอุปกรณ์ Safety ให้เราอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกำชับว่าพื้นข้างล่างนี้ช่วยรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี

​เราเริ่มเกมกันได้สวย ด้วยการเอื้อมคว้าแง่งหินที่อยู่ใกล้มือ ไต่ระดับไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องชะงักงันเมื่อพลันได้ยินเสียง ​

“มูกุงฮวา โกชี พีออดซึมนีดา!” ลอยมาจากด้านหลัง เหมือนเสียงตุ๊กตาจาก SQUID GAME เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่ลุ้นระทึกมาก แต่งานนี้ไม่จบลงง่ายๆ เพราะด่าน Facilities ต่างๆ ที่นี่มีให้เยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น Skywalk Circuit จำลองทางเดิน Trekking ขึ้นเขา, The Avalon สวนสีเขียวที่ไล่ระดับลาดเอียงเหมือนชะง่อนเขาที่ซ่อนสระว่ายน้ำและมุมพักผ่อนสุด Private ไว้ด้านล่าง, Valley Theater Lounge, Vertico Gym, Hydro Jet Active Pool พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังในสระ Aqua Valley หรือไฮไลต์อย่าง Crystal Alley พื้นกระจกใสในสระว่ายน้ำ Grand Valley Bay บนชั้นสูงสุดของอาคาร ฯลฯ ​

​การผจญภัยของเราวันนี้จะจบลงอย่างไร ตามอ่านต่อด้านในนะครับ..​

​สิ่งที่น่าสนใจของที่นี่คือ บรรยากาศและลักษณะของโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Grand Canyon รวมถึงงานดีไซน์ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง “Antelope Canyon” เกิดเป็น Copper Façade ตกแต่งด้านหน้าอาคารที่สวยงามพลิ้วไหวเสมือนหุบเขาจริงๆ ซึ่งแม้เราจะได้เห็นความน่าตื่นเต้นของสิ่งอำนวยความสะดวกตระการตา แต่ภายในพื้นที่โครงการก็สงบน่าอยู่ เมื่อเทียบกับความจอแจของห้าแยกลาดพร้าวด้านหน้าโครงการ ​

​สำหรับทำเลของโครงการถือเป็น Lifestyle Hub ของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ไม่ว่าเราอยากจะใช้เวลาว่างไปกับการสังสรรค์ ช็อปปิ้ง หรืออยากจะเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจแบบใกล้ชิดธรรมชาติก็มีให้ครบ ใกล้ทั้งสถานศึกษา แหล่งทำงาน และเดินทางสะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 2 สายหลัก อย่าง BTS สายสีเขียว สถานีห้าแยกลาดพร้าว และ MRT สายสีน้ำเงินที่สถานีพหลโยธินครับ ​

​ใครที่กำลังคิดว่าต่อให้ส่วนกลางน่าใช้ขนาดไหน แต่ถ้ารูปแบบห้องจำเจไม่มีให้เลือกก็คงลำบาก ควรลองมาดูที่นี่ครับ ที่นี่ยืดหยุ่นและมีให้เลือกหลาก Layout ให้ตรงกับหลายความต้องการได้เลย ไม่ว่าจะเป็น Studio / 1Bed / 2Bed ขนาด 28.80 – 66.50 ตร.ม. โดยเฉพาะแบบ 1 Bed ขนาด 35 ตร.ม. (เริ่ม 5.19 ล้าน) ห้องจุดขายของโครงการที่ออกแบบให้เป็น Flexible Function เนี่ย มีให้เลือกถึง 4 Layout ​ ไม่ว่าจะเน้นครัวปิด หรือเน้นส่วน Living Area ขนาดใหญ่ และบางห้องยังได้มุมมองใหม่ๆ ด้วยแนวผนังที่ยื่นเปิดพื้นที่ออกไปด้วยครับ​

​สำหรับคนที่สนใจคอนโดพร้อมอยู่ “LIFE Ladprao Valley” โครงการกำลังจัดโปรโมชั่น จองเท่าไหร่ ลดเพิ่ม 10 เท่า สูงสุด 300,000 บาท แถมฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน และแพ็กเกจ TRUE Super Fiber นาน 1 ปีด้วยครับ ยังไม่หมดเท่านี้ พิเศษสำหรับแฟนเพจ เพียงแจ้ง code “LIVINGSP” จะได้รับกล้อง Gopro Hero 10 พร้อมอุปกรณ์ครบเซ็ทเพิ่มเติมเมื่อจองด้วยครับ คลิกลงทะเบียนรับสิทธิที่นี่เลย >> https://bit.ly/3AMLu3Y​

#LivingSneakPeek​#LifeLadpraoValley #CentralLadprao

Unseen Rock Canyon - Life ลาดพร้าว แวลลีย์

LIFE ลาดพร้าว – แวลลีย์

อีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมที่ยกความเป็นธรรมชาติ มาผสมผสานกับการอยู่อาศัยในหลากหลายไลฟ์สไตล์ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก Antelope Canyon เสมือนกับว่าเรากำลังใช้ชีวิตอยู่บนหุบเขากลางเมือง ตัวโครงการมีการออกแบบที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และที่สำคัญเมื่อเข้าไปด้านในเราจะเจอทั้งมุมสงบ และมุมสนุกที่จัดวางรวมกันไว้ได้อย่างลงตัว

โครงการยกพื้นที่กว่า 2 ไร่

เนรมิตให้กลายเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกบ้านโดยเฉพาะ เริ่มกันตั้งแต่พื้นที่เปิดโล่งด้านหน้าโครงการ ที่เตรียมมุมนั่งพัก นั่งรอ หรือนั่งคุยกับเพื่อนบ้าน รับลมสบายๆ ได้ในตอนเย็น

จักรยานภายในโครงการสามารถมายืมใช้บริการ ปั่นเบาๆ ออกกำลังกายในตอนเช้า หรือใครเบื่อๆ อยู่แต่ในห้องอยากชวนเพื่อนมาเปลี่ยนบรรยากาศซ้อนท้ายจักรยานขี่วนเล่นรอบโครงการก็ยังได้

ผ่านเข้าประตูด่านแรกที่ใช้ระบบเปิดปิด Touchless ลดการสัมผัส แถมยังสะดวกสบายหากวันไหนหิ้วของมาหนักๆ เต็มสองมือ เดินเข้ามาสแกนหน้าก่อนเข้าด้านในง่ายนิดเดียว

ซึ่งด้านใน Lobby ก็มีการออกแบบให้ดูหรูหรา โทนสีสบายตา เปรียบเสมือนหน้าบ้านของเจ้าของนั่นเอง หน้าบ้านน่ามองแบบนี้มันชวนให้รู้สึกเวลากลับบ้านเหมือนกันนะครับ

มีห้อง Co-Working สวยๆ เผื่อเวลาแขกนัดเข้ามาคุยงาน นัดพบปะเพื่อนฝูง หรือประชุมธุระกันก็สามารถมาใช้ห้องนี้ได้เลย มีแสงธรรมชาติจากด้านนอกเข้ามาได้อย่างเต็มที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยครับ

จากชั้น G เราสองคนกดลิฟต์ขึ้นมาชั้น 44 เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศที่เค้าว่า UNSEEN และพิเศษไม่เหมือนใคร พอเดินเข้ามาไม่เท่าไหร่เราก็รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึงครับ…ใช่แล้ว ผมมองเห็นความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นที่นี่

ROCK CANYON! หน้าผาจำลองความสูงมากกว่า 9 เมตร สูงชันเหมือนได้ปืนผาจริงๆ แถมยังมีอุปกรณ์การใช้งานเตรียมไว้ให้พร้อม…ทันใดนั้นเองจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังลอยเข้ามาในหัวผม

“มูกุงฮวา โกชี พีออซึมนีดา” หรือ เอ อี ไอ โอ ยู หยุด! (เพลงจากหนังเรื่อง Squid Game ที่กำลังเป็นกระแสโด่งดังอยู่ตอนนี้) ผมเกิดไอเดียในการแข่งขันกันในเวทีนี้ ผู้ชนะจะได้เข้าไปนั่งพักอย่างสบายอกสบายใจในห้องกว้างๆ แอร์ฉ่ำๆ ส่วนคนแพ้ก็ต้องทำงาน เก็บภาพมาฝากแฟนๆ Living Sneak Peek ทุกคนนี่แหละครับ ฮ่าๆ

ว่าแล้วเราก็เริ่มกันทีด่านแรกเล่นลุ้นตกกับ “ROCK CANYON ปีนให้สุด แล้วหยุดแบบคูลๆ” ใครปีนได้สูงที่สุดแล้วหยุดนิ่งให้ถ่ายรูปได้ท่าสวยกว่าจะเป็นผู้ชนะ โดยทางผู้คุม เอ้ย! น้องเจ้าหน้าที่อาคารได้เตรียมอุปกรณ์และขึ้นมาสาธิตวิธีการปืนผาจำลองแห่งนี้ให้กับผู้เล่นเบอร์ 1112 และ 1150 ครับ (เอ๊ะ หิวเหรอ)

อุปกรณ์ที่เค้าเตรียมมาให้จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ชิ้น คือรองเท้า ถุงชอล์ก และสายรัดเอว (ซึ่งถ้าลูกบ้านคนไหนต้องการใช้งานก็เพียงแค่ลงไปเบิกกับนิติครับ)

อุปกรณ์พร้อม ผู้เล่นเบอร์ 1112 พร้อม

เนื่องจากผมได้ผู้คุมมาเป็นพวกเรียบร้อย ผมจึงได้รู้วิธีการเล่นเกมส์นี้อยู่คนเดียวครับ

ใส่สายรัดเอวเรียบร้อย ผมก็ล้วงเข้าไปในถุงผ้าของผู้คุม กะว่าน่าจะได้เงินติดมาบ้าง

ล้วงขึ้นมาเห็นผงสีขาวๆ เกือบจะเอามาปะหน้าให้ขาวนวลท้าความร้อน แต่ดีนะที่ผู้คุมห้ามทัน

เพราะนี่คือ Chalk ที่มีไว้เพื่อให้มือเราไม่ลื่นไม่มัน ช่วยให้ยึดกับมือจับบนหน้าผาได้อย่างมั่นคงนั่นเองครับ

พร้อมแล้วผมก็เริ่มเกมส์อย่างมุ่งมั่น

ดันตัวขึ้นรอบแรกไม่เท่าไหร่ ดันรอบต่อไปขาสั่น

สำหรับผู้ที่เริ่มเล่นครั้งแรกแบบผมการขึ้นไปได้ประมาณ 1 เมตรถือเป็นความภูมิใจเอามากๆ ใครที่เคยลองปีนมาก่อนแล้วน่าจะเข้าใจวิธีเล่นดี แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยได้ลองสักที…

มาครับ อยากให้มาลองที่นี่ แล้วจะรู้ว่า “เหนื่อย” มาก ฮ่าๆ คือถือเป็นกิจกรรมที่เรียกเหงื่อได้ดีทีเดียว สังเกตว่าผาเค้าจะมีแบบยาก-ง่ายนะ ผู้คุมแนะนำให้ผมปีนขวาสุด เพราะที่จับค่อนข้างใหญ่และเรียงกันถี่ ไล่ลำดับความยากไปทางซ้ายเรื่อยๆ สามารถมาเล่นพร้อมกับเพื่อนได้ อุปกรณ์มีมาตรฐานมั่นใจเรื่องความปลอดภัยได้แน่นอนครับ

ผู้คุมแนะว่าให้ใช้แรงเท้าดันตัวขึ้น มากกว่าการใช้แรงแขน เพราะไม่งั้นกลับบ้านไปแขนระบมเหมือนผมแน่นอน ฮ่าๆ

เวลาปีนพยายามให้ลำตัวแนบกับผามากที่สุดมันจะได้ปีนง่ายๆ ส่วนเวลาจะโรยตัวลง อย่าคิดว่าตัวเองอยู่หน่วย SWAT ให้โรยตรงๆ ไม่ต้องเหวี่ยงออกไกล แบบนี้จะลงถึงพื้นได้อย่างสวยงามและไม่เป็นอันตรายครับ

ผมปืนขึ้นไปได้ถึงประมาณ 2 เมตร และหยุดค้างเพื่อหวังจะถ่ายภาพเท่ๆ และเป็นผู้ชนะในด่านนี้ แต่กลับพลาดท่าเสียที แขนสั่นเป็นเจ้าเข้า ทนไม่ไหวต้องโรยตัวลงมาเลยได้ภาพอย่างที่เห็นครับ “แช๊ะ!”

เอาหล่ะ และแล้วก็ถึงตาผู้เล่นเบอร์ 1150 นางลุกมาประกอบอุปกรณ์อย่างคล่องแคล่วว่องไว มั่นใจว่าจะชนะหล่ะสิ

เตรียมเอา Chalk ทามือจนขาวผ่องเรียบร้อย

“คิดว่าจะทาหน้าหล่ะสิ” มุกซ้ำไม่ได้แอ้มนางหรอก

เธอเริ่มปีนป่ายอย่างมั่นใจ แต่ก็ช่างไม่รู้อะไรเสียเลย….เกมส์นี้ผมเห็นแววผู้แพ้เข้าแล้วครับทุกคน

ทันทีที่เหงื่อไหลเข้าตา ผู้เล่น 1150 ปล่อยมือเพื่อมาเช็ดหน้า

ทันใดนั้นเธอก็พลาดท่าเสียที เสียการทรงตัวแล้วร่วงตกลงมาจากผาครับ

แต่ด้วยความตาดี เธอเหลือบไปเห็นกล้องจับภาพที่เป็นตัวให้คะแนนผู้ที่อยู่สูงและหยุดถ่ายภาพได้เท่ที่สุด เธอจึงใช้พลังแขนเฮือกสุดท้ายเกาะหน้าผาไว้แล้วหันไปมองกล้องด้วยสายตาอันเฉียบคม

และร่วงลงมาราวกับตัวเองเป็น Spiderman ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณอุปกรณ์ที่โครงการเค้าเตรียมไว้ให้ เราทั้งคู่จึงปลอดภัยไม่ได้รับการบาดเจ็บใดๆ นอกจากความเจ็บใจของผมที่แพ้อย่างราบคาบครับ

สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารครับ เพราะพื้นที่ส่วนกลางด้านในนี้เอื้ออำนวยต่อการแข่งขันมาก เรียกได้ว่าบรรยากาศชวนให้ลืมไปเลยว่าเราอยู่ในคอนโดย่านลาดพร้าวนะเนี่ย

ด่านต่อไปเราสองคนต้องวิ่งแข่งกันบน Skywalk Circuit เพื่อไปเก็บลูกแก้วที่ชั้นบนสุด ใครถึงก่อนก็จะเป็นผู้ชนะ 1150 อ่อนล้าหมดแรงจากการปืนเขาทำให้เธอวิ่งตามหลังผม

ความไวเป็นเรื่องของปิศาจ กดจองบัตรคอนเสิรต์ Bruno mars, Blackpink ผมก็ทำมาแล้ว ด่านนี้ผมจึงมั่นใจว่าชนะอย่างแน่นอน

ได้ยินเสียงฝีเท้าไวๆ ผมหยุดพักหายใจชั่วครู่ แล้วพอหันกลับไปดู

เธอไล่บี้ผมมาติดๆ แล้วครับ

ผมเลยเร่งสปีดเหมือนตัวเองเป็นแวมไพร์ทไวไลท์ วิ่งผ่านแนวต้นไม้เขียวชอุ่ม และทางเดินอันแข็งแรงนี้อย่างมั่นใจ

และในที่สุดผมก็วิ่งขึ้นมาถึงด้านบนสุด ได้เห็นชัยชนะท่ามกลางวิวสวยๆ ก่อนใคร แต่ทันทีที่ผมหันหลังกลับไปก็ไม่เห็นผู้เล่น 1150 แล้วครับ เธอหายไปไหนกันนะ หรือว่าอันที่จริงแล้ว ลูกแก้วไม่ได้อยู่ตรงนี้

ผมรีบวิ่งลงมาตามหาเธอและลูกแก้ว เริ่มจากโซน ACTIVE AREA ที่รวบรวมเครื่องออกกำลังกายสำหรับคนรักสุขภาพ ชอบทำกิจกรรม Active กลางแจ้ง

จากนั้นก็เปิดเข้าไปดูในห้อง Valley THEATER Lounge ห้องฉายหนังขนาดใหญ่ มีโซฟาที่ดูนั่งสบาย แอร์เย็นฉ่ำ พร้อมบรรยากาศชวนดูหนังเอามากๆ ผมเกือบพลาดก้าวขาเข้าไปนั่งพักเปิดหนังดูสักเรื่องแล้ว แต่ก็เรียกสติกลับคืนมาได้ว่านี่อาจเป็นแผนการหลอกล่อให้เราตกรอบได้ ดังนั้นผมจึงเดินไล่หาลูกแก้วและผู้เล่น 1150 ต่อไปครับ

เปิดเข้ามาในห้อง THE RESIDENCE หรือ CO-PARTY SPACE ห้องนี้มีมุมให้นั่งพักผ่อน เตรียมอาหารมาทานเล่น หรือจัด Private Party พร้อมมองวิวเมืองสวยๆ กันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งวิวเมืองตอนกลางคืนจากมุมนี้คงจะสวย เหมาะกับการสังสรรกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้ดีทีเดียวครับ

ส่วนอีกห้องคือ TERRARIUM LIBRARY อีกหนึ่งมุมพักผ่อน อ่านหนังสือทำงาน ที่มาพร้อมกระจกบานใหญ่เปิดโล่ง ซึ่ง 1150 ไม่น่าจะอยู่ห้องนี้ครับ เธอดูอ่อนล้าเกินกว่าจะมานั่งอ่านหนังสือตอนนี้ เพราะอยู่สบายแบบนี้ หลับแน่นอนฮ่าๆ

และสุดท้ายผมเข้าไปหาในห้อง ALPLINE LOUNGE หรือ SKY MEETING ROOM จะโหมดจริงจัง หรือโหมดเฮฮา ก็มาใช้เวลากันในห้องนี้ได้ครับ

ผมยังคงไม่ย่อท้อง่ายๆ เดินข้ามมาที่ AQUA VALLEY โดยไร้ผู้คุม โซนนี้มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ เปิดโล่งสู่วิว และลมธรรมชาติบนชั้น 44 และยังมีที่นั่งให้นั่งพักผ่อนชมวิว ได้ทั้งออกกำลังกายและผ่อนคลายไปในตัว

รวมไปถึงเครื่องออกกำลังกายใต้น้ำอย่าง HYDRO BIKE ZONE ซึ่งก็ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีใครซ่อนอยู่ เพราะมันดูจะช่วยเผาพลาญไขมันได้ดีมากจริงๆ 1150 นางไม่น่าจะอยู่แถวนี้ครับ

Vertico Gym FITNESS ROOM ขนาดใหญ่ เครื่องเล่นครบครัน มีให้เลือกเล่นเสมือนอยู่ใน GYM จริงเลย

เดินออกมาตรงทางขึ้น CRYSTAL ALLEY เจอตัวเข้าแล้วครับ! ไม่เจอลูกแก้วไม่เป็นไร เจอคู่แข่งก่อนก็ยังดี

เราเดินมาจนถึงด่านที่ 3 ด่านนี้เรียกได้ว่าทำมาดีมากๆ เพราะสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านบนเป็นพื้นอะคริลิกใสที่ช่วยเพิ่มลูกเล่น และความโดดเด่นของสระว่ายน้ำที่นี่ครับ

วิวด้านบนสวยงามจับจิตเลยครับ ขึ้นมาแล้วอยากเลิกเล่นเกมส์แล้วลงไปแช่น้ำ นอนมองท้องฟ้าเลย

ด่านนี้เราต้องลงสระเพื่อไปพิสูจน์ว่ากระจกใบนั้นแข็งแรงทนทานต่อแรงประทะได้ดีแค่ไหน

ทันใดนั้นเองผมก็เห็นผู้เล่น 1150 หยุดพักแล้วนั่งชิลล์อยู่ใต้ต้นไม้ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ พร้อมวิวสวยๆ ทำให้เธอไม่อยากลุกไปไหน หยุดพักสักครู่เธอจึงหันมาถามผมว่า “เราหยุดเกมส์นี้กันดีมั้ย”

ผมนี่รีบตอบตกลงทันที ดีใจที่เราคิดเหมือนกัน เพราะความสนุก การผจญภัย และการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี ได้เกิดขึ้นครบหมดแล้วที่นี่ เราสองคนจึงตัดสินใจหยุดเกมส์แล้วนั่งพักกันชั่วขณะ

ก่อนจะกดลิฟต์ลงมาที่ชั้น 6 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชั้นที่มีพื้นที่ส่วนกลาง แต่คราวนี้ยกความเป็นธรรมชาติมาใกล้ชิดการอยู่อาศัยได้มากขึ้น

THE AVALON สวนขนาดใหญ่กว่า 1 ไร่ จำลองให้เหมือนเราหลงเข้ามาในป่า มีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นแทรกซ้อนกันอยู่มากมาย หลากหลายมุม

รวมไปถึงสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ที่ยังคงสามารถว่ายพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ให้การอยู่อาศัยนี้ดูสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

มีที่นั่งเตรียมไว้ให้หลายจุด เสมือนหลงเข้ามาในป่าแล้วได้เจอถ้ำ ที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย และยังได้ความเป็นอิสระจากมุมมองโล่งๆ ในบรรยากาศสบายๆ

ผู้เล่น 1150 นั่งกอดเข่าแล้วนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เธอรู้สึกว่าหลังจากเราได้เติมเต็มสีสันให้กับชีวิตแล้ว ก็ถึงเวลาต้องพักผ่อนอย่างจริงๆ จังๆ เสียที เหมือนกับการได้ออกไปใช้ชีวิต พบเจอผู้คน สร้างสมประสบการณ์และความก้าวหน้าในชีวิต เมื่อถึงช่วงเวลาที่กลับมาในที่ๆ เรียกว่า “บ้าน” ก็คงมีเวลาที่อยากวางทุกอย่าง แล้วทิ้งตัวลงเบาๆ ลงบนเตียงเพียงแค่นั้น

เธอตัดสินใจส่งเงินมาให้ผม 55 บาท เพราะเป็นราคาค่าส่วนกลางของที่นี่ ซึ่งเอาจริงๆ เราเล่นกันเกินค่าส่วนกลางเข้าไปแล้ว…แต่เดี๋ยว เฮ้ย! มันไม่ได้สิครับ ค่าส่วนกลางเค้าคิดเพียง 55 บาทก็จริงแต่มันต่อตาราเมตรคร้าบ

เราทั้งคู่จึงตัดสินใจขึ้นมาดูห้องตัวอย่างขนาด 35 ตารางเมตร แบบ 1 Bedroom Flexible Type B3 เข้ามาด้านในจะเห็นว่าห้องเป็นแบบตอนลึก ได้ครัวเปิด แต่มีการแบ่งสัดส่วนห้องไว้ค่อนข้างลงตัว

เริ่มจากพื้นที่ส่วนครัวที่โครงการบิวท์อินมาให้เรียบร้อย ได้ทั้งเตาไฟฟ้าและเครื่องดูดควัน สามารถวางเครื่องซักผ้าไว้ด้านล่างเคาน์เตอร์ได้เลย

 

ถัดเข้ามาเป็นมุมทานอาหาร ซึ่งแน่นอนอยู่ที่นี่ไม่ต้องกินแต่ไข่ต้มกับน้ำอัดลม แล้วหยิบมานั่งกินคุดคู้อยู่บนพื้น (เหมือนในหนัง) ทำเมนูอาหารอันเลิศรสได้ตามชอบใจ แล้วยกมานั่งทานกันมุมนี้ได้แบบสบายๆ ไม่ต้องจับคู่แค่ 2 คน แต่พามาได้ทั้งทีม ยังมีที่เหลือๆ ครับ

ที่บอกว่าเค้าแบ่งห้องได้เป็นสัดส่วนดีเพราะ ห้องนั่งเล่นมีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นแบ่งไว้ให้ ช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว และถือเป็นการแบ่งพื้นที่การใช้งานในแต่ละวันได้ชัดเจน การจัดวางข้าวของ หรือทำความสะอาดก็ดูจะง่ายขึ้นตามไปด้วยครับ

ห้องน้ำให้มาครบครันทุกการใช้งานตามที่เห็น สุขภัณฑ์เป็นของ KOHLER, ฝักบัว GROHE และอ่างล้างมือจาก CRISTINA

เผลอแปบเดียว ก็หมดวันลงซะแล้ว LIFE ลาดพร้าว – แวลลีย์ เป็นโครงการที่ทำให้วันนี้พวกเราสองคนเพลิดเพลินกันมาก หวังว่าทุกคนจะได้ความสนุกกลับไป และหาเวลาเข้ามาลองสัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครแบบนี้เช่นกันครับ