รีวิวโครงการ : VENUE RAMA 9 อบอุ่น ปลอดภัย ใกล้ชิดธรรมชาติ

หนึ่งในต้องการของทุกคนช่วงนี้ก็คือการหาความสุขภายในบ้านใช่มั้ยครับ บ้านเปรียบเสมือนมุมปลอดภัย และความสบายใจเสมอมา แต่เราก็เพิ่งรู้ว่ามันสำคัญขนาดไหน ก็ตอนที่เราต้องอยู่แต่ภายในบ้านนี่แหละครับ ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการมีบ้านที่ดีเป็นพื้นฐาน ก็คงจะเป็นแหล่งพลังงานบวกที่จะสนับสนุนให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน แต่คนที่เลือกหาบ้านเดี่ยวคงจะต้องคิดกันหลายตลบว่า ใจก็อยากได้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง แต่ก็อยากจะเดินทางเข้าเมืองได้สะดวกด้วย บ้านที่เราพาชมวันนี้ อาจจะเป็นตัวเลือกที่ตอบความตั้งการทั้ง 2 ข้อได้ครับ

บ้านเดี่ยว เวนิว พระราม 9

โครงการจาก SC Asset ที่ได้รับการออกแบบให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ขนาดเริ่มต้นที่ 50.3 ตร.ว. มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 163 – 234 ตร.ม. บ้านขนาดใหญ่ของที่นี่มี Family Area ให้ใช้ร่วมกันทั้ง 2 ชั้น อยู่ติดถนนใหญ่ (ถ.กาญจนาภิเษกตะวันออก) ในทำเลที่เดินทางเข้าเมืองง่าย ใกล้ ถ.กรุงเทพกรีฑา มาพร้อมส่วนกลางทั้งคลับเฮ้าส์และสระว่ายน้ำ แถมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำให้คุณอุ่นใจได้ตลอด 24 ชม. ในราคาเริ่มต้น 7-10 ล้านบาท

ทำเลและการเดินทาง

VENUE RAMA 9 ตั้งอยู่บนถนนเรียบวงแหวนฯ กาญจนาภิเษกตะวันออกครับ ถนนนี้เชื่อมต่อกับถนนศรีนครินทร์ – ร่มเกล้า (กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ซึ่งจะทำให้การเดินทางไปโซนศรีนครินทร์และรามคำแหงตอนต้นสะดวกขึ้นมาก ที่สำคัญยังใกล้กับมอเตอร์เวย์อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทั้งกับคนที่ทำงานย่าน CBD ฝั่งพระราม 9 และฝั่งสนามบินสุวรรณภูมิ แต่นอกเหนือจากเวลาทำงาน ก็คงนึกว่าจะไปไหนได้บ้างใช่มั้ยครับ จากตรงนี้สามารถไปเดินไลฟ์สไตล์มอลล์อย่าง สัมมากร เพลส ราม 110, The Paseo Town รามคำแหง หรือซื้อของจุกจิกที่ Tesco Lotus และ Big C สุขาภิบาล 3 ได้ในไม่กี่นาที  หรือถ้าอยากช้อปปิ้งเต็มที่ก็ไปที่ The Mall รามคำแหง หรือเซ็นทรัลพระราม 9 ไปเลยก็ได้

คนที่มีแผนสำหรับเจ้าตัวเล็ก ที่นี่ยังมีสถานศึกษารายล้อมพร้อมไว้ตั้งแต่เล็กยันโตอย่าง รร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า, รร.สารสาสน์วิเทศร่มเกล้า หรือ รร.นานาชาติทั้ง ASCOT, RAIS, Brighton College ไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัยอย่าง ABAC, NIDA และเกษมบัณฑิตให้อุ่นใจว่าลูกได้อยู่ใกล้บ้านไปได้ยาวๆ แถมไม่ไกลจาก รพ.สมิติเวช และ รพ.รามคำแหงเพื่อความอุ่นใจด้านสุขภาพอนามัยด้วยครับ

ภาพรวมโครงการ

เวนิว พระราม 9 อยู่ในพื้นที่ที่เป็นอาณาจักรของ SC Asset ในโซนนี้ครับ ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วย 3 โครงการ ทั้ง VERVE พระราม 9 (ทาว์นโฮม) Bangkok Boulevard (บ้านเดี่ยว Luxury) และเวนิว พระราม 9 บ้านเดี่ยวขนาดกลาง ข้อดีคือ เมื่อเป็นพื้นที่ของโครงการทั้งหมด เค้าก็สามารถบริหารจัดการ ทั้งบำรุงรักษา และออกแบบสภาพแวดล้อมให้สวยงามเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พื้นที่เฉพาะโครงการเวนิว พระราม 9 ที่เราพาชม มีขนาด 34 ไร่ รวมทั้งหมด 143 ยูนิต แม้โครงการนี้จะสะดวกตรงอยู่ติดถนนใหญ่ แต่ขอบอกว่าสงบและเป็นส่วนตัวมาก เพราะเค้าวางตำแหน่งหมู่บ้านถัดเข้าไปด้านในอย่างเป็นสัดส่วน จุดเด่นที่เราเห็นจุดแรกก็คือถนนทางเข้าหมู่บ้านขนาดใหญ่ถึง 4 เลน มีต้นไม้เรียงรายเป็นเกาะกลาง ดูสะอาดสอ้าน แถมแยก Bike Lane และ Jogging Track ไว้ต่างหาก ทำให้ลูกบ้านสามารถใช้ได้ออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยและสบายใจเลยครับ

เมื่อผ่านซุ้ม รปภ. หลักของโครงการ เราได้รับการต้อนรับด้วยรอยยิ้ม และคำพูดอย่างเป็นมิตร แถมยังจัดแจงล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลก่อนแลกบัตรจากมือเราอีกต่างหาก เช่นเดียวกับบรรดาแม่บ้าน ที่ออกมาต้อนรับทั้งใส่หน้ากากอนามัย และมีอุปกรณ์วัดไข้เป็นอาวุธประจำกาย ผมก็สามารถยืนยันได้อีกเสียงนะครับว่า ใครมาชมโครงการช่วงนี้ก็อุ่นใจได้ บรรยากาศด้านในค่อนข้างเป็นส่วนตัวนะครับ แต่ละซอยมีบ้านเพียง 6-8 หลัง เราได้เดินชมบ้านตัวอย่างทั้ง 3 Type ที่ออกแบบด้วยคอนเซปต์ “Organic Living” ก็ได้เห็นว่าตัวบ้านมีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นสีสันแบบ Earth tone และการดีไซน์เสาบ้านให้โค้งมน ลดความเป็นเหลี่ยมมุมที่เราเคยชิน ซึ่งทั้ง 3 แบบ มีรายละเอียดดังนี้ครับ

  • แบบ HAZEL มีพื้นที่ใช้สอย 163 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 50.3 ตร.วา (รวม 31 ยูนิต) จุดเด่นคือ แม้จะเป็นบ้านขนาดเริ่มต้น แต่มีฟังก์ชั่นใช้งานครบถ้วน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ มีพื้นที่ Living Area, Dining Area, ครัว (ซึ่งสามารถทำครัวปิดสำหรับครัวไทยได้) พร้อมที่จอดรถ 2 คัน
  • แบบ ROWAN มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นเป็น 213 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 50.3 ตร.วา (รวม 71 ยูนิต) สำหรับ Type นี้จะได้ห้องนอนเพิ่มขึ้นเป็น 4 ห้อง, 3 ห้องน้ำ และได้ Family Area เพิ่มขึ้นมาบริเวณชั้น 2 ครับ
  • แบบ WILLOW มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุด คือ 234 ตร.ม. บนที่ดินเริ่มต้น 52.3 ตร.วา (รวม 41 ยูนิต) สิ่งที่แตกต่างกับแบบอื่นก็คือ มีพื้นที่ Foyer บริเวณทางเข้าบ้านเพิ่มขึ้นมา และพื้นที่ใช้สอยบริเวณต่างๆ มีขนาดใหญ่ขึ้นครับ

จุดเด่นของบ้านทุกแบบที่มีเหมือนกันคือ ระบบช่วยลดความร้อน ทั้งผนัง Q-CON การใช้สีกันความร้อน และกระจกเขียวตัดแสงช่วยกรอง UV, ระบบป้องกันปลวก, ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Magnetic and Shock Sensor ที่จะส่งสัญญาณไปยังศูนย์รักษาความปลอดภัยและโทรศัพท์มือถือของเจ้าของบ้าน และที่สำคัญก็คือ การคิดเผื่ออนาคตสำหรับคนที่อยากต่อเติมบ้าน เพราะเค้าได้วางเสาเข็มเตรียมไว้บริเวณโรงรถ และลานซักล้างหลังบ้านไว้เรียบร้อยแล้วด้วยครับ

สิ่งอำนวยความสะดวก

ที่นี่มีพื้นที่ส่วนกลางจัดไว้ 2 โซน ส่วนแรกอยู่บริเวณด้านหน้าใกล้กับทางเข้าเป็นพื้นที่ของ Club House ที่มีทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และ Kids club ให้บริการลูกบ้านได้มีพื้นที่ออกกำลังกาย พร้อมกับพาเจ้าตัวเล็กมาทำกิจกรรมสนุกๆ ให้อยู่ในสายตาได้ เพราะ Kids Club นั้นอยู่ในโซนเดียวกับฟิตเนสเลยครับ ส่วนที่สองอยู่ถัดเข้าไปด้านในโครงการ เป็นพื้นที่ของสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ ให้ได้วิ่งเล่น และออกกำลังกายแบบ Outdoor ยามเย็น

ราคาและโปรโมชั่น

โครงการ VENUE RAMA 9 ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 7-10 ล้านบาท และใครที่สนใจตอนนี้เค้ามีโปรโมชั่น XXXXX แฟนเพจ Living Sneak Peek ที่สนใจสามารถคลิกลงทะเบียนได้ที่นี่ https://www.scasset.com/th/house/venue-rama-9/ >>> เพื่อนัดหมายเข้าชมและรับสิทธิพิเศษจากโครงการครับ

มาถึงตรงนี้หลายคนคงอยากจะชมแบบบ้านสวยๆ ที่นี่แล้ว ไปดูพร้อมกันกับเราด้านในได้เลยครับ

#LivingSneakPeek #SCAsset #VENUERAMA9

แอบดูบ้าน >> VENUE RAMA 9 อบอุ่น ปลอดภัย ใกล้ชิดธรรมชาติ

อย่างที่บอกว่าที่นี่เค้ารวมทั้ง 3 โครงการไว้บนที่ดินผืนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Verve พระราม 9,  Bangkok Boulevard และ VENUE RAMA9 (บ้านของเราในวันนี้) ดังนั้นเมื่อผ่านจุดรักษาความปลอดภัยด่านแรก ที่อยู่บริเวณทางเข้าด้านหน้าสุดมาแล้ว ขับตรงเข้ามาช้าๆ ตามทางที่มีร่มไม้ใบเขียวเคลื่อนไหวให้เห็น โยกไปย้ายมาเสมือนเป็นแขนซ้ายขวาที่กำลังโบกต้อนรับการกลับบ้านของเราครับ

ตรงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดรักษาความปลอดภัยที่ช่วยย้ำความมั่นใจให้ลูกบ้านและช่วยตรวจตราคนภายนอกที่จะเข้ามาในโครงการของเรา โดยลูกบ้านสามารถเข้า-ออกโครงการได้ง่ายๆ ด้วยระบบ Easy Pass … เห็นแบบนี้แล้วก็เตรียมเปิดไฟซ้าย แล้วเลี้ยวเข้าไปอย่างช้าๆ ปิดเสียงเพลงบรรเลงจากวิทยุ พร้อมจะโกนออกมาดังๆ ว่า “ดีใจจังถึงบ้านแล้ว!” ได้เลย

แล้วเมื่อเข้ามาด้านในก็จะเห็น Club House อยู่ด้านขวามือ พื้นที่ด้านล่างจะเป็นสระว่ายน้ำ เข้าไปด้านในก็คือส่วนของสำนักงานขาย และถ้าขึ้นไปชั้น 2 จะมีห้องฟิตเนส และ Kids Club ครับ  แหม่…อากาศร้อนแบบนี้ มันช่างน่าหย่อนตัวลงน้ำให้ชื่นใจจริงๆ เลย

สระว่ายน้ำที่นี่เป็นสระระบบเกลือความยาว 15 เมตร พร้อมมีสระเด็กไว้รองรับลูกๆ หลานๆ ให้ได้มาเล่นสนุกกันครับ

พื้นที่ตรงนี้สามารถปล่อยให้ลูกเล่นซนกันได้ โดยที่ยังอยู่ในสายตาขณะที่เราสามารถออกกำลังกายไปด้วยได้ครับ

ถ้าเข้ามาในโครงการจะมีสวนส่วนกลางไว้ให้ทุกคนได้มาเดินเล่น สูดอากาศ ออกกำลัง เปลี่ยนบรรยากาศกันด้วยครับ

โครงการมีบ้านทั้งหมด 143 หลัง ซึ่งแต่ละซอยซ้ายขวาจะมีบ้านคละแบบกันไป มีต้นไม้ ใบเขียวให้ดูสบายตาตลอดสองข้างทาง

WILLOW พื้นที่ใช้สอย 234 ตารางเมตร

เรามาเริ่มกันที่บ้านแบบ WILLOW พื้นที่ใช้สอย 234 ตร.ม. ซึ่งมีพื้นที่ให้ใช้งานในทุกกิจกรรมกันได้อย่างเต็มที่มากๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นที่มีขนาดใหญ่ ครัวปิดกว้างๆ พื้นที่ Family Area ไปจนถึงห้องนอนที่มาพร้อมกระจกบานใหญ่ อยู่สบายจนทำให้ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนเชียวแหละครับ และเพื่อให้การอยู่อาศัยได้ขยับเข้าใกล้และกลมกลืนกับธรรมชาติมากขึ้น โทนสีที่ใช้ก็คงจะหนีไม่พ้น Earth Tone และที่สำคัญคือตัวเสาของบ้าน ทำเป็นแบบโค้งมนไม่มีเหลี่ยมมุม สอดรับกับลักษณะของธรรมชาติ และดูเรียบง่ายอย่างมีเอกลักษณ์

นำรถเข้าจอดเรียบร้อย ก็ได้เวลาเดินเข้าบ้านอันแสนอบอุ่นของเรา …

แบบบ้าน WILLOW นี้ มี 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ห้องนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหารมีการเชื่อมโยงถึงกันแบบสบายๆ สามารถจอดรถได้ 2 คัน และให้กระจกเข้ามุมที่ช่วยทำให้บ้านดูโปร่งมากขึ้น ด้านในจะน่าอยู่แค่ไหน ตามมาดูพร้อมๆ กันเลยครับ

แง้มบานประตูออกช้าๆ เข้ามาจะเจอในส่วนของ Foyer ซึ่งก็คือโถงทางเข้าบ้านที่สามารถรังสรรและตกแต่งให้ดูสวยงามได้อย่างใจ เป็นอีกหนึ่งจุดของบ้านที่สามารถสร้างประโยชน์เพิ่มได้ เช่น ทำเป็นที่นั่งใส่รองเท้าคู่โปรด ยิ่งถ้าคุณแม่ คุณพ่อเราเริ่มสูงวัยแล้ว ทำที่นั่งเตรียมไว้ ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้อีกเยอะเลยครับ

เมื่อวางข้าวของสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เอนตัวลงบนโซฟาตัวนุ่มแล้วหลับตาถอนหายใจเข้าออกช้าๆ รับรู้ถึงความผ่อนคลายกันสักหน่อย ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจด้านในกันต่อ

และด้วยความที่ส่วน Living Area ตรงนี้ ค่อนข้างกว้างขวาง ทำให้มีพื้นที่รองรับแขกที่มาเยี่ยมเยียน หรือสมาชิกในบ้านให้เข้ามานั่งพูดคุย และใช้เวลาร่วมกันบริเวณนี้ด้วยกันได้แบบสบายๆ เลยครับ

เมื่อนั่งพักจนหายเหนื่อยแล้วก็ลองเดินมาดูที่โซนรับประทานอาหารกันบ้าง จะเห็นได้ว่าในส่วนนี้สามารถจัดวางโต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่เตรียมไว้ได้สำหรับหลายที่นั่งเลยครับ หรือจะปรับให้ดูคูลขึ้นเหมือนในภาพ ด้วยการทำเป็นคล้ายๆ เคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ เผื่อว่าวันปีใหม่ วันสงกรานต์ วันฮัลโลวีนครอบครัวไหนอยากจัดปาร์ตี้กัน พื้นที่ตรงนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเชียวแหละ

ด้านหลังถ้าใครไม่ต้องการสนามหญ้า ก็สามารถต่อเติมเป็นพื้นที่สำหรับนั่งอ่านหนังสือยามเย็น วางโต๊ะเล็กๆ และเก้าอี้สักตัวสองตัว ก็ดูน่ารักและได้พื้นที่สำหรับทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มขึ้น

ต่อมาจะเห็นว่ามีห้องอเนกประสงค์อยู่หนึ่งห้องด้านล่าง ก่อนที่จะตรงไปเจอกับห้องครัว ซึ่งห้องนี้โครงการทำกระจกเข้ามุมมาให้ตามแบบเลยครับ ทำให้บ้านดูไม่อึดอัด แถมยังช่วยให้คนที่ใช้งานอยู่ด้านในได้มีมุมมองที่สบายตา ไม่รู้สึกคับแคบจนเกินไปด้วยครับ

ห้องทำงานฟังก์ชั่นครบ ใช้งานได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะนั่งพิมพ์รายงานการประชุม หรือปรับมุมนี้ให้เป็นห้องดูหนังก็ยังได้ พื้นที่เหลือเฟือพอให้วางโซฟาตัวยาวได้ และที่สำคัญห้องนี้รับวิวและแสงธรรมชาติจากหน้าบ้านได้แบบเต็มตาเลยทีเดียวครับ

ตัวโครงการมีจุดควบคุมระบบความปลอดภัยภายในบ้านให้ได้ใช้งานกันง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส เราสามารถเลือกตั้งค่าเปิด-ปิดการแจ้งเตือนสัญญานกันขโมยได้ที่จุดนี้ครับ

ตรงนี้เป็นห้องน้ำด้านล่างครับ ก็จะเอาไว้ต้อนรับแขก ญาติพี่น้องที่มาบ้านเรา หรือถ้ามีใครมาค้างคืนด้วยที่บ้านก็ไม่ต้องวิ่งขึ้นลงแย่งกันอาบน้ำครับ เพราะห้องนี้มีฝักบัวสำหรับอาบน้ำติดตั้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

มีช่องแสงส่องเข้ามาได้ค่อนข้างเยอะด้วยครับ

กลับบ้านมาเหนื่อยๆ อย่าลืมเดินเข้ามาเปิดตู้เย็นดื่มน้ำเก๊กฮวย หล่อฮั่งก้วย หรือแดงมะนาวโซดา ในครัวที่แสนจะกว้าง พื้นที่ใช้สอยจัดเต็ม จะเห็นได้ว่าถ้าคุณแม่บ้าน พ่อบ้านที่ต้องใช้ห้องครัวอยู่บ่อยๆ สามารถติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวได้ทั้งสองฝั่ง แถมชวนคุณน้องๆ หนูๆ มาช่วยกันทำกับข้าวได้อย่างไม่อึดอัดเลยครับ

พื้นที่ด้านหลังที่เป็นลานซักล้าง สะดวกสบายได้ด้วยพื้นกระเบื้องที่โครงการเตรียมพร้อมไว้ให้แล้ว และที่สำคัญถ้าใครต้องการต่อเติมเพิ่มอีกห้องนึงในพื้นที่ตรงนี้ก็จะง่ายมากขึ้น เพราะโครงการมีการลงเสาเข็มให้แล้วเรียบร้อย คิดเผื่อคนชอบแต่งบ้านนั่นแหละครับ

จากนั้นเดินขึ้นมาสำรวจชั้น 2 กันต่อ

และแน่นอนว่าพื้นที่ว่างระหว่างห้องด้านบนสามารถจัดให้เป็น Family Area ได้อย่างลงตัว เนื่องจากมีพื้นที่เหลือๆ ให้พอวางโซฟาตัวใหญ่ ชั้นวางทีวี ทั้งยังมีกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงเข้ามาในบ้านไม่ให้มืดทึบ ทำให้บริเวณนี้เราเนรมิตเป็นอีกหนึ่งมุมดูหนัง เล่นดนตรี หรือเป็นมุมทำงานได้เลยครับ

ห้องนอนใหญ่ห้องแรก วางเตียง 6 ฟุตได้เหลือๆ มีการเจาะช่องแสงบริเวณข้างหัวเตียงไว้เพื่อความปลอดโปร่ง

พื้นที่ระเบียงอันนี้ผมชอบมาก เพราะมีพื้นที่กว้างขวาง เชื่อมตั้งแต่ Family Area ไปจรดห้องนอน หมายความว่า ถ้าวันไหนอากาศดีๆ เราก็สามารถออกมายืนรับลม ชมวิว หรือทักทายเพื่อนบ้านได้แบบชิลล์ๆ ครับ

มีที่ว่างสำหรับทำเป็น Walk-in Closet ได้ด้วย

ในส่วนของห้องน้ำ ก็จะได้ตามแบบนี้เลย

ห้องนอนที่สอง แต่งมาเอาใจคุณหนูๆ เป็นพิเศษ จัดวางเตียงเดี่ยวขนาด 3 ฟุตได้ 1 คู่แบบพอดีๆ ด้านข้างมีหน้าต่างเปิดรับแสง ได้ด้วยครับ โครงการลองทำตัวอย่างหน้าต่างแบบเป็นบานเลื่อน ให้เจ้าตัวเล็กได้เลื่อนเปิดปิดเองได้แบบง่ายๆ เป็นไอเดียที่น่ารักดีครับ

บนชั้นสองนี้ก็มีห้องน้ำที่สองสำหรับใช้งานร่วมกันได้อยู่บริเวณด้านนอกครับ

อีกหนึ่งห้องนอนสุดท้าย ก็ยังคงกว้างขวางครับ มีหน้าต่างบ้านใหญ่ให้เปิดรับแสงได้อย่างเต็มที่บริเวณหัวเตียง

และยังสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้าเข้าไปได้อีกโดยไม่ทำให้รู้สึกอึดอัด

แบบบ้านหลังที่สองนี้ มี Layout ไม่ต่างจากแบบแรกมากครับ เพียงแต่จะไม่มี Foyer บริเวณหน้าทางเข้าบ้าน ส่วนพื้นที่การใช้งานอื่นๆ ยังคงครบครันเหมือนเดิม ลองไปเดินสำรวจพร้อมๆ กันครับ

บริเวณตรงกลางของตัวบ้าน มีห้องอเนกประสงค์ที่เราสามารถเนรมิตให้กลายเป็นห้องต่างๆ ได้ตามใจชอบ อย่างห้องที่บ้านตัวอย่างนี้เค้าก็ทำเป็นห้องดูหนังแบบส่วนตัวๆ ไปเลยครับ

ตรงเข้าไปจะพบกับพื้นที่ครัว และมีประตูที่สามารถเปิดออกไปลานจอดรถได้ครับ

ครัวในแบบบ้านนี้ก็จะมีขนาดเล็กลงมาหน่อยครับ

Family area ที่อยู่บริเวณชั้นสองตรงนี้ก็มีให้เช่นกัน ซึ่งเราก็สามารถจัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้ ทำให้เป็นมุมสบายๆ สำหรับสมาชิกในครอบครัว ได้ออกมานั่งพูดคุยกัน และที่สำคัญพื้นที่ตรงนี้ช่วยให้บ้านบริเวณชั้นสองดูสบายตามากขึ้นด้วยครับ

มีพื้นที่สำหรับวางโต๊ะทำงานเล็กๆ ไว้ข้างเตียงด้วยครับ

ห้องน้ำด้านในห้องนอน Master

บ้านจะได้วอลเปเปอร์สีครีมแบบนี้ทั้งหลังเลยครับ

ห้องนี้ตกแต่งเพื่อลูกชายโดยเฉพาะ ทำซุ้มโค้งพร้อมวาง Day Bed เข้าไป ทำให้มีพื้นที่เหลือได้ทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

บ้านแบบสุดท้ายคือ HAZEL ก็จะเป็นขนาดเริ่มต้นของโครงการนี้ครับ โดยจะมี 3 ห้องนอน, 3 ห้องน้ำ, Living Area, Dining Area, Kitchen และ 2 ที่จอดรถ ครับ

ครัวก็จะมีขนาดกะทัดรัดขึ้นมาหน่อย บ้านนี้เป็น Type เดียวที่ไม่ได้ทำครัวปิดมาให้ แต่เราสามารถติดตั้งได้เองทีหลังครับ

ห้องนี้ก็จะแต่งมาแบบคุมโทนหน่อยครับ ให้สีที่ค่อนข้างเข้ม แต่ก็มีสีเขียวของต้นไม้มาตัดเพิ่มความสดชื่นให้ห้องดูน่าสนใจมากขึ้น

เป็นยังไงกันบ้างครับ กับบ้าน VENUE RAMA9 ที่ผมพามาชมในวันนี้ ดูอบอุ่น อยู่สบาย และมีพื้นที่รองรับความต้องการของทุกครอบครัว ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้น หรือเป็นครอบครัวใหญ่ โครงการนี้ยังให้ความเป็นส่วนตัวและปลอดภัยด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่ชวนให้อุ่นใจ แถมมั่นใจได้ว่าสภาพแวดล้อมโดยรอบจะยังคงได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพราะอยู่ในอาณาจักรที่ SC Asset เค้าดูแลเองทั้งหมดนั่นเองครับ

ใครที่สนใจก็สามารถลงทะเบียนในลิงค์นี้ได้เลยครับ   แล้วติดต่อเข้าไปชมโครงการได้ทุกวัน รับรองว่าเค้าดูแลเป็นอย่างดี เพราะเราก็ลองมาแล้วเช่นกัน โดยช่วงนี้เค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษ……

ข่าวสารน่ารู้