fbpx

แอบดูคอนโด XT HUAIKHWANG ​ ใกล้ MRT ห้วยขวาง ส่วนกลางจุใจ สไลเดอร์ลอยฟ้า​

คอนโด XT HUAIKHWANG

วันนี้ Living Sneak Peek พาทุกคนมาดูคอนโดพร้อมเข้าอยู่ “XT ห้วยขวาง” จากแสนสิริครับ ที่นี่อยู่ติดถนนใหญ่รัชดาภิเษก ใกล้ MRT ห้วยขวางเพียงแค่ 75 ม. นอกจากทำเลที่เดินทางสะดวก จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่กว่า 4 ไร่ ซึ่งนอกจากออกแบบด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์แล้ว ยังมีหลากหลายรองรับทุกกิจกรรมไม่ว่าคุณจะชอบใช้สมาธิเงียบๆ หรือว่าเบิร์นแครอลี่ให้อะดรีนาลีนสูบฉีด ในราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาทครับ​

​รู้จักโครงการ​

XT ห้วยขวาง เป็น 1 ใน 3 ทำเลของซีรีย์ XT ของแสนสิริ อันประกอบด้วย XT พญาไท, XT เอกมัย และ XT ห้วยขวาง ตอนเปิดตัวนี่เป็นคอนโดที่มีคอนเซปต์เฉพาะตัวแบบที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน ด้วยการมี Co-Sharing Facilities ที่แตกต่างกันของแต่ละที่ให้ลูกบ้านในซีรีย์ XT เวียนกันใช้ได้ เท่ากับว่าเรามี Facilities มากกว่าพื้นที่ที่ควรจะมีได้ ไอเดียดีเนอะ และอีกส่วนหนึ่งที่โดดเด่นก็คือเรื่องของงานดีไซน์ ซึ่งลืมภาพความน่าเบื่อและ Pattern เดิมๆ ของคอนโดไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้โทนสี การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างกันมาอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ซึ่งทุกคนจะได้เห็นในการพาทัวร์คอนโดที่นี่กันครับ​

​ทำเลและการเดินทาง​

XT ห้วยขวางอยู่ติดถนนใหญ่รัชดาภิเษกฝั่งขาเข้าพระราม 9 บริเวณก่อนถึงแยก รัชดาฯ – ห้วยขวาง เทียบระยะจากหน้าโครงการไปยัง MRT ห้วยขวางก็ประมาณ 75 ม. เท่านั้นเองครับ เพียงแค่ว่าพื้นที่โครงการจะเป็นลักษณะขอขวดจากทางเข้าไปสู่พื้นที่ขนาดใหญ่ด้านใน ซึ่งผมว่าระยะประมาณนี้เดินสบายๆ แต่ถ้าใครไม่อยากเดินจะนั่งรถกอล์ฟที่เค้ามีบริการก็ได้ครับ ในทางกลับกันข้อดีของผืนดินลักษณะแบบนี้ก็คือ ตัวโครงการจะไม่ประชิดถนนใหญ่ได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นครับ​

​การเดินทางด้วย MRT จากห้วยขวางนี้เพียงแค่ 1-2 สถานี ก็ไปแหล่งช็อปปิ้งอย่าง Esplanade, Central พระราม 9 ได้ 3 สถานี ก็ถึง Interchange สายสีเขียวที่อโศก และเพียง 7 สถานีก็ถึงสีลม สิ่งที่แตกต่างจากโซนต่างๆ เหล่านั้นคือ แถวนี้ออกจะดูไม่วุ่นวายเท่า ผมว่าคนที่ทำงานสีลม หรือพระราม 9 ถ้าไม่อยากอยู่ใจกลางความอึกทึก อยู่แถวนี้ก็น่าจะตอบโจทย์อยู่เหมือนกันนะครับ ส่วนคนใช้รถ ตำแหน่งที่ตั้งโครงการก็อยู่เหมือนๆ จะกึ่งกลางระหว่างเส้นลาดพร้าว และพระราม 9 ทั้งยังเชื่อมต่อกับเส้นวิภาวดีอีกด้วย ก็ถือว่าเป็นทำเลที่สะดวก เพียงแต่ว่าอาจจะรถหนาแน่นหน่อยด้วยความที่เป็นถนนที่เชื่อมต่อไปยังย่านชุมชนเยอะครับ​

ภาพรวมโครงการ​

XT ห้วยขวางมีพื้นที่ทั้งหมดราว 6 ไร่ ลักษณะเป็นอาคารสูง 2 ทาวเวอร์ (อาคาร A 43 ชั้น และ อาคาร B 13 ชั้น) ที่เชื่อมต่อกันด้วยพื้นที่ส่วนกลางบริเวณชั้น 6 รวมห้องพักอาศัยทั้งหมด 1,404 ยูนิต (มีร้านค้าในโครงการด้วย 1 ยูนิต แต่วันที่เราไปดูยังไม่สรุปแบรนด์นะครับ) วิธีแยก 2 ทาวเวอร์แบบนี้ก็ช่วยกระจายความหนาแน่นของจำนวนห้องลงไปได้​

​สิ่งที่ทำให้คอนโดนี้น่าสนใจอย่างที่เราบอกไปเบื้องต้นก็คือเรื่องของดีไซน์และพื้นที่ส่วนกลางนี่แหละครับ เราได้เห็นความกระฉับกระเฉงในเส้นสาย และโทนสีที่เลือกใช้ ที่ยังแฝงความสนุก และเปิดกว้างจินตนาการในทุกพื้นที่ ในขณะที่มีความ Luxury เคียงคู่กันไปด้วย โดยสิ่งหนึ่งที่เราเห็นการออกแบบแฝงไว้ในหลายๆ ส่วนก็คือดีไซน์ของ Spiral ที่สะท้อนการเติบโต ความเข้มแข็ง และยังน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน เค้านำไปใช้ในบันไดวนที่สวยเด่นมีเอกลักษณ์ ใช้ในสไลเดอร์ลอยฟ้าบนชั้น Rooftop ที่ความสูง 43 ชั้น ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับคอนโดเชิง Residential แบบนี้ แม้แต่ในแชนเดอเลียร์ในล็อบบี้ของทั้ง 2 อาคาร ยังใช้ดีไซน์นี้เลย ถือว่าลูกเล่นที่แฝงเอาไว้ให้เราได้เพลิดเพลินไปกับมันครับ​

รายละเอียด Facilities ที่นี่เยอะจริงๆ ซึ่งผมอยากจะชวนให้เข้าไปดูด้านใน ขอสรุปบางส่วนให้เห็นภาพ ไล่มาตั้งแต่ Lobby Area, Co-sharing Facilities (Photo Studio ที่จัดแสงถ่ายภาพไว้ให้ดีจริงๆ, Cooking Studio, Art & Craft Studio), EV-Charing station, พื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง, Oasis Garden, Relaxing Garden สวนไล่ระดับ 4 ชั้น พร้อมมุมนั่งพักผ่อนหลากหลาย, Outdoor Theater, สระว่ายน้ำพร้อมสไลเดอร์ 2 ชั้น, ฟิตเนส, Exercise Studio, ห้องปีนผา, Yoga Room, Tea Room, Game Room, Co-working Space ฯลฯ พูดง่ายๆ ก็คือ มีหลากหลายไล่ตั้งแต่ชั้นล่างไปสู่ชั้นบนสุด หลากหลายกิจกรรม ทั้ง Active และ Passive รวมอยู่ที่นี่ที่เดียวครับ ​

​ยูนิตพักอาศัย​

ห้องที่นี่มีทั้งหมด 4 Type ได้แก่ แบบ 1 Bed ขนาด 27.25-30 ตร.ม., แบบ 1 Bed ขนาด 34-34.75 ตร.ม., แบบ 2 Bed 1 Bath ขนาด 50 ตร.ม. และ แบบ 2 Bed 2 Bath ขนาด 52.75-69.75 ตร.ม. ซึ่งห้องที่เราจะพาชมในวันนี้จะเป็นห้อง Type เริ่มต้น และ Type ใหญ่สุดของโครงการครับ​

เช่นเคยสำหรับแฟนเพจ Living Sneak Peek ที่สนใจ ตอนนี้โครงการมีโปรโมชั่น เอ็กซ์ที ห้วยขวาง 3.99 ล้าน* ​

  • ฟรี แสนสิริผ่อนให้ 3 ปี* ​
  • ฟรี ค่าส่วนกลางนาน 3 ปี* ​
  • ฟรี เฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ต* หรือรับเงินคืนสูงสุด 900,000 บาท* ​

แพ็คกระเป๋าตอนนี้ แล้วมาแฮปปี้กับคอนโดน่าอยู่ กู้ไม่ผ่านคืนเงิน**​

เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2564 ครับ​

​สามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ และจองคิวเพื่อชมโครงการอย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัวได้ที่ >>> http://siri.ly/X5nj5x8 ถ้าพร้อมแล้วเข้าไปชมโครงการแบบจุใจด้านในได้เลยครับ

#livingsneakpeek​ #Sansiri #XT #XTHUAIKHWANG

คอนโด XT HUAIKHWANG

โครงการ XT ห้วยขวาง ถือเป็นหนึ่งในตระกูล XT ไลฟ์สไตล์คอนโดมิเนียมที่มีความน่าสนใจและโดดเด่นไม่เหมือนใคร ตั้งแต่รูปแบบห้องที่หลากหลาย พื้นที่ส่วนกลางสามารถที่ใช้ร่วมกันได้กับทุกทำเลภายใต้แบรนด์ XT และที่สำคัญอยู่ใกล้รถไฟฟ้า MRT ห้วยขวางเพียง 75 เมตรเท่านั้นครับ

พื้นที่ส่วนกลางถือเป็นพระเอกของที่นี่เลยก็ว่าได้ เพราะเค้าให้มาเยอะและทำออกมาอย่างดี เราสองคนแวะไปแป๊บเดียว ยังได้รูปสวยๆ กลับมาเพียบ แถมฟังก์ชั่นการใช้งานก็ตอบโจทย์คนยุคใหม่ ที่มีความชอบหลากหลาย มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันแต่ยังสามารถนำมาปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว…แน่นอนว่าพูดแค่นี้อาจจะยังไม่เห็นภาพ งั้นตามไปดูข้างในกันเลยดีกว่า บอกเลยว่าคราวนี้ขนรูปสวยๆ มาให้ดูเพียบ

โครงการแบ่งออกเป็น 2 อาคาร คือ Tower A และ Tower B โดยมีส่วนที่เชื่อมต่อกันอยู่บริเวณชั้น 6 ด้านหน้าโครงการคือถนนรัชดาภิเษกซึ่งเป็นทิศตะวันตก เพิ่มความโดดเด่นของอาคารด้วยสีทองแดง Copper และยกพื้นที่ส่วนกลางไปอยู่ชั้นบนสุดของทั้งสองอาคารครับ

จาก MRT ห้วยขวางมาถึงหน้าโครงการจะมีระยะ 75 เมตร ถือเป็นระยะเดินได้ง่ายๆ แต่จากหน้าโครงการเข้ามายังตัวอาคารจริงๆ จะต้องเข้าไปอีกประมาณ 120 เมตรครับ ดังนั้นโครงการจึงเตรียมรถกอล์ฟไว้คอยรับ-ส่งเรียบร้อย แต่ถ้าใครไม่ซีเรียสอยากเดินออกกำลังกาย ก็ไม่ใช่ปัญหา ตลอดระยะทางเข้าด้านหน้า เค้าทำเป็นพื้นที่สวน ให้บรรยากาศดูร่มรื่น พอแดดหมดก็มีลมพัดเย็นสบายครับ

พื้นที่รอบอาคารจะมีโซนออกกำลังกาย Outdoor, สนามเด็กเล่น และ Sansiri Backyard เตรียมไว้ให้ด้วย เผื่อช่วงเย็นๆ ใครอยากชวนแขกมาเดินเล่น พูดคุย หรือชวนกันออกกำลังกายแบบง่ายๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ และยังมี Bicycle parking จุดจอดจักรยานให้ใช้ด้วยครับ

เริ่มต้นกันที่ Tower A : ในส่วนแรกเราจะเจอกับ Lobby Lounge โถงต้อนรับลูกบ้านและแขกผู้มาเยือน ทำเพดานเป็นลักษณะโค้งมนมาบรรจบกันของเพดานทั้งภายในล็อบบี้และห้องส่วนกลาง ให้ดูมีลูกเล่น สลับกับสีสันของเฟอร์นิเจอร์ให้ดูไม่น่าเบื่อ ซึ่งไฮไลท์ของพื้นที่ส่วนกลางที่แชร์ใช้กันได้ก็อยู่บริเวณนี้ด้วยครับ

ที่ Lobby ตึกนี้จะมีส่วนกลางเตรียมไว้ให้ใช้ทั้งหมด 3 ห้องด้วยกัน ซึ่งก็คือ XT Co-Sharing ที่ลูกบ้านตระกูล XT สามารถจองเข้ามาใช้งานร่วมกันได้ผ่าน Home Service App ประกอบไปด้วยห้อง Art & Craft Studio, Co-Working Space และ Photo Studio ครับ

ด้านในทำให้ดูเหมือนเป็นห้องแสดงงาน Craft เลย ใช้โทนสีไม้ให้ดูเรียบง่าย และสอดคล้องไปกับโทนของ Lobby หากลูกบ้านท่านไหนมีงานที่ต้องใช้พื้นที่ในการสร้างสรรค์ก็สามารถมาใช้ห้องนี้ได้เลย กว้างขวาง แอร์เย็นสบาย ตอบโจทย์มากๆ ครับ

จากนั้นเชื่อมต่อกันเป็นห้อง Co-Working Space ซึ่งมีประตูบานเลื่อนปิดกั้นได้เพื่อความเป็นส่วนตัว ด้านในมีโต๊ะทั้งแบบนั่งเป็นกลุ่ม หรือแยกเดี่ยวก็ได้ครับ

ห้องสุดท้ายนี้ถูกใจคนรุ่นใหม่ยุคนี้แน่นอน ใครค้าขายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของใช้ต่างๆ หรือน้องๆ Influencer ที่ต้องการมุมถ่ายรูปคู่สินค้าก็มาใช้ห้องนี้ได้เลย เค้ามีอุปกรณ์ มีฉากหลัง และชุดไฟจัดไว้ให้พร้อมครับ

ก่อนจะขึ้นลิฟต์จะมี Mail Room

และตู้สำหรับรับ-ส่ง พัสดุ 24 ชั่วโมง โดยจะมีพนักงานคอยมารับพัสดุไปส่งให้ เราไม่ต้องวุ่นออกไปหาที่ส่งไปรษณีย์เองเลยครับ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุค New Normal

กดลิฟต์ขึ้นมาที่ OASIS GARDEN ชั้น 6 : เป็นพื้นที่สวนเชื่อมต่อระหว่างสองอาคาร สามารถ Access เข้า Tower A หรือ B ก็ได้ เรียกได้ว่าเป็นจุดนัดพบของเพื่อนบ้านทั้งสองอาคารให้ลงมาเจอกันนั่นเอง ฮ่าๆ ซึ่งเค้าทำจุดนั่งเล่น พักผ่อนไว้ให้หลายมุมเลยครับ ดังนั้นห้องที่อยู่ด้านในก็จะได้วิวสวนสวยๆ เอาไว้พักสายตาได้

เรายังอยู่กันที่ Tower A ขึ้นมาดู Glass House ชั้น 29 : ส่วนกลางหลักของที่นี่ ซึ่งผมชอบชั้นนี้มากเลย

เลี้ยวเข้ามาจะเห็นพื้นที่โล่งกว้าง ความสูงจากพื้นจรดเพดานประมาณ 5 เมตร ชั้นนี้เน้นใช้กระจกโดยรอบทำให้ดูโปร่งเอามากๆ มีมุมให้นั่งรอเพื่อน นั่งคุยกันแบบไม่ซีเรียสก่อนจะเข้าไปใช้งานห้องอื่นๆ ด้านในกันต่อครับ

ห้องแรกที่เจอจะเป็น Laundry Room ที่มีให้ทั้งแบบซักและอบ โดยสารมารถเช็คเครื่องว่างผ่านแอพ Home Service แล้วเข้าไปดูใน Trendy Wash ก่อนได้เลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาแบกผ้าคอยเก้อครับ

อย่างที่บอกคือเค้าใช้กระจกเป็นวัสดุหลักสำหรับประตู และหน้าต่าง ชั้นนี้จึงกลายเป็น Glass House สมชื่อครับ

ห้อง Game Room มีโต๊ะพูลให้สาวๆ หนุ่มๆ มาเล่นกันหลังเลิกงาน สร้างสีสัน และเสียงหัวเราะไปพร้อมกัน เพิ่มความ Balance ให้กับชีวิต

ประตูบานใหญ่สามารถเปิดให้ลม Flow ได้ตลอดทั้งวัน แถมพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง ทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี เหมาะกับช่วง New Normal แบบนี้เช่นกันครับ

หลายๆ มุมไม่ทิ้งให้เสียเปล่า โครงการจัดที่นั่งให้มองเห็นวิวได้หลากหลาย รับลมเย็นๆ บนชั้น 29 พร้อมวิวเมืองได้อย่างเต็มที่ ตอนกลางคืนคงสวยน่าดูครับ

อีกห้องเป็น Tea Room ชวนเพื่อนมาจิบน้ำชา คุยเรื่องแฟชั่นกันเก๋ๆ ด้านในออกแบบมาสวยเหมือนอยู่คาเฟ่

มีมุมให้นั่งจิบชาหลากหลาย พร้อมกระจกบานใหญ่เปิดกว้างให้ได้รับแสงธรรมชาติ และมองเห็นวิวกันอย่างสบายใจ ถึงงานจะเครียดแค่ไหน แต่ความผ่อนคลายก็จะเข้ามาช่วยให้บรรยากาศเหล่านั้นดีขึ้นได้แน่นอนครับ

หลบเข้ามาหน่อยก็ยังมีมุมให้นั่งเล่นกันได้อีกครับ

และด้านในสุดเป็นอีกหนึ่ง Co-Working Space ครับ ซึ่งผมว่าตรงนี้ก็จะได้รับความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องด้านล่างหน่อย และยังแถมวิวเมืองสวยๆ มาให้ด้วย เคลียร์งานเสร็จไว ก็ค่อยเดินไปเล่นพูลในห้องเกมส์รูมต่อเนอะ

อีกหนึ่งความพิเศษของส่วนกลางที่นี่ ต้องชั้นนี้ครับ The Helix Rooftop บนชั้น 42 : ชั้นสระว่ายน้ำยาวกว่า 50 เมตร ที่ให้ลูกบ้านได้มาพักแช่น้ำเย็นๆ ว่ายน้ำกันแบบลอยฟ้าไปเลย เพราะชั้น 42 นี้ก็คือสูงมากๆ มองเห็นวิวได้แบบสุดลูกหูลูกตา มีมุมให้นั่งเล่นแบบเป็นส่วนตัวด้วย

และไม่ลืมที่จะแทรกต้นไม้สีเขียว ช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ลดทอนความวุ่นวาย และเพิ่มเติมสีสันที่หายไปในชีวิต ให้รู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนมากกว่าการออกกำลังกายแบบเดิมๆ ในคอนโด

เห็นต้นไม้โค้งๆ แบบนี้ไม่ต้องตกใจว่าจะร่วงลงมานะครับ เพราะมันคือจุดขายของที่นี่ด้วยต่างหาก โครงการเค้าตั้งใจทำให้มีลักษณะโค้งรับกับตัวสระ ช่วยเปิดความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติ ต่อให้เราโดนล้อมรอบไปด้วยเมืองก็ตาม

ยิ่งกว่า “การพักผ่อน” คือ “ความสนุก” ที่ขาดไม่ได้ โครงการนี้เค้ายกสไลด์เดอร์น้ำทรง Spiral ความสูง 5 เมตร มาไว้บนชั้น 42 กันเลยครับ รับรองความปลอดภัยเพราะโครงการที่ทำมาแข็งแรงมาก ถูกใจเด็กๆ แน่นอน (ขนาดผมไม่เด็กยังอยากเล่นเลย ฮ่าๆ)

บริเวณเดียวกันนี้ยังมีห้อง Gym ให้ได้เข้ามาเสริมสร้างความแข็งแรงเฉพาะจุด และที่สำคัญเปิด 24 ชั่วโมงเหมือนที่ XT เอกมัยด้วยครับ

ถ้าจะเล่นสไลด์เดอร์ต้องเดินมาขึ้นที่ชั้น 43 นะครับ กระตุ้นความตื่นเต้นเร้าใจกลางเมืองไปเลย เป็นสไลด์เดอร์ที่สูงสุดๆ สำหรับอาคารเชิง Residential ครับ

อยู่ที่ชั้น 43 แล้วเดินต่อมาเราจะเห็นพื้นที่ Roof Garden ก็คือสวนชั้นบนสุด ที่โครงการจัดมุมนั่งเล่น ให้ได้ถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้มากมายครับ

วิวเมืองที่ได้ก็จะฟินๆ แบบนี้เลย เป็นอีกหนึ่งมุมพักผ่อนที่ลูกบ้านไม่ควรพลาด

ถ้าไม่เลือกขึ้นบันไดบริเวณสไลด์เดอร์ ก็ใช้บันไดวนเท่ๆ บริเวณทางเข้าสระว่ายน้ำได้เช่นกันนะครับ

ชั้น 43 ยังไม่หมดแค่นี้ มี Hidden Sky Bar หรือเป็นคล้ายๆ Sky Lounge ที่หลบซ่อนอยู่ เปิดเข้ามาก็จะเห็นว่ามีพื้นที่ และมุมให้นั่งพักผ่อนจัดเต็มทีเดียวครับ

ประตูทางเข้าที่เสมือนเป็นประตูลับซ่อนอยู่หลังชั้นวางของ เพิ่มลูกเล่นให้กับห้องนี้ และให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวขึ้นอีกมาก

ฝั่งนี้มีเคาน์เตอร์บาร์ และที่นั่งแบบเป็นกลุ่มใหญ่ เผื่อลูกบ้านต้องการจองห้องในการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์บนชั้นสูงเสียดฟ้าแบบนี้ ก็ทำได้ครับ

ห้องน้ำที่นี่ฝั่งผู้ชายจะเน้นโทนสีน้ำเงิน ส่วนผู้หญิงเป็นสีชมพู โดยมีท็อปหินที่สวยๆ ที่เป็นหินแท้ Black Polar ส่วนห้องผู้หญิงจะใช้หิน Coral Pink จะเห็นเลยว่าเค้าไม่มองข้ามจุดเล็กๆ อย่างห้องน้ำ ที่ทำให้สวย สบายตาจนน่าใช้งานครับ

ถัดไปอีกนิดก็ยังมีความสนุกในการออกกำลังกาย ที่มาในหลากหลายรูปเเบบให้เลือกได้ครับ เช่นปีนผา โยคะ หรือปั่นจักรยาน ไปพร้อมกับชมวิวสวยๆ ช่วยเรียกเหงื่อได้จนลืมเหนื่อยกันไปเลย

จากนั้นข้ามมาดู Tower B กันบ้าง อาคารนี้จะสูง 13 ชั้น โดยมีชั้นบนสุดชั้นที่ 14 เป็นสวนดาดฟ้า ส่วนกลางอาคารนี้ก็จะดูเรียบง่ายหน่อยครับ เน้นอยู่กับธรรมชาติ ผ่อนคลายในวันเบาๆ กับกิจกรรมที่เราชื่นชอบ

เข้ามาด้านใน Lobby ก็สวยงามไม่แพ้กัน มีต้อนรับแขก มุมนั่งอ่านหนังสือ นั่งทำงานให้เลือกหลากหลายมุม และที่สำคัญผนังหินขาวต่อลายสวยๆ ตรงนั้นคือหิน Statuario แบบเดียวกับที่เคยใช้ในโครงการ 98 Wireless เลยครับ

อาคารนี้มีห้อง Cooking Studio อีกหนึ่งห้องที่ลูกบ้าน XT สามารถมาใช้ร่วมกันได้

จะจัดงานสังสรรค์ จัดคอร์สเรียนทำอาหาร หรือฝึกฝีมือสำหรับงานสำคัญไว้ล่วงหน้า ก็จองใช้ห้องนี้ได้เลย

อย่างที่เราได้พาไปดูแล้วว่าชั้น 6 ของทั้งสองอาคารสามารถเชื่อมถึงกันได้ เราจึงขอกดลิฟต์ขึ้นมาชั้นบนสุดที่ชั้น 14 เลยครับ ชั้นนี้มีส่วนกลางน่าใช้งานอย่าง Outdoor Theater ที่นั่งดูหนังท่ามกลางอากาศและบรรยากาศแบบธรรมชาติ เพลิดเพลินไปกับหนังเรื่องโปรดของเราได้ โดยที่มีท้องฟ้า แสงดาว และลมเย็นๆ จากต้นไม้พัดมากระทบ เพิ่มความสุนทรีย์ให้กับ Movie night ยามค่ำคืน และที่แน่ๆ ถึงเวลานัดชิงสำคัญ ลูกบ้านก็จะได้มารวมตัวเชียร์บอลด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย

และอีกหนึ่งจุดน่ารักๆ ของโครงการนี้คือ เค้าทำเป็น Pocket Garden ไว้ให้ตั้งแต่ชั้น 14 เดินเชื่อมลงมาได้ถึงชั้น 11 เลยครับ ซึ่งทุกชั้นจะมีมุมให้นั่งพักเล็กๆ ด้วย เหมาะกับการออกกำลังกายแบบเบาๆ แต่ให้ผลดีพอสมควรเลยนะ

จากนี้เราจะเข้าไปชมห้องตัวอย่างกันต่อครับ เริ่มจากห้องแรกขนาด 28 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เป็น Layout ที่หลายคนถูกใจ เพราะมีการแบ่งสัดส่วนการใช้งานแต่ละห้องกำลังดี เหมาะสำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิต ของคนรุ่นใหม่

ส่วนแรกที่เราจะเจอก่อนก็คือพื้นที่ส่วนครัวแบบครัวปิด พื้นเช็ดล้างทำความสะอาดได้ และเป็นที่ตั้งของตำแหน่งเครื่องซักผ้าภายในห้องครับ

ชุดครัวบิวท์อินมาให้เรียบร้อย

ท็อปที่ใช้เป็นสไตล์ Terrazzo ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้การทำครัวดูสนุกยิ่งขึ้น ส่วนเตาไฟฟ้าและฮูดดูควันก็จะได้เป็นของ MEX ตามนี้เลยครับ

ด้านซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำ ที่มีฉากกั้นเปียก-แห้งติดตั้งมาให้เรียบร้อย ตัวท็อปยังคงใช้หิน Terrazzo รูปแบบเดียวกัน

ถัดเข้าไปคือโซนห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อกับห้องนอน โดยมีฉากกั้นบานเลื่อนแบบสามตอนกั้นเป็นสัดส่วนและยังทำให้ห้องดูโปร่งสบายตา

ระยะความสูงเพดานอยู่ที่ 2.55 เมตร ผนังได้แบบฉาบเรียบทาสีขาว ติดวอลเปอร์ตามโทนสีที่เราชอบสักหน่อย อย่างที่ห้องตัวอย่างใช้โทนสีอ่อน ก็ช่วยให้ห้องดูละมุน อบอุ่นขึ้นมาได้อีกครับ ส่วนผนังห้องนั่งเล่นด้านหลัง ใครอยากให้ห้องดูกว้างๆ ลองติดตั้งเป็นกระจกดูครับ เข้ามาแล้วจะรู้สึกห้องกว้างน่าอยู่ขึ้นมากจริงๆ

เข้ามาในพื้นที่ห้องนอนสามารถวางเตียงขนาด 5 ฟุต และได้พื้นที่เหลือด้านข้างไว้วางโต๊ะหัวเตียง โคมไฟ หรือแม้กระทั่งเก้าอี้นุ่มๆ สักตัว เอาไว้นั่งอ่านหนังสือ ชมวิวด้านนอกได้ หรือถ้าอยากได้พื้นที่เก็บของเพิ่มขึ้น จะเลือกฐานเตียงแบบมีลิ้นชัก ก็ยังเลื่อนเปิด-ปิดใช้งานได้สะดวกครับ

ตู้เสื้อผ้ากับมุมหนังสือเค้าไม่ได้มีมาให้นะครับ แต่เราก็จะเห็นเลยว่าสามารถจัดวางตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะทำงานไว้บริเวณปลายเตียงได้ ลองบิวท์ชั้นวางของติดกำแพงเพิ่มขึ้นสำหรับเก็บของ หรือเลือกฟังก์ชั่นตู้แบบหลากหลายหน่อย เพื่อให้เราได้ใช้ประโยชน์ทุกพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าครับ

ถัดมาห้องสุดท้ายขนาด 58.5 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องนี้ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านเลยครับ ลองเข้าไปดูกัน

เปิดประตูมาจะยังไม่เห็นครัว หรือห้องน้ำอะไรเลย เพราะเค้าตั้งใจทำเป็นเหมือนโถงเข้าบ้าน เหมือนเวลาเรากลับบ้านมาแล้วแขวนกระเป๋า วางหมวกวางรองเท้า ให้เรียบร้อยก่อนเข้าตัวบ้าน อย่างห้องตัวอย่างนี้ก็จะเห็นเลยว่า ใครชอบขี่จักรยานก็ยังยกเข้ามาไว้ในห้องได้เลย ซึ่งผมมองว่าตรงนี้ถ้าใครมีไอเดียแต่งห้องเก๋ๆ ทางเข้าห้องเราจะดูดีและใช้ประโยชน์ได้อีกมากเลย อ้อ แล้วเครื่องซักผ้าก็วางไว้บริเวณนี้ด้วยครับ

จากนั้นถึงเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ที่มุมทานอาหารและมุมดู TV เชื่อมต่อกัน ทำให้อรรถรสการทานอาหาร หรือดูหนังร่วมกันในครอบครัวสนุกขึ้นอีกเยอะ

จะมีระเบียงอยู่ติดกับห้องนั่งเล่นครับ

Feel like home อยู่เหมือนกันนะ

ส่วนครัวที่ได้แน่นอนว่าห้องเป็นครัวปิด ไม่อย่างนั้นกลิ่นหอมๆ ลอยยาวมาหาคนทั้งบ้านแน่นอน สำหรับครัวห้องนี้จะค่อนข้างเล็กนะครับ เหมาะกับการปรุงอาหารกันง่ายๆ ขั้นตอนไม่เยอะ เพราะเค้ามาเน้นให้พื้นที่ในห้องนั่งเล่นแทนนั่นเอง

มีการทำหน้าต่างบานเลื่อนเล็กๆ บริเวณห้องครัวไว้เพื่อช่วยระบายกลิ่นด้วยครับ

ห้องน้ำด้านนอก 1 ห้องสำหรับแขกและให้คนที่อยู่ห้องนอนที่สองใช้งานได้อย่างสะดวก

ท็อปหิน Terrazzo เช่นเดิม และมีส่วนอาบน้ำเตรียมไว้ให้พร้อมด้วยครับ

ถัดมาเป็นห้องนอนที่ 2 ซึ่งใครที่ไม่ต้องการทำเป็นห้องนอนก็เปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องดูหนัง หรือแม้แต่ห้องสำหรับสตรีมเกมส์เลยก็ได้ พื้นที่ค่อนข้างกว้าง จัดวางโซฟาเบดสีโปรดสักตัว บิวท์อินโต๊ะทำงาน ติดไฟ เปิดเพลงบรรเลงช้าๆ ก็จะได้อีกหนึ่งห้องที่น่าอยู่แล้วครับ

เข้าสู่ห้องนอน Master ที่มีห้องน้ำในตัว และมีพื้นที่โดยรอบเตียงค่อนข้างกว้างเลย

สามารถจัดมุมโต๊ะเครื่องแป้ง หรือทำเป็นโต๊ะทำงานเพิ่มได้อีกจุดครับ แถมได้กระจกเข้ามุม ทำให้มีแสงธรรมชาติส่องสว่างไปทั่วห้องเลย

ห้องจริงบริเวณทางเข้าจะเป็นพื้นที่เว้าเข้าไปสำหรับทำเป็นมุมแต่งตัว จะบิวท์อินตู้เสื้อผ้าเนียนๆ ไปกับผนังแบบนี้เลยก็ดูจะลงตัวดี หรือจะเลือกตู้ขนาดเล็กหน่อย เพื่อให้ทางเข้าดูกว้างขึ้นอีกยังได้ครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับกับโครงการ XT HUAIKHWANG ที่เรานำมาฝากกัน รูปสวยถูกใจ และส่วนกลางเยอะจุใจจริงๆ เลยใช่มั้ย ผมว่าถ้าเรารู้จักตัวตนและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของตัวเองเป็นอย่างดี การได้เลือกสิ่งที่ตอบโจทย์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกวันนี้เราต่างมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปมาก เรียกได้ว่าต้องปรับตัวกันวันต่อวันเลย การที่มีบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่รองรับการใช้ชีวิตในยุคที่ไม่แน่นอนแบบนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีตัวนึง ที่ช่วยลดทอนความไม่จำเป็น และการเสียเวลาอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่ได้

ทั้งพื้นที่ส่วนกลาง และห้องที่เลือกออกแบบได้ตามใจของที่นี่ จะเป็นอีกทางเลือกนึงของคนที่ต้องการมีชีวิตแบบ Woke – Life Balance รวมไปถึงการได้อยู่กับสิ่งที่รัก ทำในสิ่งที่ชอบในแบบของตัวเอง และยังสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับผู้คนไปด้วยได้ ที่นี่ถึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ถ้าคุณกำลังมองหาความสบายในแบบของตัวเองครับ